สูตรกล้วยทอดกรอบนาน
วันนี้ที่วัดห้วยพลูมีการทำบุญตักบาตรเทโว ของที่นิยมใช้ใส่ในวันนี้คือข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวต้มมัด ขนมลูกโยน ความจริงคุณแม่จะทำข้าวต้มมัดไปใส่บาตรในเทศกาลนี้เกือบทุกปีแต่ปีนี้ไม่ได้ทำเพราะเตาฟืนที่เตี่ยทำถูกน้ำท่วมไปจนมิดเลย แม่บอกว่าข้าวต้มมัดต้องใช้เวลาต้มนานถ้าใช้เตาแก๊สจะสิ้นเปลืองมาก (ก็แม่ชอบทำแจกคนอื่นเต็มไปหมดจึงต้องห่อหลายมัด) ถ้าทำโดยไม่แบ่งใครแม่บอกจะไม่ทำเพราะแม่บ้ายอ ท่านชอบให้คนกินชมว่าทำข้าวต้มมัดอร่อย (คุณแม่ใช้คอมฯไม่เป็นนินทาได้เต็มที่555) ผู้เขียนเลยอดกินข้าวต้มมัดแสนอร่อยเลย แถมยังอดเขียนบันทึกเรื่องการทำข้าวต้มมัดอีกด้วย ปีนี้ที่บ้านจึงได้ใส่แต่ข้าวสารหอมมะลิอย่างเดียว ข้าวสารถุงนี้คุณแม่หวงมากไม่ยอมกิน ท่านบอกว่าจะเอาไว้ใส่บาตรกับใช้เลี้ยงแขกสำคัญเท่านั้นเพราะเป็นข้าวที่นุ่มอร่อยและได้รับมาจากผู้ใหญ่ใจดีอีกด้วย

ที่บ้านใช้เรือสำปั้นลำนี้พายเรือกันไปทำบุญที่วัดค่ะ นั่งกันต้องสี่คน ผู้เขียนกลัวเรือจะร่มมากเพราะแต่ละคนตัวหนักกันทั้งนั้น(ยกเว้นผู้เขียน เข้าข้างตัวเองสุดๆ) เตี่ยพายเรือไปจอดตรงเขื่อนที่วัด ส่วนผู้เขียนนั่งเรือเฉยๆไม่ได้พาย คุณแม่บอกว่าหนุ่มที่วัดเห็นเข้า เขาจะหาว่าสาวคนนี้ไม่เอาไหนเพราะใช้พ่อแม่พายเรือแต่ตัวเองนั่งเป็นหุ่น (ฮือๆแม่พูดความจริง)

ความจริงคนใส่บาตรจะแน่นกว่านี้ แต่วันนี้โรงงานไม่หยุดจึงมีคนใส่บาตรบางตาลงไปบ้าง อาหารแห้งที่ใส่บาตรทางวัดห้วยพลูจะนำไปบริจาคให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย คุณแม่ผู้เขียนบอกว่าจะไปไหนได้เนี้ยะเดินแค่นี้ก็ปวดหลังแล้ว(คุณแม่เตี่ยกว่าเดิมสิบเซนติเมตร หมอบอกว่ากระดูกหลังทรุด) แต่อยู่บ้านท่านทำงานเดินไปเดินมาได้ทั้งวัน ขุดดินเป็นร่องก็ยังได้ พอผู้เขียนแซวท่านก็ว่าทำให้เงินให้หนูเรียนจะทำไม่ไหวได้ไง (โดนอีกแล้วแงๆ) คุณแม่จึงไปนั่งพักตรงเก้าอี้แถวนั้น แต่ผู้เขียนบอกท่านว่า
“เก้าอี้มีคนจองแล้วเมื่อกี้ยังเห็นเขานั่งอยู่เลยจ้า”
“เดี๋ยวเจ้าของมาแล้วแม่ค่อยลุก”
“ แม่จ๋าเจ้าของเก้าอี้ก็ยืนอยู่ข้างหน้าแม่แล้วไงจ๊ะ”
ผู้เขียนกับน้องชายขำกันยกใหญ่เลย หลังจากใส่บาตรเสร็จก็พากันกลับบ้านไม่ได้ขึ้นศาลารับพรและฟังพระเทศเพราะคุณแม่เป็นห่วงบ้านกลัวคนที่มาหาปลาในคลองเข้าบ้านขโมยของ
วันนี้มีกล้วยน้ำว้าห่ามจนเกือบสุกอยู่สองสามหวีคุณแม่บอกว่าจะทำกล้วยทอดหรือกล้วยแขกสูตรกรอบนาน ผู้เขียนอาสาคอยเป็นลูกมือ(ที่จริงหวังช่วยตอนทอดเสร็จแล้วแต่ท่านรู้ทันเสียก่อน)

ช่วงน้ำท่วมจะได้ทานขนมไทยบ่อยๆค่ะเพราะคุณแม่จะว่างจากงานในสวนเนื่องจากน้ำท่วมหมด สูตรแป้งที่ท่านใช้ชุบกล้วยน้ำว้าก่อนทอดคือ แป้งข้าวเจ้าสิบช้อนโต๊ะ มะพร้าวขูดด้วยกระต่ายหนึ่งกำมือ น้ำตาลทรายเก้าช้อนโต๊ะ เกลืออีกเล็กน้อยประมาณหนึ่งช้อนชา นำทั้งหมดนวดปนกับน้ำปูนใส(น้ำจากปูนแดงที่จมก้นแล้ว) กะให้เหลวพอที่แป้งจะเกาะติดกล้วยได้เวลานำไปทอด พอนวดได้ที่แล้วก็ใส่งาผสมลงไปหน่อยหรือจะไม่ใส่ก็ได้ค่ะ


สูตรนี้แป้งจะกรอบเฉพาะตอนทอดใหม่ๆแต่พอสามชั่วโมงขึ้นไป กล้วยแขกจะนิ่มไม่อร่อย ถ้าจะให้กล้วยแขกกรอบนานๆ(ถึงห้าชั่วโมง)คุณแม่บอกว่าให้ผสมแป้งโกกิ(ที่ใช้ชุบไก่ทอด)ลงไปเล็กน้อย จากส่วนผสมข้างต้นจะใช้แป้งโกกิหนึ่งช้อนชา แต่ต้องขึ้นอยู่กับแป้งข้าวเจ้าที่ใช้ด้วยนะคะปรับมากน้อยตามนั้น ถ้าใช้แป้งโกกิมากไปแป้งจะไม่ค่อยเกาะกล้วยและจะมีฟองอากาศจำนวนมากที่กล้วยแขกด้วย ถ้าพอดีถึงจะอร่อย แต่สูตรหลังนี้ตอนกล้วยเพิ่งขึ้นจากกระทะ(ตอนร้อน) กล้วยจะเหนียวยังไม่กรอบ ต้องปล่อยให้เย็นลงก่อนถึงจะกรอบอร่อยค่ะ หลังจากทำบุญช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้วยังอิ่มท้องด้วยกล้วยทอดสูตรกรอบนานของคุณแม่อีกด้วย ปิดเทอมครั้งนี้ผู้เขียนแสนสุขใจจริงๆค่ะ

ดีจังเลยครับ มีความสุขไปด้วย
ขอบคุณคุณโสภณมากค่ะ มาให้กำลังใจหนูเร็วมากๆ ตอนนี้หนูใส่ภาพไม่ได้ค่ะ
ได้สูตรกล้วยแขกครับ
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
หิวข้าวต้มมัดครับ
ต้องเรียนตำราอาหารไว้ทำให้แม่ทานบ้างนะคะ
ไม่ต้องไว้รอหนุ่มไหน..แต่ถ้าให้แม่กับพ่อได้ชิม..ก็พอ
ตอนนี้แค่ไปทำบุญกับพ่อแม่..ท่านก็ดีใจมากแล้ว
แลดูใช้ชีวิตเรียบๆจัง ต่างกันลิบลับเลยยย
*เล่าเรื่องราวได้สนุกเหมือนมานั่งคุยอยู่ตรงหน้า..ถึงสาวน้อยยังไม่ลงมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันช่วยคุณแม่ แค่นั่งแซวๆให้อารมณ์ดีเช่นนี้ ก็ได้บุญโขแล้วค่ะ..
*เก็บภาพดอกไม้หน้าฝนจากบ้านมาฝากค่ะ..
ภาพบริเวณวัดที่ด้านหน้าศาลาบำเพ็ญบุญครับ
อาจทำให้เกิดความเพลิดเพลินเจริญใจได้บ้าง
ที่นี่น้ำไม่ท่วมครับ...แต่ฝนก็ตกบ่อยมาก
สวัสดีคุณโยมกล้วยแขก นอกจากอ่านแล้วได้บุญด้วย ยังนึกถึงชื่อเล่นด้วยว่ามาจากไหน?
ตอนที่คุณโยมไปช่วยสอนทำ blog ที่มหาจุฬาฯ เดือนเมษาน้ำไม่มี ผ่านมาห้าเดือนกว่าตอนนี้บริเวณนั้นใช้เรือกันแล้ว...
หนูลองทำแล้วค่ะน้ำมันกระเด็นโดนมือกับขาพองเลยแต่แม่ทำไม่เห็นจะกระเด็น
ไปวัดสนุกตอนนั่งดูสองฝั่งน้ำค่ะแต่ถ้าพายเองหละก็เฮ้อ
อ่านแล้วมีความสุขไปด้วยค่ะ จะรออ่านอีกนะคะ...เป็นกิจกรรมในครอบครัวที่อบอุ่นค่ะ...
ขอบคุณพี่เมียวดีมากค่ะ ดูแลสุขถาพด้วยนะคะ
ตรงกับงานประเพณีชักพระของปักษ์ใต้ อันมีที่มาเหมือนกัน
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/324800