ตามมา ตอนที่2

..ตามมา..

การแสดงอิทธิฤทธิ์  ไสยศาสตร์  ไสยเวทย์  และศาสตร์อื่นๆ  เป็น “เดรัจฉานวิชา”  ที่กล่าวเช่นนั้นเพราะเป็นวิชาที่ขัดขวางทางสำเร็จอริยมรรคและอริยผล  มีแต่พุทธศาสนาของพระพุทธองค์เท่านั้น  ที่เป็นทางเดินสำหรับพระอรหันต์

               ใน “พรหมชาลสูตร”  พระสูตรว่าด้วย ตาข่ายกั้นพรหม  ได้ปรากฏเรื่องดังนี้
                มหาศีล
                ติรัจฉานวิชา
[๑๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง   เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต  พึงกล่าวเช่นนี้ว่า -
                ๑. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา   เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว  ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วย ติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้  คือทายอวัยวะ  ทายนิมิต ทายอุปบาต   ทำนายฝัน  ทำนายลักษณะ  ทำนายหนูกัดผ้า    (พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย  มหานิสเทส อัฏฐกวรรค  ตุวฏกสุตตนิทเทส, เรื่องฤกษ์ยาม)

               วิชาโหราศาสตร์  พระพุทธองค์ก็มิได้ทรงห้ามเสียทีเดียว

                วิชาโหราศาสตร์ ดังที่กล่าว “หมอดู..  เปรียบเสมือนประทีปส่องทาง”  ถ้าทำกรรมดีไว้บ้าง สิ่งที่ร้ายที่มีต่อวิถี  ถ้าแก้ถูกจุด  ร้ายก็ย่อมกลายเป็นดี   ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความพยายามและกรรมปัจจุบันของแต่ละคน  ..ยังมีสามเณรรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์  ได้รับการพยากรณ์จากพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า ว่า “ชะตาถึงฆาต” จะต้องมรณภาพภายใน ๗ วัน  เมื่อใกล้จะละสังขารแล้ว ก็ขอลาพระอาจารย์ไปโปรดบิดามารดาเพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณเป็นครั้งสุดท้าย  ในระหว่างเดินทาง ได้เห็นปลาซึ่งอยู่ในบ่อน้ำที่กำลังแห้งขอด  ด้วยจิตเมตตาจึงได้นำปลาฝูงนั้นไปปล่อยในแม่น้ำ แล้วจึงเดินทางไปโปรดบิดามารดา  หลังจากกลับมายังสำนักแล้ว  ครบกำหนด ๗ วัน จะต้องมรณภาพ  สามเณรก็เข้าไปกราบลาและขอฟังธรรมก่อนละสังขาร  แต่พระสารีบุตรกลับไม่แสดงธรรม  และได้กล่าวว่า “กรรมดีที่สามเณร ได้ช่วยชีวิตฝูงปลา”  ประกอบกับบุญกุศลที่สามเณรได้ถือเพศบรรพชิตในปัจจุบัน  จึงทำให้กรรมหนักถึงตายของสามเณรหลุดพ้น” (พระสุตตันตปิฎก  ขุททกนิกาย  อปทาน (ปฐมภาค)  เถราปทานิ  พุทธวรรค, เรื่องพระ

สารีบุตร)

เมื่อถึงกาลจะสิ้นอายุขัย  แม้แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ยังต้องเสด็จดับขันธปรินิพพาน  ไม่มีผู้ใดเลี่ยงพ้นไปได้  โอวาทสุดท้ายที่มีต่อพระสาวก “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  บัดนี้เราเตือนท่าน  สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา   ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด”  (พระสุตตันตปิฎก  ทีฆนิกาย  มหาวรรค)      

                หาก..เราไม่ประมาท  เตรียมตัวรับสถานการณ์  และเพื่อให้คนที่รักไม่ลำบากแล้ว  ก็น่าจะควรรับฟังสิ่งที่ดีในอดีตไว้บ้าง

พระกาลเทวิล (พระอนุชาของพระเจ้าอัญชนะ) ภายหลังออกบวชเป็นฤาษีชื่อกาฬเทวิลฤาษี  หรือ “อสิตดาบส” ได้เข้ามาทำนายพุทธลักษณะหลังประสูติได้ ๕ วัน

              โกณฑัญญะพราหมณ์ออกบวชติดตามรับใช้เจ้าชายสิทธัตถะ  ด้วยเพราะเชื่อมั่นในวิชาโหราศาสตร์  ว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะต้องออกบวชและสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่นอน  เพราะได้ไปพยากรณ์พุทธลักษณะพร้อมกับพราหมณ์ทั้งหลาย  จึงนับได้ว่าพระอัญญาโกณฑัญญะ คือพระโหราจารย์รูปแรกในพุทธศาสนาเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทาง “รัตตัญญู”  คือเป็นผู้รู้ราตรีนาน