ห้องเรียนกระบวนกรตอนที่ 377

AI คือศิลปะการถามคำถามเชิงบวก เพื่อค้นหาสิ่งดีๆ มาทำให้เกิดผลดีครับ...เราเชื่อว่าทุกคน ทุกระบบมีเรื่องที่ดีซ่อนเร้น รอการค้้นพบครับ...AI ประกอบด้วยขั้นตอนสี่ขั้นตอนคือ ขั้นตอนการถามว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด (Discovery)  การวาดฝัน (Dream) ขออกแบบ (Design)และการทำให้เกิดจริง (Destiny)...วันนี้เรามาพูดกันถึงขั้นตอน การ วาดฝัน หรือการสร้างวิสัยทัศน์...ตรงนี้ต่างกับการสร้างวิสัยทัศน์ ทั่วๆไปที่เราเห็น...เช่นเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่ง..หรือติดหนึ่งใน 100 ของโลก...หรือเลื่อนจากอันดับสี่มาอันดับหนึ่ง..ในสามปี..

....

เคยตั้งข้อสงสัยกันไหมครับ ว่าองค์กรในบ้านเราตั้งวิสัยทัศน์กันแบบชนิดเห็นเป้าหมายชัดๆ...อันดับโน๊นอันดับนี้..แต่..อนิจจา..ที่สุด ถูกซื้อกิจการเฉยเลย..ดูข่าวต่างประเทศ..แทบไม่เคยเจอเรื่องเด่นๆ เรื่องดีๆจากไทยเลยครับ..ไม่ต้องพูดถึงนวัตกรรม ความคิด...แทบไม่เจอ...โดยเฉพาะจากองค์กรใหญ่ๆ ที่พยายามไต่อันดับทั้งหลายนั้นครับ..ไม่อยากวิจารณ์มาก เห็นกันอยู่ครับ...

.....

วิสัยทัศน์ขององค์กรส่วนใหญ่..เป็นวิสัยทัศน์แห่งการ "เอา" ครับ...แต่ "ให้" ออกไปหน่อยๆ แบบน่ารักน่าชัง ในรูปแบบ CSR เช่นพากันไปปลูกต้นไม้ เคยมีงานวิจัยในอเมริกาบอกว่า..องค์กรที่ทำ  CSR ถ้าลงทุนในโครงการ CSR หนึ่งเหรียญสหรัฐ จะเสียค่า "โฆษณาความดี" ของตัวเองอีกสามเหรียญครับ...ดู..ดูพี่แกทำ...

......

วิสัยทัศน์แบบ AI คือ การ "ให้" ครับ...เราจะถามกันว่า เมื่อเจอเรื่องดีๆแล้ว..เราจะมอบอะไร "ให้"กับโลกนี้ครับ..

...

เช่นผมพบว่าการทานข้าวเช้า (ข้าวเป็นจานๆ ไม่ใช่กาแฟกับหนมปัง) ช่วยให้คนหายนอนจากไม่หลับ..(ข้าวเช้าทำให้ร่างกายผลิตฮอล์โมนซีโรโตนิน มากพอที่จะทำให้คนสดชื่น เกิดการเรียนรู้ พอค่ำจะเปลี่ยนเป็นเมลาโตนิน ทำให้นอนหลับ_ลองดูรายละเอียดของเรื่องราวนี้ได้ที่หนังสือห้องเรียนกระบวนกร Appreciative Inquiry  ตอน "สาสน์จากสวรรค์" หน้า 77 ได้ครับ)

...

วิสัยทัศน์ของผมคือ..ผมจะบอกเรื่องนี้ "ให้" โลกรู้ครับ... (Dream)

ไปสอนที่ไหนก็จะบอกให้ชาวโลกรู้  (Design) ด้วยการใช้เรื่องเล่าประสบการณ์

Destiny ทำจริง..ทำมามากครับ สอนคนเป็นพัน เขียนลงหนังสือด้วย...ผลก็เช่น "อาจารย์คะ ชีวิตหนูเปลี่ยนไปเลย..มันสดชื่น มีความสุข หลับลงด้วย..ตาหายค้างไปเลย"

...

ส่วนตัวผมเอง อยากบอกว่า..

"ผมมีความสุขจังเลย"

....

นี่ครับ..ไม่ไปประกวดปะขันกับใคร ไม่ได้เอาเข้าตัว ไม่ใช่ CSR แต่มันคือ "การให้" ให้้สิ่งดีๆ กับโลกใบนี้ครับ โลกที่เราเรียกว่าแม่ (Mother Earth) ครับ

...

ลองคิดดูสิครับ...ถ้าทุกองค์กรใหญ่ๆ มีกำลังเงิน กำลังคนต่าง "ให้" อะไรดีๆกับโลก..แทนที่จะ "เอา" คุณว่าจะเกิดอะไรขึ้น.. 

...

คุณล่ะ คิดอย่างไร