งานรับปริญญาในมหาวิทยาลัย ควรจัดซุ้มมุมหนึ่งทำด้วยหยวกกล้วยนี้แหละ

กว่าจะมาถึงวันนี้ของคนที่มีความสนใจใฝ่รู้  อดทนนั่งเรียนมาหลังขดหลังแข็ง  เหมือนกับการเรียนนี้ไม่มีวันสายเสียจริง  แม้อายุจะปาเข้าไปมากแล้วบางคนยังคงต้องเรียนรู้อยู่ร่ำไป

ความสำเร็จที่วัดความเป็นคนอย่างหนึ่งที่ชาวโลกเห่อกันมากคือการเรียนให้สูง ๆ จนทุกวันนี้มีคำติดปากแว่ว ๆ เข้ามาในหูว่า...โลกบ้าปริญญา...  โดยเฉพาะปริญญาสูง ๆ อย่างปริญญาเอกนี่บ้ากันจริง ๆ เขาว่าอย่างนั้น  เพราะเขายาวกว่าหูนะครับ...อิ อิ อิ

รูปภาพ...ไผเป็นไผดูเอาเองนะ...

ไหน ๆ ก็บ้าแล้วผมว่าควรบ้าให้พอเหมาะพอควรก็แล้วกันนะ  ถ้ารู้จักความพอดีมีความเพียงพอแล้วคงไม่เห่อไปตามกระแสที่ถูลากถูกังให้ผู้คนหลงไหลไปตามกระแสจนกลายเป็นเครื่องมือหากินของใครบางคนไปแล้วแล

กำลังนำเสนอผลงาน...

วกมาในหน้าที่การงานที่ตนเองทำอยู่อย่างหนึ่งนั้นคือ ( เป็นเจ๊ดัน...อิ อิ อิ ยืมคำมาเล่าต่อนะ ) คือว่าผมเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์นั้นเอง  ชื่นใจไปกับนิสิต ป. โท  สาขาวิชาไทยคดีศึกษา อีกท่านหนึ่งที่ตั้งใจสร้างผลงานนี้ขึ้นมาจนสามารถเขียนวิทยานิพนธ์และเข้าสอบปากเปล่าเพื่อจบการศึกษาในระดับมหาบัณฑิต ของมหาวิทยาลัยทักษิณ เมื่อวานนี้ ( 22 ก.ย. 54 ).

รูปภาพ...ภายในห้องประชุมที่ลังเสนอผลงาน

ผลงานวิทยานิพนธ์เรื่อง...ศึกษาการแทงหยวกของช่างพื้นบ้านในจังหวัดสงขลา...โดย ...อาจารย์ดำรงค์  ชีวะสาโร  สาขาทัศนศิลป์  คณะศิลปกรรมศาสตร์  ม. ทักษิณ

การแทงหยวกต้องเน้นต้นกล้วยตานี ที่ภาษาถิ่นใต้เรียกว่ากล้วยพังลาหรือพองลา  ลายดอกที่ค้นพบใหม่คือช่างท้องถิ่นคิดลายดอกลอยขึ้นมาเพื่อปิดทับลอยเชื่อมขอบหยวกที่แกะสลัก  ข้อเสนอแนะของผมในฐานะที่เป็นประธานคุมวิทยานิพนธ์เล่มนี้อย่างหนึ่งคือ  งานรับปริญญาในมหาวิทยาลัย  ควรจัดซุ้มมุมหนึ่งทำด้วยหยวกกล้วยนี้แหละเพื่อเป็นที่ถ่ายรูปของมวลบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา คือเน้นวัสดุภูมิปัญญาท้องถิ่น  เป็นธรรมชาติ  ควรหลีกเหลี่ยงเรื่องการใช้โฟมนั้นแล.