เมืองพาราณสีเป็นเมืองที่ชาวต่างประเทศทั่วโลกให้ความสนใจและไปเที่ยวมากที่สุดเมืองหนึ่งของอินเดียครับ...ว่าง...ผมจะไปท่าน้ำ...คงคา...และฝึกภาษาต่างประเทศไปในตัว

พวกเขามักจะบอกผมเสมอว่า...อินเดียคือบ้านที่สองของเขา...วันหนึ่งเพื่อนรุ่นพี่มาเรียกให้ออกไปต้อนรับผู้มาเยือน...เธอชื่ออมิตา...เป็นลูกครึ่งคือ...แม่เป็นชาวญี่ปุ่น...พ่อเป็นชาวอังกฤษ...

เธอมา...ทุกปี...และเช่าบ้านพักอยู่นาน...จึงกลับไปประเทศอังกฤษ...ช่วงใกล้ค่ำ...ผมได้เป็นเพื่อนไปส่งเธอ...เพื่อความปลอดภัยจาก...อันตรายต่าง...แต่เธอเชื่อใจผมนะครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ ที่เมืองนี้...มีงานเป็นประจำทุกปี...เช่นวันนาคปัญจมี...คือวันบูชางู...ทุกชนิด...โดยเฉพาะงูเห่า...เป่าปี่แล้วงูเต้นระบำไปตามจังหวะ...มีทุกที่ครับ...

               มีช่วงหนึ่ง...พวกเราและอมิตา..ไปชมละครสัตว์คณะใหญ่มาก...แสดงรอบเช้ากับรอบบ่าย...( Circus )  หรือละครสัตว์นี้เธอนำข่าวมาบอกและพาไปชม...เริ่มจากนำบรรดาสัตว์ต่าง ๆมาเดินโชว์...แล้วแสดงไปทีละอย่าง ๆ มีสัตว์ใหญ่ ๆเช่น...เสือ  ราชสีห์  ช้าง...

แสดงอยู่  2 ชม.  เขาฝึกได้เยี่ยมมากครับ...แม้คนเล่นก็เก่งเกินคน...มีสมาธิสูงเช่น  หญิงสาว

คาบด้ามดาบ...ปลายดาบตั้งแก้วไว้...แล้วเดินขึ้นบันได...ที่ไร้คนจับ...แต่ทรงอยู่ด้วยความสามารถของผู้เล่นเอง...

               ผมอยากให้มีสิ่งเหล่านี้...คือมาแสดงในเมืองไทยบ้าง...คนจะได้รู้สึกว่า...ตัวเรายังพัฒนานิดเดียวเหมือนก้อนน้ำแข็งที่พ้นน้ำในแก้ว...ส่วนที่จมอยู่นั้นเรายังไม่ได้เอามาใช้งานเลยครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ

               และพอย่างเข้าปีที่สองที่ผมอยู่ในเมืองพาราณสี...มีบัตรเชิญมาถึงผม...อมิตา...เธอตกลงแต่งงานกับหนุ่มธิเบต...และเชิญผมกับเพื่อนรุ่นพี่ไปในงานนี้ด้วย...จัดงานที่เมืองหลวงของประเทศเนปาล...นั้นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมได้มีโปรแกรมไปเนปาลครับ...

                ชีวิตของคนเราเลือกที่เกิดไม่ได้แต่เลือกที่อยู่ได้ใช่มั๊ย ? ครับ....หรือคุณมีความเห็นอย่างไร...

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ด้วยความปรารถนาดี  

จาก...umi