Healthy เป็นหนังสือในชุด HIP คือ Healthy, Independent และ Persons ของคุณวันชัย ตันติวิทยานันท์ ซึ่งเป็นงานรวมบทสัมภาษณ์ ที่มีค่า โดยสำนักพิมพ์ openbooks โปรยคำสั้นๆบนหน้าปกว่า หนังสือดีที่ควรมีไว้ประจำบ้าน   

หนังสือเล่มนี้ คุณหนึ่ง จากพัทลุงให้ยืมมาอ่าน เข้าใจว่า เพราะระหว่างนั้นปรารภในเชิงมรณานุสติบ่อยครั้ง และคงเห็นว่ากำลังศึกษาเรื่องสุขภาพในความหมายต่างๆ ซึ่งต้องขอบคุณไว้เป็นอย่างยิ่ง เพราะบทสัมภาษณ์ที่มีในหนังสือนั้น ได้มาจากท่านผู้รู้ที่ถ่ายทอดความรู้จากการปฏิบัติจริงในขั้นลึกซึ้งทั้งสิ้น ได้แก่ พระไพศาล วิสาโล น.พ. ประสาน ต่างใจ ดร. สาทิส อินทรกำแหง คุณอารีย์ วชิรมโน น.พ. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และคุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ  

โดยหลักใหญ่ของหนังสือที่รวบรวมบทสัมภาษณ์เช่นนี้ คาดว่าผู้พิมพ์คงมองหาแก่นกลางของเรื่องทั้งหมดก่อนแล้วจึงเลือกเอาบทสัมภาษณ์มาจับกลุ่มกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นนับได้ว่าสำนักพิมพ์มีความละเอียดอ่อนและเข้าใจวิญญานของหนังสือดีทีเดียว เพราะสำนักพิมพ์ได้เรียงร้อยเรื่อง เริ่มจาก เตรียมตัวตายอย่างมีสติ ผมเป็นอนุภาคของลำแสงอิเล็กตรอนที่ไม่ตาย มะเร็งกับชีวจิตฟีเวอร์ กับประสบการณ์รักษามะเร็งหายได้ด้วยตัวเอง เมื่อรำฝีฟ้าและแพทย์สมัยใหม่ช่วยกันรักษาโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จนถึง การรุกรานของโจรสลัดทางชีวภาพ ตามรายชื่อผู้รับการสัมภาษณ์เบื้องต้นตามลำดับ   

ถึงแม้ว่าหนังสือตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ล้วนๆ และไม่มีการวิเคราะห์เชื่อมโยงหรือสรุปความคิดของผู้สัมภาษณ์ในลักษณะของงานวิจัย แต่การได้อ่านบทสัมภาษณ์ที่ถ่ายทอดออกมาทั้งหมด ในรูปแบบของ transcript เป็นคุณอนันต์แก่ผู้อ่านที่ต้องการอ่านให้ได้เนื้อหาและทำความเข้าใจกับสิ่งที่ท่านผู้รู้เหล่านั้นอธิบายอย่างไม่มีการเติมความคิดหรือการตัดทอนเนื้อหาโดยผู้สัมภาษณ์   

แนวหลักที่ได้จากการอ่าน เหมือนกับมาช่วยยืนยันสิ่งที่ตัวเองกำลังคิดอยู่ในเรื่องของสุขภาพ ว่าสุขภาพของบุคคลนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถควบคุมได้หมดทุกเรื่อง สุขภาพของบุคคลหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อส่วนบุคคลและบริบทของเจ้าตัว และสังคมโดยรวม สุขภาพจะดีหรือไม่ดีจึงเป็นเรื่องที่เริ่มต้นตั้งแต่ปรัชญาชีวิตของแต่ละคนซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติและหาทางเลือกเพื่อตัวเอง   

บุคลากรทางสุขภาพจึงไม่ใช่ผู้ตัดสิน (Decision maker) ให้กับผู้รับบริการแต่เป็นผู้สรรหา (facilitator) ทางเลือกของสุขภาพที่เหมาะสมและมีเหตุผลสำหรับแต่ละคน และเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเลือกแนวทางสุขภาพของผู้รับบริการโดยความรู้ที่มีของวิชาชีพและบนจริยธรรมที่เข็มแข็ง  

แต่การที่ผู้บริการจะคิดในเรื่องการบริการอย่างไรนั้น ก็อาจต้องย้อนกลับมานึกถึงปรัชญาชีวิตของตนเองก่อน ซึ่งหนังสือเล่มนี้เปิดช่องทางให้ได้หันมาทบทวนว่าชีวิตกำลังมุ่งไปในทิศทางใด ทั้งนี้ปรัชญาชีวิตของผู้รับบริการและผู้ให้บริการไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพียงแต่ว่าการที่เรียนรู้คำตอบปรัญชาชีวิตของตัวเองน่าจะทำให้เกิดความเคารพในปรัชญาชีวิตของผู้อื่นแล้วจึงจะลดช่องว่างของความขัดแย้งในการให้บริการสุขภาพ และทำให้การทำงานมีความสุขขึ้นได้อักโข  

ทิ้งท้ายไว้ด้วยคำนำที่สำนักพิมพ์เขียนความหวังในการพิมพ์หนังสือนี้ว่า หวังว่าประสบการณ์ที่ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งผ่านการพูดคุยสาธารณะเช่นนี้ จะทำให้ผู้คนในสังคมเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็ง เป็นอิสระจากการครอบงำ รวมทั้งมีจิตใจเอื้ออารีและไม่ได้หยุดทุกอย่างไว้ที่ตัวเอง หากแต่สามารถมองภาพเชื่อมโยงไปสู่สังคมในวงกว้าง อันจะก่อให้เกิดการประสานร่วมมือเพื่อสร้างสรรสังคมที่ดีขึ้นตามลำดับ....มิใช่ถดถอยง่อยเปลี้ยเช่นในปัจจุบัน

                                                          จันทรรัตน์ 23 ส.ค. 2549