ตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนั้น ก็พากันเรียกแม่น้ำสายนี้ว่า “แม่น้ำปลาปิ้ง”

 

 

 

 

เรื่องเล่าริมทาง  :

แม่น้ำปลาปิ้ง

 

 

นี่แหละ......แม่น้ำปลาปิ้ง

 

         

 

          สัปดาห์ที่แล้ว ผมเดินทางไปส่งสินค้าให้ลูกค้าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน เมื่อส่งสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินทางกลับโดยใช้เส้นทางสายเดิม

          เมื่อขับรถเข้ามาสู่เขตอำเภอแม่ริม  ช่วงหนึ่งผมได้หมุนคลื่นวิทยุเพื่อค้นหารายการดีๆ ฟัง  แล้วผมก็ไปสะดุดอยู่ที่คลื่นวิทยุเพื่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนาแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดการเสวนาเกี่ยวกับพระพุทธศานาเรื่องหนึ่ง โดยมี ท่านพระอาจารย์มหาสง่า  ธีรสํวโร  เจ้าอาวาสวัดผาลาด และผู้อำนวยการสำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตเชียงใหม่ ร่วมเสวนาอยู่ด้วย โดยท่านเป็นพระอาจารย์ที่ผมให้ความเคารพนับถืออย่างมากรูปหนึ่ง  ในฐานะที่ท่านพระอาจารย์เคยประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้กับผมในสมัยที่ผมยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายและตอนเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรีของมหาจุฬาฯ วิทยาเขตเชียงใหม่ เมื่อราว 20 ปีก่อน

          ตอนหนึ่งของการเสวนาในวันนั้น  พระอาจารย์มหาสง่าท่านได้กล่าวถึง “พุทธตำนาน “ ตอน “พระเจ้าเลียบโลก” ขึ้น  โดยท่านสรุปเรื่องราวในตำนานพระเจ้าเลียบโลกให้ฟังพอสังเขปว่า......

          “ภายหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ในพรรษาที่ 17  พระพุทธองค์พร้อมด้วยเหล่าพระสาวกทั้งหลาย ได้เสด็จมาทำการโปรดเวไนยสัตว์ในดินแดนที่เป็นอาณาจักรล้านนาในปัจจุบัน โดยเหาะหรือเสด็จมาทางอากาศ

          ช่วงหนึ่ง พระพุทธเจ้าและเหล่าพระสาวกได้เดินทางไปพักอยู่ที่หมู่บ้านริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง เมื่อชาวบ้านทราบข่าวคราวก็พากันมาถวายการต้อนรับ และช่วยกันจัดแจงหุงหาอาหารต่างๆ มาถวายแด่พระพุทธองค์พร้อมทั้งเหล่าพระสาวก โดยชาวบ้านได้นำปลาจากแม่น้ำแห่งนั้นมาปิ้งหรือย่างเพื่อถวายเป็นภัตตาหารรสเลิศ

          หลังจากที่ชาวบ้านถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าและเหล่าพระสาวกเรียบร้อยแล้ว  ขณะนั้นพระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า  อาหารมื้อนี้มีมากเพียงพอแล้ว  ทรงสงสารและเมตตาปลาทั้งหลายเหล่านั้น  ก็เลยทรงอธิษฐานให้ปลาทุกตัวฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง  จากนั้นพระพุทธองค์ก็ทรงรับสั่งให้นำปลาทั้งหมดเหล่านั้นไปปล่อยลงในแม่น้ำเสีย ทำให้ปลาทั้งหมดรอดพ้นจากความตายและกลับคืนสู่อิสระภาพอีกครั้ง

          ตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนั้น ก็พากันเรียกแม่น้ำสายนี้ว่า “แม่น้ำปลาปิ้ง” 

          ครั้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยหลายพันปี  ชื่อของแม่น้ำปลาปิ้งก็เพี้ยนมาเรื่อยๆ ก่อนจะกลายมาเป็น “แม่น้ำปิง” อย่างที่รู้จักกันอยู่ในปัจจุบันนี้”

         

 

 

          ทันทีที่พระอาจารย์พูดจบ ผมก็หัวเราะก๊ากออกมาด้วยความรู้สึกฮาอย่างสุดขีด เนื่องจากไม่เคยนึกไม่เคยฝันและไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า “แม่น้ำปิง” (ที่ผมเคยสงสัยมานมนาน ว่า “ปิง” แปลว่าอะไร?) แท้ที่จริงแล้วจะมีที่มาจากคำว่า  “แม่น้ำปลาปิ้ง” นี่เอง

           วันนั้น  ผมฟังการเสวนาทางสถานีวิทยุจนจบรายการ   กลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัยและเบิกบานใจ  

            ผมคิดอยู่ในใจว่า......  “วันนี้....โชคดีจัง ได้เรื่องใหม่ไปเล่าให้ลูกๆ และเพื่อนๆ ฟังฟรีๆ อีกแล้ว Goo(gle)”   คิคิคิ

 

 -------------------------------------------

 

 

 

 

 

(หมายเหตุ :::  ขอกราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์พระมหาสง่า  ธีรสํวโร  อย่างสูง ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  ในฐานะที่เป็นแหล่งข้อมูลความรู้หรือต้นเหตุที่ทำให้ผมเขียนบันทึกเรื่องนี้ขึ้นมา  .....ว่างๆ  จะหาเวลาเข้าไปกราบนมัสการและนำ “ปลาปิ้ง” ไปถวายสักมื้อนะครับ  คิคิคิ)

 

 


เพลง    "ล่องแม่ปิง"

ขับร้องโดย   "สุนทรี   เวชานนท์"