เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
คิดบวก ชีวิตบวก - โดยท่าน ว.วชิรเมธี
เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ
เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ
เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)
เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย

เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต
เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี
เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง

เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ
เจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง

เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง

เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์

เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด

เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด”

เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”

เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต

เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dhammagift.com/content-คิดบวกชีวิตบวก-4-4444-69516-1.html



ขอบคุณมากคะ คนเรามีความคิด ความรับรู้แตกต่างกัน แม้แต่ นิยามคำว่า "คิดบวก" บ้างก็แปลว่า เพ้อฝัน หนีความจริง ไม่แก้ไข ซึ่งหากแปลเช่นนั้น คิดบวก ก็เป็นสิ่งอันตราย ดังที่เขานิยามคะ แต่หากแปลว่า คิดเพื่อทำสิ่งทีสร้างสรรค์ แก้ไขโดยไม่ต้องทำให้ใคร (แม้แต่ตัวเอง) เจ็บปวด ก็เป็น
ขอบคุณมากค่ะ
ขอสนับสนุน การคิดบวก...ความอิจฉา ริษยา ก็ได้บังเกิดมาจาการที่คนเรานั้นคิดในแง่ลบ..ความหึงหวง..ก็บังเกิดมาจากการที่คนเรานั้นคิดลบ...ความน้อยใจ..ก็บังเกิดจากการคิดในแง่ลบ...
ขอบคุณครับบทความดีๆแบบนี้..น่าส่งเสริมให้มีการเผยแผร่...
สวัสดีค่ะ คุณ
CMUpal, คุณ
ครูอ้อย แซ่เฮ
และคุณ
ครูติดดิน คิดบวก คิดในแง่ดี ไม่มีอคติ ก็จะทำให้จิตใจสบาย คิดลบจิตใจก็หม่นหมองไปเปล่า ๆ ค่ะ