“Traditional Knowledge is inherited. Intellectual Property is invented.”

ผู้เขียนได้เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการประจำปี ๒๕๕๔ "การเมืองในชุมชน"  เมื่อวันจันทร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๔ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  โดยมีหัวข้อสำคัญที่เป็นประเด็นในการถกเถียงทางวิชาการดังนี้

 

๑. "กระบวนทัศน์การผังเมืองกับความยุติธรรมระหว่างรัฐ ชุมชน พลเมืองและปัจเจก" โดย คุณพลพฤทธิ์ พนาสถิตย์  อภิปรายโดย ผศ. ดร. พนิต ภู่จินดา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

๒. "สิทธิทางวัฒนธรรมในภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้กรอบแนวิดทางกฎหมายและมานุษยวิทยา" โดย คุณภิรัชญา  วีระสุโข  อภิปรายโดย ดร. Alexandra Denis ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

 

๓.  "ความพยายามฟื้นคืนอำนาจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่เหมืองโปแตช จังหวัดอุดรธานี โดย คุณศักดิ์ณรงค์ มงคล  อภิปรายโดย รศ. ดร. โสภารัตน์ จารุสมบัติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

๔. "การเมืองภาคประชาชนบนทางแพร่งกรณีเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก" โดย คุณศรัณยุ หมั้นทรัพย์ อภิปรายโดย ผศ. ดร. ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จบหัวข้อประเด็นสัมมนาทั้งสี่หัวข้อ เป็นรายการเสวนาวิชาการเรื่อง "การเมืองชุมชนในบริบทไทย : ประเด็นศึกษาและวิธีการ" โดย

๑. ผศ. ดร. ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๒. ผศ. ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดำเนินรายการโดย ดร. วิศรุต พึ่งสุนทร

ขอนำเสนอสไลด์ที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ

 

 

 

ประเด็นสัมมนาดังกล่าวข้างต้นร้อยเรียงกันเพื่อที่จะนำเสนอให้เห็นถึงกระแสการศึกษา "ชุมชนท้องถิ่นนิยม" และการจัดการตนเองของชุมชน

ผศ. ประภาส ปิ่นตบแต่ง กล่าวถึง

 

ฐานคิดสำคัญคือ มองในมิติการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างรัฐกับชุมชนท้องถิ่น

•การศึกษาเริ่มต้นที่ท้องถิ่น VS ส่วนกลางควรกระจายอำนาจแค่ไหน อย่างไร

•การกระจายอำนาจ VS การคืนอำนาจ Reclaim)  การรับรองอำนาจของท้องถิ่น (Recognition)การให้อิสระแก่ท้องถิ่น

•มองมิติการกระจายอำนาจมากไปกว่าการเมืองและการบริหารจัดการ

  (ทรัพยากร วัฒนาธรรม การหลุดออกจากการครอบงำของรัฐชาติ ฯลฯ)

 

ส่วนประเด็นที่ผู้เขียนนำเสนอเกี่ยวกับสิทธิทางวัฒนธรรมในภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้กรอบแนวคิดกฎหมายและมานุษยวิทยานั้น มาจากฐานความคิดคู่ตรงข้ามที่ว่า

 “Traditional Knowledge is inherited.

                                               Intellectual Property is invented.”

                                                                      (โดย ภิรัชญา วีระสุโข)

 

โดยชี้ให้เห็นถึงการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนานนับร้อยปีมาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็น "สิทธิบัตร" "ลิขสิทธิ์" "ความลับทางการค้า" หรือ "สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" แล้วผลจะเป็นอย่างไร เนื่องจากโดยสภาพของทรัพย์สินทางปัญญาเป็นการคุ้มครอง "ความรู้" ที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่ แต่ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็น "ความรู้" ที่เป็น "วัฒนธรรม"   สิ่งที่คุ้มครองอาจจะไม่ใช่แค่องค์ความรู้ แต่คือจิตวิญญาณ แล้วจะใช้กฎหมายมาบัญญัติเพื่อการส่งเสริม อนุรักษ์ และหรือคุ้มครองได้อย่างไร

 

หากท่านใดสนใจประเด็นหัวข้อสัมมนาใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น ติดต่อขอข้อมูลบทความได้ค่ะ โดยเฉพาะหัวข้อที่สอง ผู้เขียนยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ