บันทึกนี้  เขียนจากชาว กทม.คนหนึ่ง  ที่เกิดใน กทม.และใช้ชีวิตใน กทม.ทุกวัน  ที่จะต้องอยู่บนท้องถนน ที่ผู้คนมักกล่าวว่า  รถติด  การจราจร เหมือน จลาจล

*****

ครูอ้อย สังเกตการใช้ถนนของคนใน กทม.ตั้งแต่เช้า  ที่ครูอ้อย ไปทำงาน และตอนเย็นในเวลากลับบ้านเท่านั้น  ส่วนเวลาอื่นไม่ได้นำมากล่าวถึง นะคะ

*****

สำหรับครูอ้อย....รถติด หรือ การจราจร ติดขัดในตอนเช้านั้น  ไม่เคยมีเลย  เพราะ ครูอ้อย ตระหนักดีว่า หากออกจากบ้านในเวลาสาย  รถต้องมากมาย และไปถึงโรงเรียนสายแน่ๆ  แต่ครูอ้อยก็สังเกต ในเวลาที่ขับรถ และ เวลารถจอดที่สี่แยกไฟจราจร และ ที่ปั๊มน้ำมัน

*****

รถที่วิ่งในเวลา  ที่ครูอ้อยวิ่ง คือ รถแท็กซี่ เสียส่วนใหญ่  ไม่ค่อยมีรถรับจ้าง ที่ไม่ใช่แท็กซี่  ได้แก่ รถประจำทาง และรถตู้เท่าไรนัก

*****

แต่ ในเวลาเย็นที่ ครูอ้อยกลับบ้าน  จะมีรถที่กล่าวมา มากมาย  ทั้ง รถแท็กซี่  จำนวนถี่มากๆๆในสายตา ทุกวินาที  รถตู้ที่รับจ้างประจำทาง รถประจำทางปกติ  มันมากมาย....จนทำให้  ถนนลาดพร้าวตลอดสาย  ติดขัด

*****

ในเวลาเช้ามืด จะไม่กล่าว นะคะ จะกล่าว ในเวลาเย็น  กับธรรมชาติที่เป็นตัวแปร ทำให้ การจราจรหนาแน่น ได้แก่  ฝนตก  ถนนลื่น  อุบัติเหตุ คนเดินข้ามถนนไม่ถูกที่  และคนขับขี่ยวดยานขาดวินัย

*****

แต่วันนี้  บันทึกนี้  ครูอ้อยจะเขียนให้เป็นบวก  ก็คือ  ครูอ้อย มีความสุขกับการขับขี่ยวดยาน  บนถนนแห่งนี้ มีความพึงพอใจมากๆๆ เพราะ เป็นสายเดียวที่ต้องโลดแล่น  จะไปวิตกกังวลกับการติดขัด ก็ไม่ถูกต้อง  ดังนั้น  การฝึกจิตในขณะที่ขับยวดยาน เป็นเรื่องที่ดี  มีน้ำใจต่อกันเข้าไว้  การจราจร  ก็จะได้ ไม่จลาจล

*****

เย็นวันหนึ่ง  เป็นวันที่ รถของครูอ้อยเพิ่งจะได้รับการซ่อมแซม มาเป็นวันแรก  เกิด ผิดปกติบนท้องถนน  ครูอ้อย เปิดไฟฉุกเฉิน  เกือบจะถึง สี่แยกรัชดา  ครูอ้อย กุกกัก อยู่บนรถ  เพราะ  ออกมานอกรถไม่ได้  จนติดต่อทางโทรศัพ์หาพ่อบ้านได้แล้ว  ครูอ้อยก็เห็น นายตำรวจท่านหนึ่ง  มาหาครูอ้อย

*****

เปิดประตู  ออกมาได้แล้ว เพราะ ท่านมายืนขวางรถคันอื่นให้  เปิดกระโปรงหน้า  และ ขยับเล็กน้อย  ครูอ้อยให้ท่านพูดโทรศัพท์กับพ่อบ้าน  ขยับอย่างไร ก็ไม่เป็นผล  จนกระทั่งตัดสินใจ.....เข็น

*****

นายตำรวจ แต่งชุดเต็มยศ  ตอนแรกยังไม่ได้ถามว่า อยู่ส.น.ไหน  เข็นรถให้ครูอ้อย.... คิดดู

*****

ก่อนเข็น ท่านเอารถมอเตอร์ไซค์ คันใหญ่ของท่านไปเก็บไว้บนฟุตบาทก่อน  แล้วท่านมาเข็นไปได้ สัก 10 เมตร  ท่านก็เดินไปหาคิวมอเตอร์ไซค์

*****

คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  3-4คน  มาเข็นให้ครูอ้อย จับพวงมาลัย  เลี้ยวรถเข้าไปในซอย  รอพ่อบ้านมาจัดการในอันดับต่อไป

*****

ครูอ้อยยังไม่ได้ ขอบคุณรถมอเตอร์ไซค์ แต่ถามท่านตำรวจ ว่า มาจากส.น.ไหน  ท่านตอบว่า.....ส.น.พหลโยธิน  ขอบพระคุณผ่านทางออนไลน์นี้ค่ะ  ส่วนนามของท่าน....เอิ๊กเอิ๊ก  กำลังนึกอยู่ค่ะ  ติดไว้ก่อน.....และขอบคุณมอเตอร์ไซค์รับจ้าง นะคะ  ที่มีน้ำใจ  ใน กทม.ยังไม่ได้แร้นแค้น คนมีน้ำใจ....นะคะ

*****

รวมทั้ง ขอบคุณ  กล้อง วงจรปิด  ที่สอดส่อง ให้ได้รู้ และขอบคุณ ไอซีที ที่ท่านตำรวจได้ใช้  ในการปฏิบัติหน้าที่

*****

กรุงเทพฯ  เป็นเมืองหลวง  ที่สวยงาม เป็นเมืองที่ มีเอกลักษณ์  เป็นของตัวเอง  เป็นแบบฉบับ  ที่สั่งสมให้  คนอาศัยอยู่  ได้เรียนรู้ ใช้ชีวิต ให้ได้  ปรับเปลี่ยนนิสัยของตนเองให้อยู่ได้ ในสังคมเมืองหลวง.....กรุงเทพมหานคร

*****

บ้านเกิด เมืองนอน ของครูอ้อย แซ่เฮ