คงไม่มีใครปฏิเสธว่า “โรคเอดส์”เป็นหนึ่งในภัยที่คุกคามชีวิตของคนไทย แถมทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวันมิหนำซ้ำผู้ป่วยโรคเอดส์ ยังมักจะถูกรังเกียจจากสังคม แต่ก็ยังมีพระสงฆ์อีกรูปหนึ่งที่เป็นเสมือนพ่อพระของผู้ป่วยโรคเอดส์ อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านั้นนั่นคือ ดร.พระอุดมประชาทร เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ โดยท่านเจ้าคุณได้เล่าถึงสาเหตุที่มาช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์ว่า
“เริ่มรับผู้ป่วยเอดส์เข้ามาดูแลมาตั้งแต่ปี 2535เพราะรู้สึกสงสารผู้ป่วยเอดส์ ที่ถูกสังคมรังเกียจ ขาดที่พึ่ง และเห็นว่าโรคเอดส์เป็นโรคที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งคนไทยยังไม่ทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้ และวิธีการป้องกันที่ถูกต้องตอนนั้นทางวัดรับดูแลผู้ป่วยเพียง 8คน แต่มาถึงปัจจุบันมีมากกว่า 1,800 คนมีทั้งคนที่ติดเชื้อ แต่ยังสามารถดูแลตัวเองได้ และคนที่ป่วยจนดูแลตัวเองไม่ได้ซึ่งหลายคนอาจมองว่า เป็นกิจของสงฆ์หรือเปล่า ที่ต้องมารับภาระอันนี้แต่อาตมาคิดว่า เป็นการทำความดีตอบแทนสังคมมากกว่า” จากนั้นพบกับ 2ผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว และถูกรังเกียจจากครอบครัว เพื่อนฝูงและสังคมรอบข้าง แต่ก็ไม่ย่อท้อ ขอสู้ชีวิตเพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า
โดย : ศศิวิมล Modernine รายการวีไอพี
ดูแล้ว คิดได้ว่ามีคนเป็นโรคเอดส์เยอะมากๆ
เคยนำทีมงาน อสม. และ จนท.สถานีอนามัย ไปดูงาน ที่วัดพระบาทน้ำพุ พบว่าเป็นกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่น่าทึ่งมากครับ เป็นอะไร ๆ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่ามีอะไร ๆ ที่น่าสนใจเพื่อนำมาประยุกต์ใช้เยอะมากครับ
กลับมาคราวนั้นทางทีมงานได้ร่วมประสานกับมูลนิธิรักษ์ไทย ในการช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์ในจังหวัด เป็นรูปธรรมมากขึ้น จนถึงปัจจุบัน
ตอนที่ดูท่านกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์หนึ่งสูงมาก
ตั้งใจมาอ่าน...ขอฝากรอย...
ความไม่มีโรค...เป็นลาภอันประเสริฐ...อย่างแท้จริง.
มาอ่านแล้วค่ะ
ขอโทษนะค่ะ เนื่องจากว่าช่วงนี้เป็นช่วงสอบค่ะ
เมื่อก่อนคิดว่าเอดส์เป็นเรื่องที่ดูแล้วไกลตัว แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่เพระว่าลูกน้องของแฟนได้ตรวจเลือดและรับรู้ว่าตัวเองได้รับเชื้อ พอได้รับรู้แล้วก็รู้สึกสงสารไม่ได้รังเกียจ พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลตัวเองและสร้างกำลังใจให้เขาอยู่ในสังคมได้ แต่ตอนนี้เป็นกังวลว่าเขาอาจจะต้องถูกออกจากงาน อยากจะช่วยแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังงัย สงสารเพราะถ้าออกจากงานเขาก็ต้องเป็นทุกข์ไม่มีรายได้มาใช้จ่าย แล้วเขาจะอยู่อย่างไร คิดแล้วก็สงสาร