"ป้าหมายขอมะพร้าวไปทำขนมหน่อย" เสียงจากน้าโกร้องมาแต่ไกล  เพราะที่บ้านพ่อจะปลูกมะพร้าวไว้หลายต้นโดยแต่ละต้นพ่อจะแบ่งให้ลูกๆทุกคนได้ดูแล  ส่วนมากแล้วต้นมะพร้าวจะสูงมากถ้าเกิดว่าอยากกินผลอ่อนละก็ไม่มีทางได้กินแน่ล่ะ  ต้องรอให้มะพร้าวที่แห้งแล้วมันหล่นลงมาถึงได้เก็บไว้ ทำขนมห่อหมก  แกงที่ต้องใส่กะทิ หรือถ้านานๆก็ปล่อยให้มันงอกแล้วค่อยผ่ากินเจา หรือจาวมะพร้าวที่คนอีสานเรียก  การที่ครอบครัวเรามีเนื้อที่ สามารถปลูก พืชผัก ไม้ผล ผู้คนทั้งญาติพี่น้องมาขอสิ่งที่เขาไม่มี และเขาก็จะให้เราในสิ่งที่เราไม่มี เป็นระบบเครือญาติที่เกื้อกูลกัน

    การให้ในสิ่งที่เรามีเหลือเฟือกับคนที่ขาดแคลนนั้นทำให้เราเ  ห็นคุณค่าของตัวเองและคนอื่น

    ประมาณอาทิยต์หน้าก็จะถึง"บุญห่อข้าว"แต่ไม่รู้ว่าที่อื่นจะเรียกกันยังไง บุญห่อข้าวนี้เป็นประเพณีที่สืบเนื่องกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของ ชาว "ภูไท"  โดยงานบุญนี้จะมีการทำขนมที่มาจากข้าวเหนียวโดยเอาข้าวเหนียวไปโขลกกับครกกระเดื่อง หรือ "ครกมอง" ของคนอีสาน แล้วนำข้าวเหนียวที่ได้มาห่อสอดใส้ด้วยมะพร้าวแล้วนำไปนึ่ง และขนมอีกชนิดหนึ่งที่นิยมทำร่วมกัน คือ ขนมข้าวผัด ซึ่งขนมชนิดนี้ก็ทำมาจากข้าวเหนียวเหมือนกัน โดยจะนำข้าวเหนียวที่แช่น้ำแล้วประมาณ 12 ชั่วโมงหรือ 1 คืน มากวนกับน้ำกะทิ จนข้าวเกือบจะสุกและน้ำกะทิก็เกือบจะแห้งพอดี นำมาใส่ใบตองแล้วโรยหน้าด้วยถั่วเหลืองที่นึ่งแล้วนำมาโขลกละเอียดแล้วห่อรวมกันแล้วนำไปนึ่ง

     จะเห็นได้ว่าการให้ทั้งเรื่องของมะพร้าวมาจนถึงการทำขนมเพื่อที่จะเอาไปทำบุญที่วัดเพื่อที่จะแจกจ่ายกันตามประสาของคนท้องถิ่น

      เรื่องของการให้ไม่ว่าจะให้มาก ให้น้อย แต่สุดท้ายแล้วคนที่ได้ก็คือตัวเรา ได้ความสุข ได้มิตรภาพ ได้แบ่งปัน ได้รักษาประเพณีอันดีงามไว้ให้คงอยู่คู่คนอีสานต่อไป

   

     วันหลังจะนำเสนอความสำคัญของงานประเพณีของ"บุญห่อข้าว"ของคนอีสาน