หลายต่อหลายทีที่มีการลงบันทึกลง ใน บล็อก เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงในแง่มุมต่างๆ มีผู้คนสนใจมาแสดงความคิดเห็นบ้าง  ผู้บันทึกก็เลยกลับบ้าน เพื่อหาข้อมูลมาตอบคำถามเหล่านั้น จากคำถามที่ว่า แล้วครอบครัวของคุณ พิไล มีการใช้เศรษฐกิจพอเพียงบ้างหรือเปล่า ?  เมื่อถามมาอย่างนี้แล้ว ต้องขออนุญาติตอบว่า "เมื่อเขียน พูดได้ ต้องปฎิบัติได้" การที่จะเขียน พูดได้นั้น ผู้เขียนได้ประสบมาโดยตรง ถึงกล้าที่จะเขียน และ นำมาบอกเล่า เรื่องที่เป็นความจริง 

  ความพอเพียงของครอบครัวเริ่มจาก

  1.พื้นที่ในการเพาะปลูกมีมาก โชคดีที่พ่อกับแม่มีที่ดินปลูกบ้านในเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่  โดยบริเวณรอบๆบ้านจะปลูก 

 ไม้ผล เช่น มะขามหวาน มะม่วง มะกอกป่า ขนุน มะพร้าว มะเม่า กล้วย มะละกอ น้อยหน่า  สั้มโอ มะกรูด ส้มโอ มะยม

  พืชผัก เช่น ข่า  หอม  คอนแคน(ผักยืนต้นได้มาจากป่า)  มะเขือ  ชะอม  ตำลึง มะระขี้นก  จั๋งไทย(ที่บ้านนิยมกินมาก)  ถั่วฝักยาว ตะไคร้ 

 พืชที่มีหัวใต้ดิน  เช่น กลอย  เผือก มันสำประหลัง (มัน 5 นาที)  มันมือเสือ

     2.การทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง

          โดยพี่สาวจะเป็นคนที่รับหน้าที่นี้ไปทำโดยมีพี่เขยช่วยอีกแรง โดยปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำนั้นใช้วัตถุดิบ

              2.1 ขยะที่ได้จากวัด เนื่องจากแม่จะลงไปทำบุญที่วัดทุกวันโดยแต่ละวันจะมีเศษอาหารมากมาย

              2.2 .ได้มาจากเพื่อนบ้านที่เขาปลูกถั่งลิสงและของตัวเองด้วยโดยเอามาหมักรวมกันกับมูลวัว เพราะที่บ้านเลี้ยงวัวเพื่อเอามูลทำเป็นปุ๋ย

      3. ใช้ไฟและน้ำอย่างประหยัด

             การใช้ไฟฟ้าที่บ้านแม่จะเป็นคนคอยเตือน( ทั้งดุและบอกกล่าว) ค่าไฟที่บ้านตกเดือนละประมาณ 200-300 บาท  และตัวบ้านที่มีการออกแบบให้โปร่งโล่ง  ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่มีความจำเป็นเลยที่จะเปิดพัดลม ส่วนน้ำจะใช้นำประปาสำหรับใช้ดื่มกิน นอกนั้นจะรองน้ำฝนไว้ใช้

    4. เมื่อมีการปลูกพืชผักกินเอง ใช้ไฟฟ้า ,น้ำ อย่างประหยัด แล้วรายจ่ายก็ไม่มากและการใช้แรงงานในครอบครัวให้คุ้มค่ามีการแบ่งหน้าที่กันทุกคนช่วยกันเพราะเป็นหน้าที่ที่ทุกคนรับรู้เองอยู่แล้ว สำหรับครอบครัว "อุปัญ" ก็ทำให้เกิดความพอเพียงในระดับหนึ่งได้แล้ว แล้วครอบครัวของคุณล่ะเป็นอย่างไร