จากการเข้าร่วมโครงการ KM workshop ผู้นำนิสิต ม.นเรศวร วันที่ 19-20 ส.ค. 49 ที่ ม.แม่โจ้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ
1. เพื่อหาคุณสมบัติของนิสิตที่พึงประสงค์ของ ม.นเรศวร
2. เพื่อให้นิสิตเรียนรู้กระบวนการ KM
กับสภาพการเดินทางที่ไม่ค่อยสะดวกราบรื่น ทำให้นิสิตเหนื่อยล้า และอิดโรย ตัวดิฉันเองก็เมารถอาการแย่เลย รวมถึงความคาดหวังในใจก่อนถึงวันงานว่า "จะได้อะไรสักแค่ไหน คุ้มกับการเดินทางไกลแค่ไหน คุ้มกับงบประมาณ และเวลา สักเท่าไหร่" นี่เป็นคำถามที่ดิฉันซึ่งเป็นคนค่อนข้างคิดเชิงลบ ใช้ถามตัวเองก่อนมา (กำลังพยายามปรับปรุงวิธีคิด เพื่อเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นเชิงบวก อยู่โดยการทำงานกับ อ.วิบูลย์ ซึ่งเป็นคนคิดเชิงบวก)
แต่แล้ว เมื่อได้ทำงาน สิ่งที่ได้รับ ทำให้ดิฉันรู้สึกแย่กับตัวเองที่คิดอะไรไม่เข้าท่าเอาซะเลย เพราะว่า
- ความสำเร็จของงานครั้งนี้ เกิดจาก ทุกคนจริงๆ จะขาดส่วนใดส่วนนึงไม่ได้เลย ทั้ง กองกิจการนิสิตที่อำนวยการ สภานิสิต ที่ประสานงาน ทีมวิทยกรที่ทำงานกันด้วยหัวใจ เจ้าของสถานที่ที่ให้ความอนุเคราะห์อย่างเต็มที่ ผู้นำนิสิตที่เข้าร่วมก็มีความตั้งใจ ให้ความร่วมมือกันอย่างดีมากทุกคน แม้จะเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า จากการเดินทาง แต่ทุกคนกลับมีพลังในการเรียนรู้มากมายมหาศาล
- ในฐานะที่เป็นกลุ่ม "เสื้อเทาคอแสด" รู้สึกมีความสุข และความอิ่มเอิบใจ ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ มากเป็นพิเศษ ที่ได้เห็นความสามารถของนิสิต ซึ่งถือเป็นคนในอนาคต
- ในฐานะประชาชนไทยคนนึงที่เสียภาษี รู้สึกว่างานนี้ ไม่เสียดายเงินภาษี ที่ต้องอุดหนุนให้กิจการของมหาวิทยาลัย เลย เพราะเด็กๆ กลุ่มนี้ "มีคุณภาพเกินทุน"
- ภูมิใจ แทนผู้ปกครอง และครูบาอาจารย์ที่สั่งสอน นิสิตกลุ่มนี้มาจริงๆ
- นิสิตกลุ่มนี้สามารถทำให้ดิฉัน เกิดกำลังใจ และมีพลังที่จะปฏิบัติงาน ให้บริการ และสนับสุนนภาระกิจ ของมหาวิทยาลัย ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
- อยากให้อาจารย์ทุกคนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ เพื่อจะได้รับพลังที่เกิดขึ้น และมีกำลังใจเหมือนดิฉัน
- การทำงานครั้งนี้ มีความสุข มาก ทั้งจากเพื่อนร่วมทีม และจากนิสิต เป็นประสบการณ์ที่ดีมากอีกครั้ง
สิ่งที่สำคัญมากอีกประการของผลการจัดงานครั้งนี้ ที่จะทรงพลัง และทรงคุณค่า ก็คือ การนำผลที่ได้รับไปสานต่อ ดังที่ท่าน อ.หมอวิจารณ์ เคยพูดถึงทีมจัดการความรู้ขององค์กรที่ประกอบไปด้วยบุคคล 3 กลุ่ม เมื่อเทียบกับงานครั้งนี้ ก็คือ
- นิสิต เป็นผู้ปฏิบัติจัดการความรู้ ช่วยการขุดค้นหา ความรู้ที่ฝังลึก tacit Knowledge ออกมา แล้วช่วยกันสกัดออกมา และจัดหมวดหมู่ จนเกิดเป็น explicit Knowledge แล้ว ดังนั้น
- อาจารย์ หรือฝ่ายสนับสนุน ซึ่งถือเป็นผู้ขับเคลื่อน มีหน้าที่แปลงความรู้ครั้งนี้เป็นความรู้ที่เปิดเผย จับต้องได้ เป็นตัวกลางในการส่งเสริม และพัฒนาสิ่งที่ได้ครั้งนี้ ให้มีพลังมากขึ้น โดยการเผยแพร่ กระจาย สิ่งดีงามเหล่านี้ให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร
- และผู้บริหารระดับสูงขององค์กร จะช่วยจับความรู้ที่ทรงคุณค่า พัฒนาขึ้นในกระบวนการเกลียวความรู้ (Knowledge Spiral) ในลักษณะสร้างเป็นวิสัยทัศน์ ของมหาวิทยาลัย (New paradigm) ต่อไป
จำได้ว่าครั้งแรกๆ ที่พี่แหม่มเข้ามาร่วมพูดคุยกับเราในการเตรียมตัวเป็นคุณอำนวย หรือในตอนนั้นเราเรียกตัวเองว่า observer พี่แหม่มมีความกังวลค่อนข้างมาก แต่ด้วยความเชื่อของตูนอีกอย่างเกี่ยวกับ KM ว่าเป็นเครื่องมือสร้างความสุข ความภาคภูมิและความอิ่มเอมใจให้กับคนที่ได้รู้จักและนำไปใช้จริง และวันนี้พี่แหม่มก็ได้ช่วยตอกย้ำความเชื่อนี้อีกครั้งจากการพี่สูจน์ด้วยตัวเอง จริงมั้ยคะ
ขอบคุณพี่แหม่มจากใจจริงค่ะ
หลังจากจบจากการเป็นคุณอำนวยโครงการ KM workshop ผู้นำนิสิต ม.นเรศวร วันที่ 19-20 ส.ค. 49 ที่ ม.แม่โจ้
ขณะนั่งรถกลับก็คิดเรื่อยเปื่อยว่ารู้สึกดีใจ และประทับใจที่ได้มีโอกาสได้ร่วมทำงานกับ
อ.วิบูลย์ (อ.วิบูลย์ เป็นเหมือนกับครู ที่สอนให้พวกเราได้เติบโตในการทำ KM การจัดกิจกรรม KM สั่งสอน เราให้สะสมประสบการณ์ในการทำ KM และในเรื่องการทำงานต่าง ๆ ฯลฯ) ไม่รู้ซิอธิบายยากจัง แต่รู้สึกได้ถึงความเป็นครูของอ.วิบูลย์ (ในความหมายครูของออยเปรียบได้กับ พ่อ-แม่ คนที่ 2 ของลูก คือคนที่ค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ ให้ลูกได้สั่งสมประสบการณ์ มีความเมตตา อะไรแนว ๆ เนี๊ย)
และพี่ ๆ ที่น่ารักทุกคนพี่ตูน พี่พัช พี่โอ(หน่วยประกัน) พี่ต้น พี่พร(กองกิจ) พี่แหม่ม(เภสัช) พี่วันเพ็ญ(หอสมุด)แอ้ว(งานวิจัย)
และที่สำคัญยิ่งรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้เห็นความตั้งใจในการทำงานของทุกคนที่ทุ่มเทใจในการจัดกิจกรรม KM Workshop ให้กับผู้นำนิสิต เพื่อที่จะให้พวกเค้าสามารถนำไปต่อยอด และสามารถนำ KM เพื่อไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมด้านต่าง ๆ ของพวกเขา
ถ้าเป็นอย่างนี้นะ KM ของมหาวิทยาลัยนเรศวร คงจะหมุนเกรียว เป็นพายุทอนาโด ชัวร์ ๆ เลยแหล่ะ
ขอบคุณทุกๆท่านครับ ยินดีด้วยกับความสุขที่ท่านได้รับ ในฐานะฝ่ายดำเนินงาน ภูมิใจครับ ที่ได้ยินเสียงตอบรับเช่นนี้ ยินดีครับที่ผลออกมาประสบความสำเร็จ โครงการนี้ยังไม่จบแค่นี้ จะยังมีรอบที่สองอีก ทางสภานิสิต คาดว่าจะจัดประมาณเดือนตุลาคม ยังไงจะเรียนให้ทราบต่อไปครับ
ขอขอบคุณอาจารย์จิตตีย์พร...
ความสุข ความสนุกกับการทำงาน มันไม่ได้เกิดง่ายๆ เลยเนาะพี่แหม่ม แถมงานที่ทำเรารู้สึกได้ถึงความสำเร็จ ยิ่งคุ้มค่ามากขึ้นไปอีก ว่ามั้ยคะ
มายืนยันด้วยค่ะ
เสียดายจังไม่ได้ไปด้วย แต่ก็ได้รับความสุขในการไปครั้งนี้ของทุกคนค่ะ