ความในใจต่อ รศ.นพนิธิ สุริยะ เนื่องในโอกาสที่ท่านมีอายุครบ ๖๕ ปี โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔

 

ถ้าจะถามว่า รู้จัก อ.นพมานานแค่ไหนแล้ว ? ก็ต้องหยิบเครื่องคิดเลขมาคำนวณทีเดียว

อ.แหววเริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปีการศึกษา ๒๕๑๙ และภายหลังการเปิดเรียนหลังจากการปิดเรียนเนื่องจากเหตุการณ์วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙  ก็ได้มีโอกาสรู้จัก อ.นพ ในร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นหน้าประตูท่าพระจันทร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ...... จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ ๓๕ ปีแล้ว อ.นพในวันนั้นทำหน้าที่รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา ซึ่งทำหน้าที่ดูแลนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ค่อนข้างจะบอบช้ำจากเหตุการณ์ที่โหดร้ายที่เกิดในธรรมศาสตร์ในปีนั้น 

อ.แหววอาจจะโชคดีกว่าลูกศิษย์คนอื่นที่มีโอกาสเรียนรู้หลายอย่างจาก อ.นพ เริ่มต้นจากวิธีคิดต่อความเรื่องร้ายๆ ที่กดดันนักศึกษาในปี พ.ศ.๒๕๑๙ มาสู่การเรียนวิชากฎหมายระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสิทธิมนุษยชน ทั้งในชั้นปริญญาตรีและโท แม้ในเวลาช่วงหลังที่กลับมาทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะนิติศาสตร์แล้ว อ.แหววก็ยังมีโอกาสเรียนรู้จาก อ.นพ อย่างไม่ขาดตอน

ดังนั้น อ.นพจึงเป็น “หนังสือที่มีชีวิต” เล่มหนึ่งของ อ.แหวว และเป็นหนังสือที่มีความรู้อันหลากหลายให้ค้นคว้า และเป็นหนังสือที่เดินมาหาเราได้อีกในยามที่เราดูจะคิดและทำอะไรที่ไม่เข้าท่า

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราสังเกตได้ก็คือ เมื่อเราทำดี อ.นพก็จะมีคำชมให้เรา และมีของขวัญให้เราเสมอ แม้ในยามที่ลูกศิษย์คนนี้มีอายุ ๕๐ กว่าปีแล้ว ก็ยังได้รับความดูแลจาก อ.นพ เหมือนนักศึกษาหญิงปีหนึ่งที่มีหัวคิดเอียงซ้ายนิดๆ เถียงคำไม่ตกฟาก และใส่กางเกงยีนส์มาเรียนคนเดิมเมื่อ ๓๕ ปีก่อน