เขาอยากได้แค่กระดาษใบเดียว หรืออยากได้ประสบการณ์อันล้ำค่าในการเรียนมหาวิทยาลัย

โหน่ง อะเดย์ หรือ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ได้ทำหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ "มัชฌิมนิเทศ" เป็นการถอดความและเรียบเรียงจากการเดินทางไปบรรยายพิเศษให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัย ๆ หนึ่ง

 

 

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเล่าในชีวิตของโหน่ง อะเดย์ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับมหาวิทยาลัย จนถึงความสำเร็จในการเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์อะเดย์ และในตอนท้ายได้ตอบปัญหานักศึกษาที่ถามมาในหลาย ๆ ประเด็น

ชีวิตโหน่ง อะเดย์ เป็นชีวิตที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ โดยเฉพาะวัยที่กำลังค้นหาตนเองในมหาวิทยาลัย

 

ปกรองเขียนไว้ว่า ...

 

หนังสือสำหรับนิสิตนักศึกษาปีหนึ่งถึงปีสี่

และผู้ใหญ่ที่รู้สึกอยู่เสมอว่ายังเรียนไม่จบเสียที

 

 

เขียนเล่านำเรื่องมาทั้งหมดนี้ ผมอยากยกตัวอย่างวิธีคิดของคุณโหน่ง อะเดย์ มาสักคำถามที่นักศึกษาได้ถามเขา และผมว่ามันสะท้อนความเป็นจริงของนักศึกษาในปัจจุบันจริง ๆ

 

นักศึกษาเขียนคำถามลงกระดาษว่า ...

กลัวการทำงาน กลัวการรับผิดชอบ งานใหญ่ ๆ รู้สึกไม่มั่นใจ อยากให้พี่โหน่งช่วยให้คำแนะนำหน่อยค่ะ

 

 

คุณโหน่ง อะเดย์ ตอบว่า ...

อู้หู ชีวิตคนเราจะมัวไปทำแต่งานง่าย ๆ ทำไมล่ะครับ งานง่าย ๆ ใครก็ทำได้ ปล่อยให้คนธรรมดา ๆ เขาทำไป โดยส่วนตัวแล้วผมว่าไอ้งานยากมันท้าทายดี

เปรียบเทียบกับฟุตบอลแล้วกัน บังเอิญผมเป็นชอบฟุตบอล ผมว่าถ้าผมเป็นนักฟุตบอลนะ ครั้งหนึ่งในชีวิต ผมอยากลงไปเตะกับทีมชาติบราซิลสักแมตช์นึงว่ะ

โอเค มันยากมากหรือเป็นเรื่องเกือบจะฝันเลยแหละที่คุณจะชนะเขาได้ แต่ใจคอคุณจะเอาแต่เตะกับทีม อบต. หรือทีมหมู่บ้านเพื่อหวังชนะเขาแค่นั้นเหรอ ถ้ามีโอกาสลองเล่นของสูงสักครั้งสิ ลองเล่นท่ายากดูบ้าง

ผมว่า ข้อดีที่ได้จากการทำงานโหด ๆ หิน ๆ คือ มันให้ประสบการณ์งานไหนยิ่งยาก ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานนั้นก็ยิ่งคุ้มค่า ยิ่งถ้าคุณทำสำเร็จนะ ความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นจากการทำงานยาก ๆ มันจะมากมายมหาศาลกว่าการทำงานจิ๊บจ๊อยอย่างเทียบกันไม่ติดเลยนะ

จดใส่กระดาษไว้เลยครับ, อย่าคาดหวังว่าจะได้ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ จากการเลือกทำแต่อะไรง่าย ๆ

 

 

............................................................................................................................................

 

นักศึกษาในมหาวิทยาลัยผม ... คิดแบบคำถามข้างต้นนี้ค่อนข้างเยอะ

เวลาเขาเลือกลงรายวิชาใด เขาก็จะต้องถามคนอื่นก่อนว่า ...

เกรดง่ายไหม

งานเยอะไหม

อาจารย์โหดไหม

แบบฟังก่อน แล้วเชื่อเลย หลังจากนั้นก็หาทางเปลี่ยนหมู่เรียน ยกเลิกรายวิชา วิ่งไปถอนวิชาทิ้ง โดยไม่คิดจะสู้อะไรทั้งนั้น

ในฐานะผมเป็นครูเขา ผมเห็นวิธีคิดแบบนี้แล้วดูตลกดี รู้สึกเวทนาในใจ ในจิตใจที่ไม่สู้อะไรเลย แล้วเช่นนี้ เวลาเรียนจบไปแล้วเจองานหนักกว่านี้ เขาคงลาออกจากงานไม่รู้กี่ที

การได้ทำงานยาก ๆ คือ ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ

หากผ่านไปได้ จะทำอะไรที่ยากกว่านี้ก็เล็กปะติ๋วมาก

ทุกอย่างอยู่ที่หัวใจ และวิธีคิดของพวกเขาเองว่า

เขาอยากได้แค่กระดาษใบเดียว หรืออยากได้ประสบการณ์อันล้ำค่าในการเรียนมหาวิทยาลัย

 

ขอบคุณ คุณโหน่ง อะเดย์

ขอบคุณ หนังสือมัชฌิมนิเทศ

ขอบคุณ ทุกท่านที่ผ่านเข้าอ่าน

 

บุญรักษา คนที่อยากได้ประสบการณ์ใหม่ทุกท่าน ;)...

 

............................................................................................................................................

ขอบคุณหนังสือดี ๆ

วงศ์ทนง  ชัยณรงค์สิงห์.  มัชฌิมนิเทศ.  กรุงเทพฯ: อะบุ๊ก, 2553.