หนีเรียน,จะช่วยอย่างไร,หนีเรียนกลางคัน
ได้มีโอกาสเป็นครู ได้พบกับลูกศิษย์หลายรูปแบบ แตกต่างกันไป ดื้อ รั้น ซน เกเร เรียบร้อย ฉลาด เก่ง แต่ยังไม่เคยเป็นห่วงเท่าศิษย์คนที่จะเล่าต่อไปนี้
เด็กคนนี้ได้มีช่วงได้สอนเขาเมื่อเขาเรียน ป.4 เรียนค่อนข้างดี ชอบศิลปะแต่ไม่ถึงกับเก่ง พ่อเสียชีวิตแล้ว อาศัยอยู่กับพี่ชายซึ่งมีครอบครัวแล้ว และปู่แก่ๆอีกคน ส่วนแม่ต้องไปๆมาๆที่อีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งต้องไปทำไร่มัน รายได้ไม่แน่นอน ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นไปอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้ ยอมรับว่าไม่เฉลียวใจ ทั้งที่เห็นกับตา ในช่วงที่เรียน ป.5 เทอมสอง เด็กคนนี้จะทำตัวเป็นผู้นำกลุ่ม ชักชวนเพื่อนเข้ากลุ่มตนเอง วางตัวแบบ"กูไม่สั่งมึงอย่าทำ" การเรียนเริ่มไม่ค่อยดี ก็เฝ้าสังเกต คิดว่าเป็นอาการของนักเรียนที่ผู้ปกครอง(แม่) ไม่ค่อยได้อยู่ดูแล มีนักเรียนหญิงเพื่อนของเขามาเล่าให้ฟังว่า เขาแอบไปสูบบุหรี่กับวัยรุ่นที่ออกจากโรงเรียนแล้ว พอขึ้นเรียน ป.6 ได้เป็นครูประจำชั้นของเขา ได้แนะนำตักเตือนเขาได้มากขึ้น เขาฟังโดยไม่เคยเถียง แต่อาการหัวโจกของกลุ่มเพื่อนยังมี การขาดเรียนมีบ้างแต่ไม่มาก ความดื้อแบบน้ำนิ่งไหลลึกมีมากขึ้น เคยพูดคุยกับแม่ของเขาสองต่อสองเมื่อได้ประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน แม่ของเขาให้ข้อมูลว่า เขาจะไม่เคยเถียงแม่ จะรักแม่ หากแม่บอกแม่สอนบางครั้งยังร้องไห้ด้วยซ้ำไป บอกพฤติกรรมการริสูบบุหรี่ให้แม่เขาฟัง แม่บอกว่าไม่ทราบ ครูก็ได้แนะนำเขาทั้งทางตรง และโดยอ้อมเกี่ยวกับพิษภัยบุหรี่ เขารับฟัง สงบเย็น ไม่แสดงอาการอย่างใดออกมา ช่วง ป.6 เทอมปลาย เพื่อนๆเขามาเล่าให้ฟังว่า เขามักจะลงเที่ยวกลางคืน (บ้านนอกชนบท)ก็อยู่ในเขตหมู่บ้านของเขาแต่ไม่ทราบว่าไปเที่ยวเล่นอยู่กลุ่มวัยรุ่นหรือไม่ แต่สอบถามกลุ่มเพื่อนของเขาได้ทราบว่าไม่ได้ไปอยู่บ้านเพื่อน การเรียนช่วง ป.6 จึงลุ่มๆดอนๆ จบไป และเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเดิม ในชั้น ม.1 (โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา) ก็ยังเป็นห่วงศิษย์คนนี้อยู่ เพราะความประพฤติและพฤติกรรมน่าเป็นห่วง ถึงแม้จะไม่ได้สอนเขาแล้วก็ตาม ยังได้พูดคุย แนะนำเขาบ้างบางครั้งคราว มีครั้งหนึ่งตรวจกระเป๋าเรียนพบบุหรี่และไฟแช็ก ก็เลยบอกว่าครูขอนะ คือขอทั้งบุหรี่และขอให้เลิกริสูบบุหรี่เสีย ให้สงสารแม่บ้าง แล้วตั้งหน้าเรียนให้จบ ม. 3 เพื่อจะได้เรียนต่อหรือไปทำงานหาเลี้ยงแม่ ดูแลแม่ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกหนักเรื่อยๆ ครูฝ่ายปกครองเรียกพบบ่อยเกี่ยวกับพฤติกรรมการหนีเรียน และการสูบบุหรี่ ก็เฝ้าดูเขาด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่เห็นความประพฤติที่ไม่ดีของเขา ก็ภาวนาว่าจะอย่างไรก็ตามอยากให้เขาได้เรียนจนจบภาคบังคับก็ยังดี แต่การณ์กลับไม่เป็นอย่างนั้น พอขึ้นเรียน ม. 2 ปีนี้ผ่านมาได้ไม่ถึง สามเดือนดี เขาก็หนีเรียนกลางคันไปเสียแล้ว สอบถามเพื่อนเขาก็บอกว่าหนีไปทำงาน กรุงเทพฯ ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องมาเขียนเล่าให้ผู้ที่มาอ่านพบตรงนี้ ว่าจะช่วยศิษย์คนนี้ได้อย่างไร และจะทำอย่างไรดี เกรงว่าเขาจะไม่ไปเพียงสูบบุหรี่เท่านั้น ถ้าไปทำในสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาที่หนักกว่าบุหรี่ จะทำอย่างไร เรียนก็ไม่จบ หากท่านผู้ใดมีแนวคิดดีๆ กรุณาบอกด้วยนะครับ ถึงแม้จะไม่ได้สอนเขาโดยตรง แต่ก็ทิ้งนิสัยครูไม่ได้คือ ห่วงลูกศิษย์ ครับ
ถ้าไปอยู่กรุงเทพฯ ค่อนข้างตามยากครับ ต้องลองถามเพื่อนเขาดูว่าไปอยู่ที่ไหน เอาเด็กคนนี้มาฝากครับ
http://www.gotoknow.org/blog/yahoo/71149
ขอบคุณ ท่านขจิต ฝอยทอง มากนะครับกับเรื่องราวที่นำมาฝาก ศิษย์ของผมแค่กลับมาเรียนให้จบ ม.3 ก็จะดีใจระดับหนึ่งแล้วละครับ หากไม่เรียนในระบบ ก็อยากให้เรียน กศน. ก็ขอขพระคุณอีกครั้งนะครับ
สวัสดีลุงศรี คงเป็นคนเดียวกับคนที่มีภรรยาเป็นพยาบาล นามสุภัทรา
ลุง วอขอต้อนรับสู่โกทูดนว์ เพื่อการ ลปรร.กัน
สวัสดีครับ ลุงวอญ่า
ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทายและต้อนรับสู่โกทูโนว์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ และหวังว่าในโอกาสต่อไปคงได้เรียนรู้สิ่งดีๆจากลุงวอญ่าครับ
สำหรับผมกับพยาบาลที่ลุงวอญ่าพูดถึง เป็นคู่ชีวิตกันครับ
และขอขอบคุณสำหรับคำอวยพรปีใหม่นะครับ
ขอบคุณครับ
คุณกานดา น้ำมันมะพร้าว ที่มอบคำอวยพรปีใหม่ ครับ
ขอบพระคุณ อาจารย์ ดร.ขจิต นะครับ จะพยายามเข้ามาเขียนต่อให้ไ้ด้นะครับ ขอบคุณที่ให้กำลังใจครับ