ผมห่างหายไปจาก G2K จนรู้สึกตัวเองว่า เราทำผิด แต่ก็ขอยืนยันว่า วิถีชีวิตบ้านนอกที่คิดว่าจะผ่อนคลายกว่าการแหวกว่ายอยู่กับความสับสนในกทม.นั้น กลับดูยุ่งมากกว่าเดิมเสียอีก

    แต่ละวันมีเรื่องต้องคิด ต้องทำ ต้องแก้ปัญหาหลากหลายเหลือเกิน แต่ก็เพลินดีมากครับ เพลินกับปัญหา หรือโจทย์แปลกๆที่ผู้คนเขามาปรึกษาหารือ จนนำไปสู่การต้องคิดและทำสิ่งที่เราเชื่อว่า ต้องทำได้ ทั้งมิติของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และเรื่องของการเรียนรู้และจัดการความรู้  ทำให้ยังต้องวนเวียนอยู่กับคุณครู และโรงเรียน ทั้งตามที่เขาขอมา และที่เราอยากทำเอง

    อย่างไรก็ตาม เมื่อลองติดตามอ่านเรื่องราวดีๆใน Blog ของพี่น้องใน G2K ก็อดไม่ได้ที่จะไปแสดงทัศนะ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เขียนๆ Comment ไปบางทีก็ยาวจนอยากจะเก็บมาฝากเป็นบันทึกใหม่ของตัวเอง เช่นเรื่องนี้แหละครับ

    น้องสาวในดวงใจผมคือคุณ โอ๋ หรือ ดร.อโณทัย โภคาธิกรณ์ เธอนำเสนอเรื่องดีๆบันทึกชื่อ จะดีไม่ดีก็ควรพูดแต่เรื่องดีๆ...ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง ผมอ่านแล้วชอบใจ จึงไปเขียนแสดงความคิดเห็น ต่อท้ายว่า ...

  • การมองแง่ดีในเรื่องที่ใครๆเขาดูเป็นเรื่องร้ายนับว่าได้ประโยชน์มาก 
  • ทบทวนดูชีวิตที่ผ่านมา มีเรื่องหนักหน่วงเกินคาดเกิดขึ้นมากมาย
  • เลวร้ายชนิดที่ใครหลายคนบอกว่าถ้าเป็นคนอื่นคงไม่พ้น การฆ่าคนตาย หรือไม่ก็ ฆ่าตัวตาย
  • แต่เรากลับผ่านมาได้ด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะในใจ มีความผ่อนคลาย สบายใจ และยังสามารถทำอะไรที่ใจรักและเห็นว่าเป็นประโยชน์เกื้อกูลผู้คนได้อย่างต่อ เนื่อง
  • เคล็ดไม่ลับอยู่ที่ การมองเห็นทุกอย่างตามความเป็นจริง จนสามารถประกาศอิสรภาพจากการยึดถือว่าอะไรๆต้องเป็นไปตามใจเราปรารถนาได้ 
  • ย่อๆก็คือการ เห็นแจ้งในไตรลักษณ์ นั่นเอง
  • ทำได้มากเท่าไหร่ก็จะผ่อนคลายจากทุกข์ได้มากเท่านั้น
  • การ อยากมี อยากเป็น อันเป็นเชื้อโรคร้ายที่กัดกร่อนจิตใจผู้คนทั่วไปอยู่ ก็จะมารบกวนหรือทำร้ายเราได้ยากยิ่งขึ้นครับ

             ขอบคุณ น้องสาว มากๆที่ทำให้พี่นิสัยดีขึ้น คือสามารถเพิ่มบันทึกใหม่ให้ Blog ของตัวเองได้อีกเรื่องหนึ่งในวันนี้ ... อิ อิ อิ