เทียวทางเหวิ่งเหิงมามันค่ำอย่าเทียวกินหมากหว้ามันสิซ้าค่ำทาง...นางเอย

          วัดที่ผมอยู่ช่วงที่เป็นสามเณรนั้น...มีความสงบร่มรื่น...มีมะม่วงนานาชนิด...วันหนึ่งขณะผมกวาดลานวัด...มีเสียงตก...ปุ๊ก...เหลียวไปดู...ลูกนกครับ...ผมจะเข้าไปจับ...ลูกนกพยายามหนี

แม่นก...ส่งเสียงร้อง...และบินเฉี่ยวที่หัวผมไป...มา...ผมตั้งใจจะช่วยนำลูกนกนำขึ้นสู่รังของมัน...อนิจจา...มันไม่ให้ผมช่วย...มันหายเข้าไปในหญ้ารกชัฏ...ผมยังรู้สึกเสมอเมื่อ...เห็นเจ้านกน้อย..ทั้งหลาย...เราพรากแม่...พรากลูกหรือเปล่า...หนอ...ทำให้ตัวเราเองก็พเนจร...ไป...ในเส้นทางอันยาวไกล...ใคร...ช่วยเฉลยให้ที...

        วันหนึ่ง...สมภารวัดพร้อมพระเณร...ไปงานบุญที่บ้านอื่น...ยามค่ำคืน...เทียวทางเหวิ่งเหิงมามันค่ำอย่าเทียวกินหมากหว้ามันสิซ้าค่ำทาง...นางเอย...ที่ริมรั้ววัดด้านประตูออกไปป่าช้า...มะม่วงกำลังพอกินเริ่มจะสุกบ้างแล้ว...คืนนั้น...ราว  3 ทุ่มเศษ  มีเสียงดังมาจากต้นมะม่วง  ผมแอบไปดูในความมืด...เห็นขโมย  2  คน  กำลังหักกิ่งเอามะม่วงอยู่

             ผมจึงปลอมตัวเป็นสมภาร...คือท่านตัวเล็ก...เดินเสียงดังเพราะสวมใส่รองเท้าตราดาว...ท้ายมันยื่นออกมา...ท่านเดินเสียงดังเป็นจังวะ...แต๊บ..ๆๆ ผมเลียนแบบท่านเดินจากที่พักลงบันไดแล้วเดินตรงไปยัง...ขโมย...ผมตั้งใจจะรักษาสิ่งของในวัดแทนสมภารครับ ฮา ๆ

 เอิก ๆ  มือผมถือตระเกียงให้ไฟส่องหน้าไว้...ได้ผล...พวกมันกระโดดลงจากต้นมะม่วง

อย่างไม่คิดถึงชีวิต...แล้ววิ่งหนีไป...ทิ้งของกลางไว้ครับ...

            คือแถวบ้านเหล่านี้...มีการขโมยควาย...และของเล็ก ๆน้อย ๆ  จะมีการปล้นบ้านกำนันก็นาน ๆจะมีสักครั้งครับ...เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยนี้...ห่างกันไกล...โจรสมัยก่อนยัง

มีธรรมอยู่ในหัวใจบ้าง...หรือคุณมีความเห็นเป็นอย่างไรครับ...

           โปรดติดตามตอนต่อไป...ด้วยความปรารถนาดี

จาก...umi