นายวราเทพ รัตนากร รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามผลการใช้จ่ายเงินภาครัฐ       ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการเร่งรัดติดตามสถานะและคาดการณ์การ เบิกจ่ายของทุกส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ว่า ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงวันที่ 11 ส.ค. มีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 1.063 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 78.19% จากงบประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท โดยงบลงทุนเบิกจ่ายแล้ว 220,726 ล้านบาท หรือ 62.48% ของวงเงิน 353,283 ล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนสามารถเบิกจ่ายได้มากกว่า 38,329 ล้านบาท หรือ 0.66% แต่ยังไม่ได้ตามเป้าที่กำหนดต้องเบิกจ่ายงบลงทุนทั้งปีงบประมาณให้ได้ 73% จึงต้องเร่งรัดต่อไป นอกจากนี้ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ส่วนราชการเร่งก่อหนี้ผูกพันให้ทัน 31 ส.ค.นี้ พบว่ายังมีงบประมาณที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทัน 5.2 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเพื่อให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจดำเนินงานได้ตามเป้าหมายและไม่เกิดการชะงักงัน รวมถึงมีปริมาณเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี 2550 ยังไม่ประกาศใช้      ที่ประชุมมีมติผ่อนผันให้เลื่อนก่อหนี้ผูกพันได้ถึงสิ้นเดือน ก.ย. เฉพาะรายการ   ที่อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง งบกลางรายการค่าใช้จ่ายเพื่อปรับกลยุทธ์และรองรับการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งรายการที่อยู่ระหว่างขอปรับแผนตามมาตรการที่สำนักงบประมาณกำหนด นายวราเทพกล่าวว่า จากปัญหาการเบิกจ่ายล่าช้านี้เอง ได้สั่งการให้มีการสำรวจหน่วยงานราชการ      ที่เบิกจ่ายล่าช้าและต้องก่อหนี้ผูกพันบ่อยครั้ง ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาหากพบส่วนราชการใดมีปัญหา ให้สำนัก งบประมาณพิจารณาตัดลดงบประมาณในปีงบประมาณหน้า โดยไม่กระทบกับภารกิจบริการประชาชน หากพบสาเหตุ  เกิดจากการบริหารของหัวหน้าส่วนราชการ จะดำเนินการกับผู้บริหารหน่วยงานดังกล่าว แต่หากเกิดจาก  ปัจจัยภายนอก เช่นภัยธรรมชาติ หรือการทิ้งงานของผู้รับเหมา ก็ต้องหาทางแก้ไขต่อไป ซึ่งทั้งหมดจะนำเสนอ ครม.ภายในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส.ค.นี้ นายวราเทพกล่าวว่า สำหรับคาดการณ์การเบิกจ่ายงบลงทุนทั้งปีงบประมาณ 2549 พิจารณาจากรายงาน ของหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ส่วนราชการที่มีงบลงทุนเกิน 1 พันล้านบาท          มีงบลงทุน 3.79 แสนล้านบาท หรือ 60% ของงบลงทุนทั้งหมด  คาดจะเบิกจ่ายได้ 84%   2. ส่วนราชการที่มีงบลงทุนต่ำกว่าพันล้านบาท จะเบิกจ่ายได้เพียง 63% ส่วนมากจะเป็นโครงการก่อสร้างที่ติดปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดิน    แบบก่อสร้างไม่เรียบร้อยและผู้รับเหมาทิ้งงาน      3.งบประมาณตามยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ ซีอีโอ จำนวน 23,000 ล้านบาท คิดเป็น 6% ของงบลงทุนทั้งหมด คาดเบิกจ่ายได้ 55%    และ 4.งบกลางที่มีอยู่ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท   จะเบิกจ่ายได้ 79% ซึ่งทั้ง 4 ส่วนคาดจะเบิกจ่ายได้รวม 78% มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 73%    รมช.คลังกล่าวว่า หากมีการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจากวันที่ 15 ต.ค.2549 จะกระทบโดยตรงต่อการใช้ จ่ายงบลงทุนปี 2550 เนื่องจากกำหนดการเดิมรัฐบาลหน้าสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ในเดือน เม.ย.2550          แต่หากเลื่อนวันเลือกตั้งไปอีก การเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณต้องล่าช้าออกไปด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับงบประจำ และงบผูกพันยังสามารถเบิกจ่ายได้ตามปกติ ส่วนการจัดทำร่างงบประมาณ  จะเป็นแบบสมดุล หรือขาดดุลนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ไทยโพสต์  กรุงเทพธุรกิจ  ไทยรัฐ  เดลินิวส์    มติชน  ผู้จัดการออนไลน์  แนวหน้า  บ้านเมือง สยามรัฐ   โพสต์ทูเดย์   ข่าวสด  19 ส.ค. 49