ด้วยการมีส่วนร่วมของทีมงาน "โรงเรียนแห่งความสุข" ที่มีต่อคณะผลิตครู เรายังดำเนินการพัฒนาต่อไปข้างหน้าโดยเป็นจิตอาสาล้วน ๆ ที่ไม่พึงมีผลประโยชน์ใดเข้ามายุ่งเกี่ยว

ไม่มีเหตุผลใดที่จะมาหยุดเพื่อทำความดีของเรา ดังคำที่ว่า "อย่าเอาความชั่วของคนอื่น มาหยุดการทำความดีของเรา" ถึงด้วยความอะไรหลาย ๆ อย่างของคนที่คิดแต่ตัวเองเป็นหลักจะทำให้เราชะลอไปหลายครั้ง ผมคิดว่า เราคงทำไปเรื่อย ๆ จนไม่มีใครอยากให้เราทำ 

 

โครงการนี้เป็นโครงการที่อาศัยความร่วมมือร่วมกับทาง "โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา" แห่งเชียงใหม่ กับทางคณะผลิตครู เพื่อจัดหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรายวิชาสู่การลงปฏิบัติจริง อันที่เราจะมองเห็นภาพไปข้างหน้าว่า นี่คืออัตลักษณ์ที่แท้จริงของคณะผลิตครูของเรา

เชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่ที่อิทธิพลจากเมืองหลวงและวัฒนธรรมตะวันตกได้เข้ามาโจมตีจนเยาวชนของเราไขว้เขว้ไป การคิดถึง "รากเหง้า" ทางวัฒนธรรมของตนเองย่อมน้อยลง และรอวันเสื่อมสลายไปทุก ๆ วัน

เราต้องการให้ "รากเหง้า" มันกลับมาอยู่ในหัวใจของเยาวชนที่จะเป็นครูเหล่านี้

คำว่า "รากเหง้า" หมายถึง กำพืด, ต้นตระกูลของตนเองที่สืบทอดมาหลายชั่วคน

 

ในภาคเรียนนี้ ๑/๒๕๕๔ ผมและทีมงานได้รับการร้องขอจากคณบดีและรองคณบดีฝ่ายวิชาการว่า ในทุกวันพุธ - พฤหัสบดี ระหว่างเวลา ๑๕.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ขอให้ช่วยมาเก็บข้อมูล ดูแลนักศึกษาที่มาลงเรียนที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ซึ่งมีโครงการวิจัยของคณะผลิตครูครอบมาด้วย

ตัวผมเองนอกจากต้องดูแลนักศึกษาแล้ว ยังต้องคอยบันทึกภาพในทุก ๆ ครั้งที่มาลงที่โฮงเฮียนฯ เสมอ

สัปดาห์ที่ผ่านมา เด็ก ๆ เริ่มลงปฎิบัติตามศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ จากครูภูมิปัญญาตัวจริงเสียงจริง ซึ่งได้แก่ การเขียนตัวอักษรล้านนา (ตั๋วเมือง), การวาดรูปล้านนา, จักสาน และ ศิลปะการตัดกระดาษ (ตุง)

 

ผมบันทึกภาพทุกศูนย์การเรียนรู้ แต่บันทึกนี้ขอเน้นที่ "ศิลปะการตัดกระดาษ" เพราะภาพถ่ายมีแสงสวย แถมด้วยบรรยากาศรอบ ๆ ของโฮงเฮียนฯ ด้วย

 

 

ภาพที่ ๑ ... เฮือนโบราณ สถานที่ที่เด็กมาเรียน "ศิลปะการตัดกระดาษ"

 

 

 

ภาพที่ ๒ ... ป้ายประจำศูนย์การเรียนรู้

 

 

 

 

ภาพที่ ๓ ... บรรยากาศการร่ำเรียนภายในของนักศึกษากลุ่มแรก

 

 

 

ภาพที่ ๔ ... ลวดลายของกระดาษที่ครูร่างไว้ให้ สำหรับเด็ก ๆ ที่ต้องตัดตามร่างนี้

 

 

 

ภาพที่ ๕ ... ครูใจดี ค่อย ๆ สอนเด็ก ๆ อย่างใจเย็น

 

 

 

ภาพที่ ๖ ... ด้วยความตั้งใจและความงามของเด็กนักศึกษา

 

 

 

ภาพที่ ๗ ... ระหว่างพิธีไหว้ครู เจ้าบุญจู (บุญชู) หมาประจำถิ่นก็มานอนหมอบเล่นในวิหารข้าง ๆ รูปปั้นหลวงปู่

 

 

 

ภาพที่ ๘ ... เจ้าบุญทิ้ง และนักศึกษากำลังรอเข้าสู่พิธีไหว้ครู

 

 

 

ภาพที่ ๙ ... แมวเจ้าถิ่น ใครมีปัญหาอะไรม่ะ จาหลับอ่ะ ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๑๐ ... บรรยากาศการเรียนรู้ของกลุ่มที่สอง

 

 

 

ภาพที่ ๑๑ ... ครูบอกว่า คู่มือการตัดตุงพวกนี้ขายข้างนอกโฮงเฮียนฯ เล่มละ ๑๕๐ บาท แต่สำหรับนักศึกษาแล้วครูให้ฟรี ขอให้เก็บไว้ให้ดี ๆ

 

 

 

ภาพที่ ๑๒ ... ครูค่อย ๆ ตัดเป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ ได้ดู

 

 

 

ภาพที่ ๑๓ ... ดูความสนใจและตั้งใจของเด็กที่มาเลือกเรียนศูนย์ฯ นี้

 

 

 

ภาพที่ ๑๔ ... มีสะพานไม้ไผ่สานลาดยาวมาถึงหน้าเฮือนโบราณ

 

 

 

ภาพที่ ๑๕ ... ท้องฟ้าและเมฆยามเย็นย่ำเช่นนี้ ก็ยังสวยงามเช่นเคย

 

 

 

ภาพที่ ๑๖ ... พยายามซูมสุดแล้วสำหรับต้นไม้เล็ก ๆ เขียว ๆ ที่อยู่บนหลังคาไม้เก่า ๆ เห็นแต่ลวดลายที่มีสายสนยาว ๆ หล่นปกคลุมอยู่

 

 

 

ภาพที่ ๑๗ ... โชคดีจัง วันที่สองนี้ในระหว่างนั่งอยู่ในเฮือนโบราณ มีแสงสุดท้ายจากภายนอกมากระทบโคมล้านนายักษ์ที่อยู่ภายในเฮือนโบราณ ผมชอบแสงที่มากระทบมาก

 

 

 

ภาพที่ ๑๘ ... เห็นช่องหลังคาที่มากระทบนะครับ ทางขวามือของภาพ

 

 

บันทึกนี้นำภาพมานำเสนอ ๑๘ ภาพก่อนแล้วกันนะ

การถ่ายภาพขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ และสภาพความเป็นจริงด้วย

ฤดูฝน แสงที่ต้องการคงไม่ได้ดั่งใจแน่นอน แล้วแต่อารมณ์ของธรรมชาติ

เราอยู่ภายใต้ของธรรมชาติ ย่อมต้องปรับตัวตามธรรมชาติ หาใช่ฝืนได้ไม่

 

พอมองเห็นความสำคัญของโครงการนี้เลา ๆ ไหมครับ

การปลูกฝังและกล่อมเกลาว่าที่คุณครูเหล่านี้ ให้ได้มีโอกาสกลับไปทบทวนและทำความรู้จัก "รากเหง้า" ของตนเองให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

มันเป็นหน้าที่ของคณะผลิตครูโดยตรงครับ ละทิ้งไม่ได้

ผมไม่ใช่คนแถวนี้ ผมยังรู้สึกได้ถึงการสืบทอดวัฒนธรรมเหล่านี้เลย

แล้วคนอยู่ถิ่นฐานแถวนี้ล่ะ ควรต้องทำอย่างไรหนอ

 

คำว่า "รากเหง้า" หากมองอีกนัย คือ ความกตัญญูรู้คุณต่อบรรพบุรุษที่ท่านได้สร้างสมมา คนที่ไม่รู้จักความกตัญญูและเนรคุณต่อรากเหง้าของตัวเอง คงหาความเจริญได้ยากอย่างแน่นอน

 

บุญรักษา คนกตัญญูทุกท่านครับ ;)