กลับภาคเรา...รักรออยู่

 

เส้นทางคดเคี้ยวสู่โรงเรียน

 

หลังจากใช้ชีวิตที่แตกต่างและแปรเปลี่ยนในเมืองกรุงมาได้เกือบสามปี  เป็นช่วงที่กำลังสนุกและปรับเปลี่ยนหลายๆอย่าง  อีกทั้งกำลังทำตัวกลมกลืนกับคนเมืองกรุงประเภทหลงแสงสีเสียงแบบมีสตินั่นเอง  คนใกล้ตัวก็มีข่าวมาบอกอีกแหละว่า.....เราจะต้องเตรียมตัวเก็บของอีกแล้วนะแต่คราวนี้เราจะกลับบ้านเราเสียที....เย้ๆๆๆโย้ๆๆๆเราจะได้กลับไปหาความอบอุ่นและความรักที่ห่างเหินไปบ้างในช่วงที่ผ่านๆมา

 

การต้อนรับจากผอ.

 

แต่ต้องมาติดขัดอยู่นิดหนึ่ง ตรงที่ว่าหน่วยงานอื่นเขาย้ายกันในช่วงปีงบประมาณใหม่กัน  แต่ครูเราโดยเฉพาะ krugui ต้องคิดหนักหน่อย  เพราะเรื่องลูกต้องมาเป็นอันดับหนึ่งจึงไม่อยากให้ลูกย้ายกลางเทอม  ตกลงเลยอยู่ต่ออีกเทอมหนึ่งเพื่อให้ลูกเรียนให้จบชั้นเสียก่อน  รวมทั้งเราก็ได้สอนเด็กจนครบเทอมช่วยให้โรงเรียนไม่ต้องลำบากใจ  ช่วงหนึ่งเทอมนั้นเราเลยต้องแยกกันอยู่และเจอกันเดือนละสามสี่ครั้งแล้วแต่โอกาส

 

กับพี่ๆแก๊งค์เดียวกัน

 

จำได้ว่าพอลูกสอบเสร็จปุ๊บก็ทำเรื่องของทั้งแม่ทั้งลูกย้ายกลับภาคเราทันที  โรงเรียนรัฐบาลชื่อดังของจังหวัดไม่รับลูกข้าราชการที่ย้ายติดตามผู้ปกครองมา....มันน่าเศร้าไหม  krugui เลยเอาลูกไปเรียนโรงเรียนเอกชน (คงต้องเขียนบันทึกเกี่ยวกับลูกอีกแล้วนิ)  สำหรับโรงเรียนของแม่ไม่มีปัญหา  เพราะทางสปอ.จัดการโทรฯให้ผอ.มารับการรายงานตัวของ krugui  แล้วค่อยเอาไว้คุยกันอีกทีช่วงโรงเรียนเปิดเทอมโน่น  ช่วงนั้นอยู่ว่างๆ  เลยสำรวจเส้นทาง  เก็บเกี่ยวข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและตัวครูในโรงเรียนไปพลางๆ....

 

น้องๆที่อยู่ห้องติดกัน

 

และแล้วโรงเรียนนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง  เพราะได้เจอพี่ของเพื่อนรักกับผองเพื่อนที่เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย  รวมทั้งครูช่วยราชการอีกหลายคน จึงกลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่เฮฮากันเต็มที่  เวลาสอนก็ไม่มีเสีย  กิจกรรมกับทางโรงเรียนและทางกลุ่มก็เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะพูดจาประสาเดียวกัน    นอกเวลาก็นัดแนะกันแจมโน่นนิดแจมนั่นหน่อย  มันจึงเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ยากในการปรับตัว  อาจจะเป็นเพราะชินกับการเจอโรงเรียนและผู้คนใหม่ๆมาตลอดก็เป็นได้......

 

ข้าราชการซีเจ็ดสมัยนั้น

 

ขอขอบคุณที่ติดตามมาอ่านอีกเช่นเคยนะคะ  บันทึกหน้าจะเจอกับวีรกรรมที่ตื่นเต้นค่ะ โปรดอย่ากระพริบตา.....