11 สิงหาคม 2554 ผมออกไปฉีดยาจิตเวช...ที่คุณยายรับจากโรงพยาบาล...คุณยายตามผมไปฉีดให้ลูกชาย...หลายครั้งแล้ว เมื่อ R2R คือ การเรียนรู้...ในทุกที่...และทุกเวลาของผม ผมจึงอดมองอะไร ๆ ที่ตาของผมเพ่งเห็น...เป็น R2R ไม่ได้ R2R...เรื่องแรก... ผมมองเห็นต้นมะละกอ 2 ต้น...ที่บ้านคุณยาย...เลยฉงน ถามคุณยายว่า...คุณยายผูกผ้าที่รอบต้นเพราะอะไร ? คุณยายบอกว่า...คนอื่นก็ทำ...มากมายมานาน...เป็นความเชื่อ...เมื่อนุ่งผ้าแล้วจะเป็นผู้หญิง...มีลูกดก ผมพูด...คุณยาย....เราลองเก็บข้อมูลไหมนะ...จะได้พิสูจน์ความจริง คุณยาย...ลองเอาต้นที่ 1 ผูกผ้า แต่ต้นที่ 2 ไม่ต้องผูกผ้า คุณยาย...ให้น้ำ..ให้ปุ๋ย...ให้ความรักเท่ากัน ลองเก็บข้อมูลดูนะยาย....ว่า...ต้นมะละกอ 2 ต้น พันธุ์...ชนิด...ปลูกพร้อมกัน แต่ผูกผ้ากับไม่ผูกผ้า...ให้ผลิตผลต่างกันมากน้อยกี่ลูก... R2R...เรื่องที่ 2... คุณยายคราวที่แล้ว หมาบ้านคุณยายดุมาก ...ผมมาหลายครั้ง...ยังเห่าและจะกัดผมอยู่ มาครั้งนี้...หมามันมีปลอกคอ...คุณยายทำอย่างไง... คุณยาย...ตาเขาทำให้...เห็นคนอื่นทำ...เห็นดี...เพราะมันกัดคนไม่ได้...ไม่ได้ทะเลาะกับคนผ่านไปผ่านมา...หรือหมาเราไปกัดเขา...ต้องไปดูแล นับเป็นนวัตกรรมที่ดี... คุณยาย...ลองเก็บข้อมูลนะ...หมาไม่กัดแล้ว...สามารถบอกต่อคนอื่นให้ทำตามได้...แต่คุณยายอยากหาคำตอบไหมว่า... มันนิสัยดุร้ายลงไหม...เมื่อสวมปลอกคอแล้ว คุณยายจดบันทึกไว้นะ....ว่าถ้ามีคนผ่านไปผ่านมา... หมามันเห่ากี่ครั้งต่อวัน... เห่าเฉย ๆ ....หรือเห่าด้วยและวิ่งตามเขาด้วย คราวหลังผมจะมาขอเรียนหนังสือกับคุณยายด้วย คุณยายยิ้มหัวเราะอารมณ์ดี...ดีคุณหมอ....ยายจะได้กลับไปเป็นนักเรียนด้วย สำหรับผม...ความเชื่อเป็นสิ่งที่งดงาม....แต่ถ้ามี R2R ใส่ผงปัญญาสักหน่อย ก็จะทำให้โลกแห่งความจริงงดงามตามไปด้วย.
ชื่นชมคุณหมอจริงครับ.. ดูเหมือนจะมองอะไรเป็น R2R ไปหมดนะครับ...สงสัยผมต้องเอาอย่างบ้างครับ
R2R แบบน่ารักนะ
มาชม
อ่านแล้วให้มุมคิดดีจัง มีหมาดุต้องทำอย่างนี้บ้างนะครับผม...อิ อิ อิ
ใช้กลวิธีกระตุ้นr2rได้แยบยลจริงๆ นับถือๆ
หลังกลับจากr2rที่อิมแพคก็ได้เริ่มเชียร์r2rมาเรื่อยๆ ใช้วิธิแบบค่อยๆแทรกซึมไปทุกๆพื้นที่ ไม่ให้ไก่ตื่น(จริงๆในรพ.มีการทำr2rมานานแล้วแต่เป็นแบบถูกบังคับ หลายคนเป็นทุกข์กับการทำr2r และมีหลายๆคนต่อต้านหนัก จนช่วงหลังอย่าได้พูดถึงr2rเพราะจะทำให้อารมณ์เสีย) ก็พยายามคุยไปเรื่อยๆสอดแทรกแนวคิดที่ถูกต้องของr2r และคอยจับท่าทีของคนฟังแล้วก็เชียร์ทันที
แรกๆพอเริ่มเอ่ยถึงr2rโดนทันทีมาเป็นชุด" ไม่มีเวลา ไม่ว่าง ไม่อยากทำ ไม่อยากยุ่ง เบื่อ ทำไปทำไม แค่นี้ก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว อยากทำก็ทำไปสิ"
ได้ฟังแล้วน๊อคไปเหมือนกันนะ เออแต่ไม่เป้นไร ก็ปวารณาตัวเป็นสาวเชียร์ไปแล้ว ยิ้มเข้าไว้ อารมณ์ดีเข้าว่า ไม่อยากทำไม่เป็นไร แต่มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง.... เล่าไปเล่ามาเขาก็เริ่มสนใจซักถาม เราก็แทรกประเด็นปัญหาในงานเขาทันที เขาก็จะเล่ากลับมาแบบไม่รู้ตัวว่าโดนเชียร์ไปเรียบร้อยแล้ว และต่อด้วยการชมปิดท้าย ก็สร้างความฮึกเหิมในใจให้หลายๆคนได้พอสมควร
ก็ใช้วิธีการอย่างนี้แหละ ทำมันทุกวัน ทุกที่ ที่มีโอกาส แต่มันเหนื่อยจังเลยว่ะ เผลอก็ชักท้อเหมือนกัน คิดๆดูนี่ตูจะพยายามไปทำไมวะ คำตอบคือไม่รู้ รู้แต่ว่าอยากทำ เมื่ออยากทำก็เลยทำต่อ
สิ่งที่รู้สึกว่ายากในการเชียร์ไม่ใช่การเปลี่ยนความคิด หรือการกระตุ้นต่อมความอยากให้คนอยากทำ แต่ยากที่ทำยังไงให้เขาทำสิ่งที่เขาอยากทำให้สำเร็จ นี่แหละคือความท้าทาย
ก็เขียนมาบ่นๆให้ฟังไปอย่างงั้นแหละ ไม่ได้เข้ามาอ่านG2Kนานแล้ว ขอให้มีความสุขกับทุกวันของชีวิตเหมือนเคยนะน้อง...
วันก่อนลองโพสต์รูปยังไม่ค่อยเป็นผลซักเท่าไหร่ แต่ยังไม่ได้ลองทำซ้ำใหม่ซักที....
เด็ดจริง ๆ เลยค่ะท่านที่ แบบนี้ต้องเรียกว่า R2R ทุกอย่างก้าว
แบบนี้พี่จะเก็บข้อมูล คนที่เข้ามาอ่านดีไหมนะว่า แค่เปิดอ่านเฉย ๆ
เปิดอ่านแล้วกดให้ดอกไม้
เปิดอ่านแล้วกด like
หรือเปิดอ่านแล้วตอบความคิดเห็นด้วย คงจะสนุกดี อิ ๆๆ
อยากทำนะR2Rแต่แบบว่าไม่มีความรู้สักเท่าไรไม่รู้จะเริ่มเริ่มยังไงอ่านแล้วทำให้ได้ไอเดียดีๆขอบคุณจริงๆ
สวัสดีครับคุณ ทิมดาบ
ผมถึงบางอ้อ ว่าทำไม R2R ในหลายๆรพ.มันไม่งอกงาม ไม่มีความสุข .....เพราะขาด"ผงปัญญา"นี้เอง
ขอบคุณครับ จะนำผงปัญญาไปใส่R2R ให้น้องๆพยาบาล