แต่กระนั้นการตัดไม้ทำลายป่าที่ถูกสื่อผ่านการทำไร่เลื่อนลอย ของชนเผ่ากะเหรี่ยง ก็ยังเป็นตราบาปให้กะเหรี่ยงถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุกและทำลายป่าอยู่วันยันค่ำ

อ่านเรื่อง "กะเหรี่ยงกลิ้งหิน" ของ คุณอักขณิช  ศรีดารัตน์ http://www.gotoknow.org/blog/akkhanich/453460?refresh_cache=true  แล้วผู้เขียนอดไม่ได้ที่จะถ่ายทอดความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ในฐานะที่เป็นกะเหรี่ยงแม้เนื้อหาในบันทึกจะเป็นบวก  เพราะคุณอักขณิช เขียนชื่นชมกะเหรี่ยงสองพ่อลูกไว้ได้อย่างน่าฟังยิ่งนัก  แต่ก็เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะเห็นเช่นนี้

 

เพราะที่ผ่านมาสังคมภายนอกยังมองภาพการทำไร่เลื่อนลอย (แท้จริงคือไร่หมุนเวียน ที่ทำขึ้นเพื่อปลูกข้าว และพืชผักนานา การหมุนเวียนจึงเป็นการพักเพื่อให้ดินได้ฟื้นตัว) ตามที่ วุฒิ  บุญเลิศ ได้อธิบายไว้ http://prachatai.com/journal/2011/08/36409 แต่กระนั้นการตัดไม้ทำลายป่าที่ถูกสื่อผ่านการทำไร่เลื่อนลอย ของชนเผ่ากะเหรี่ยง ก็ยังเป็นตราบาปให้กะเหรี่ยงถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุกและทำลายป่าอยู่วันยันค่ำ  ซึ่งความเป็นจริงการบุกรุกทำลายป่าในไทยส่วนใหญ่มีที่มาจากการเปิดสัมปทานป่าของรัฐบาลซึ่งเริ่มดำเนินการมานานแล้ว http://guru.sanook.com/encyclopedia/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%95/ 

 

ล่าสุดปฏิบัติการกวาดล้างชาวกะหร่าง (แท้คือกะเหรี่ยงนั่นเอง) ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจ่างที่ส่งผลให้เกิดโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่กับกองทัพบกไทย จากภาพที่ปรากฏตามสื่ออาจจะมองว่าเป็นความเลวร้ายที่ชาวกะเหรี่ยงเหล่านั้นบุกรุกและแผ้วถางป่า หากแต่เมื่อเทียบกับป่าที่หมดไปกับการสัมปทานของรัฐ และป่าที่ถูกบุกรุกโดยกลุ่มนายทุนแล้ว คงจะเทียบกันไม่ติด (เขียนเช่นนี้ใช่สนับสนุนให้มีการแผ้วถางป่า) เพราะด้วยปริมาณของไม้ กอรปกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการแผ้วถางแล้วยิ่งเทียบกันไม่ติด เพราะกลุ่มทุนจะใช้เลื่อยยนต์ในการตัด หากแต่ชาวกะเหรี่ยงใช้มีด - พร้า ในการแผ้วถาง

 

กับวันนี้แม้การสัมปทานป่าจะถูกปิดลง หลายองกรค์รณรงค์ให้อนุรักษ์ป่า เพิ่มการปลูกต้นไม้.. จนผ่านมาหลายสิบปี แต่เพียงเพราะการทำไร่เลื่อนลอยเพื่อปลูกข้าวไร่ และพืชพันธุ์นานาไว้เลี้ยงชีพ...กะเหรี่ยงตลอดจนพี่น้องชาวไทยภูเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ตามป่าเขา และบนยอดดอยสูง  ก็หนีไม่พ้นการยัดเยียดความเป็นเป็นแพะให้อยู่ดี  เหตุผลเพียงเพราะเขาเกิดและอาศัยผิดที่ผิดทาง และที่สำคัญวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของเขาไม่เหมือนชาวเมือง และชนพื้นราบเท่านั้นเอง....

 

เดินท่องมองดินฟ้ากว้าง
เวิ้งว้างนทีภูผา
หลายร้อยพันปีผ่านมา
มีกะลากะเหรี่ยงดงดอย 

 

อาศัยธรรมชาติเลี้ยงชีพ
ไม่รีบไม่เร่งใช้สอย
มีข้าวกินเพราะไร่เลื่อนรอย
เฝ้าคอยหมุนเวียนทำไป 

 

จวบจนสัมปทานป่าไม้
เข้าไปแผ้วถางเนินใหญ่
บุรุกป่าดงพงไพร
แล้วใส่ไฟว่ากะเหรี่ยงทำลาย 

 

ผืนป่าน้อยนิดทำไร่
อาศัยปลูกพืชข้าวไว้
เพียงเพื่อเลี้ยงใจและกาย
ยืนได้อยู่ไปวัน - วาน 

 

มักน้อยสันโดษเหลือขนาด
ใจไม่ขลาดเมตตาสงสาร
สัตว์ป่าสัตว์น้ำเต็มลำธาร
บนบานผีสางเทวดา 

 

ต่อเมื่อคนเมืองรุกล้ำ
เยียบย่ำดงดอยผืนป่า
เจ้าป่าเจ้าเขาเทวา
คงด่าทอพี่น้องเอาอา..(เอาเป็นภาษาเหนือ แปลว่า "น้า") 

 

เทวดาฟ้าดินจึงพิโรธ
ลงโทษหมู่เหล่ามนุษา
คนรับกรรมกลับเป็นชาวพนา
ปกาญอพี่น้องผองเรา.....