ช่วงหลังมานี้ ก่อนที่จะจับจ่ายซื้ออะไรใส่ท้อง จะมีคำถามในใจเสมอ หิวหรืออยาก หมายความว่า การที่เราจะซื้ออาหารมาใส่ท้องนั้น เวลานั้นเรากำลังหิว หรือว่า เราอยากได้ อยากกิน อาการหิว น่าจะพิจารณาได้จากท้อง ส่วนอาการอยากหากหาตัวอยากไม่ได้ ก็น่าจะพิจารณาได้จากน้ำลายที่ปาก เช่น เห็นของดอง ของเปรี้ยว แล้วน้ำลายสอ นี้คืออยากกิน
หลวงพ่อปัญญานันทะ ท่านมักพูดเสมอว่า โรคทั้งหลายเกิดจากการกินด้วย ดังนั้น ในการที่เราจะกินอะไร เราน่าจะพิจารณาก่อนว่า เราหิวหรือเราอยาก ถ้าหากอยากจงอย่าเพิ่งซื้อมากิน แต่ถ้าเราหิวจึงกินได้ เพราะการกินคือการบรรเทาความหิวให้ชีวิตมีเลือดเนื้อเพื่อทำหน้าที่ต่อไปในวันพรุ่งนี้
หากอยากจงอย่ากิน หากหิวจงกิน / หิวหรืออยาก แต่นั่นแหละ เพราะเราตามใจความอยากนั่นเอง หน้าท้องจึงยื่นออกมา น้ำหนักจึงขึ้นเยอะ แล้วจะให้กินแต่พอดีได้อย่างไร
การได้ทานของที่เราชอบ เป็นความสุขอย่างหนึ่ง เป็นความสุนทรีย์ทางอารมณ์อย่างหนึ่ง
หากมีเวลา ดิฉันมักละเมียดละไมกับอาหารและเครื่องดื่ม คุณภาพดี สดสวย สะอาด และอร่อย
คิดเสมอว่า วันนี้เราช่างมีบุญนะ ที่ได้ทานสิ่งที่อยากทาน และชอบ เป็นการให้รางวัลแก่ชีวิตตัวเองประเภทหนึ่ง
มีหลายคนที่อยากทานหลายอย่าง แต่ทานไม่ได้เพราะสุขภาพไม่เอื้ออำนวย
แต่ในยามจำเป็น เร่งด่วน หรือหิว ก็เป็นคนที่ทานอะไรก็ได้ง่ายๆ แค่น้ำมะม่วงกล่องเดียว ก็ใช้ชีวิตอยู่ได้ทั้งวัน
แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จงใจจะทิ้งขว้างอาหาร หรือฟุ่มเฟือย ...และคิดเสมอว่า ...หากเรามีพอและสามารถแบ่งปันได้ ก็จงทำค่ะ
เพราะยังมีหลายคนมีคำว่า "หิว" และ "ขาด" แต่ไม่สามารถหามาได้ หรือไม่พอเพียง ยังมีหลายคน รอธารน้ำใจอยู่..
"น้ำมะม่วงกล่องเดียว ก็ใช้ชีวิตอยู่ได้" อันนี้น่าทึ่งเลยครับ เพราะผมทำไม่ได้ สงสัยว่าเรื่องการกินของผมเป็นเรื่องของยาเสพติดแล้ว หมายถึง หากไม่ได้กิน มือจะสั่นระริก หัวใจจะสั่น ในสมองจะตุ๊บๆ ชัดเจนเลยครับ
"หลายคนมีคำว่า "หิว" และ "ขาด" แต่ไม่สามารถหาได้" อันนี้ยอมรับเช่นกันครับ เพราะหลายคนยอมรวบการกินเพียงมื้อหนึ่งต่อวัน ขณะที่บางคนไม่มีกินเลยจริงๆ