คนเรา...อย่ายึดอยากยอมยืดหยุ่นย่อมยั่งยืน...

ยามเช้า ๆ ตีห้าก่อนหัวรุ่งผมตื่นขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกคือว่า เมื่อสองวันก่อนคู่ชีวิตผมเขาไปงานไปล่องคลองแถวสตูลแล้วมีกิจกรรมอย่างหนึ่งเขาจับฉลากได้นาฬิกาปลุกมาเรือนหนึ่งเลยเอามาใช้งานซะเลย

หลังตื่นนอนก็เข้าครัวทำมะนาวมาหนึ่งลูกบีบน้ำลงใส่แก้วแล้วเอาเม็ดมันออกไปพร้อมเทน้ำดื่มลงไปเต็มแก้วแล้วดื่มรวม 3 แก้ว  พอรอสักพักก็เข้าห้องสุขาสบายอารมณ์

ในเวลาตีห้าครึ่งออกจากบ้านพักวิ่งไปบนถนนใน มอ. หาดใหญ่ไร้รถวิ่งผ่านเส้นทางโล่งแจ้งกลับมาถึงบ้านพักให้เหงื่อคือน้ำพุทธมนต์อย่างดีเลยละ  นี่ละกรรมดีที่ตนสร้างให้ตนเอง  ส่งผลสดชื่นครับ  ยิ่งตอนอาบน้ำเย็น ๆ สบายอุราดีแท้หลังออกกำลังมาใหม่ ๆ พักสัก 10 นาทีได้จึงดื่มน้ำตามไปอีกแก้วแล้วอาบน้ำนั้น

เมื่อได้เวลาไปทำงานวันนี้หลังจากสอนเสร็จแล้วมีลูกศิษยืมาถ่ายรูปจะทำหนังสือตามคำที่ตกลงกันในชั้นเรียนเลยได้ถ่ายรูปบางส่วนนี้ในวันนี้คือช่วงนี้ทาง ม. ทักษิณเองก็ยังรณรงค์ให้พวกเราไว้ทุกข์ตามมารยาททางสังคมชาวไทยของเรา

วันนี้ได้เน้นเรื่องหลักคำสอนทางพุทธเกี่ยวกับหลักความเชื่อ ตามคำบรรยายของท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์  ปยุตฺโต ) ที่กล่าวไว้มี 5 ข้อใหญ่ ๆ คือถือว่าเป็นหลักการของชาวพุทธ  ดังนี้

1 . ฝึกแล้วคือเลิศมนุษย์

2 . ใฝ่พุทธคุณป็นสรณะ

3 . ถือธรรมเป็นใหญ่

4 . สร้างสังคมให้เยี่ยงสังฆะ

5 . สำเร็จด้วยกระทำกรรมดี

สำหรับอาหารกลางวันนี้ช่วงวันหยุดได้ไปถวายความรู้แด่นิสิต  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตนครศรีธรรมราชแล้วได้ร่วมทานอาหารกลางวันดังภาพเป็นอาหารแบบชาวใต้บ้านเรา

 

หลังจากทานแล้วยังมีการบรรยายต่อไปอีกจนถึงเย็น

ร่วมวงทานอาหารกับนิสิต ป. โท ม. มจร. วข. นครศรีธรรมราช ห้องนี้มาลงทะเบียนเรียนประมาณ 40 คน

ท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้าอย่างแรงกล้าเลยได้ข้อคิดว่า...คนเรา...อย่ายึดอยากยอมยืดหยุ่นย่อมยั่งยืน...