แม่ภูิมิใจในตัวลูกมากที่สุดเลยรู้ไหม...

 

 

เมื่อแรกเริ่มที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้อง  มันมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเอาเสียเลย  รู้แต่ว่าจะต้องดูแลตัวเองพร้อมทั้งศึกษาหาความรู้จากหนังสือและสอบถามผู้มีประสบการณ์ทั้งหลายให้มากๆ  เพราะสมัยนั้นอินเทอร์เน็ตยังไม่มีใครรู้จัก  แม้แต่มือถือหรือโทรศัพท์บ้านก็ยังไม่ปรากฎ   จึงต้องช่วยเหลือตัวเองเต็มที่  โชคดีที่พี่ของเพื่อนรักเป็นหมอสูติและเป็นอาจารย์หมอด้วย  krugui  เลยไปฝากท้องกับพี่หมอ.....

 

 

พี่หมอให้คำแนะนำที่ดีมาก  ให้ยาบำรุงมากินตามปกติคนท้องทั่วไป  และkrugui ก็หาสิ่งดีๆมีประโยชน์มาบำรุงลูกในท้องเสมอๆ   เวลาพี่หมอนัดไปตรวจก็ไปตามปกติ  พี่หมอเชี่ยวชาญมากจนถึงแค่ฟังเสียงหัวใจเด็กเต้นก็บอกได้ว่า....จะได้อีหนูนะบ่ใช่ไอ้หนู....krugui  ก็สบายๆเพราะยังไงก็ลูกของเราอยู่แล้ว  มีอยู่ครั้งหนึ่งแค่เดินเท้าพลิกแป๊บเดียว  ( เจ็ดเดือนกว่า )  krugui  หน่วงท้องอยู่หลายวันไปหาพี่หมอๆดุใหญ่เลยว่าทำไมปล่อยทิ้งไว้  แล้วจัดการฉีดยาให้หนึ่งเข็มพร้อมทั้งให้พักงานนอนนิ่งๆไม่ต้องทำอะไรเลยหนึ่งอาทิตย์.....

 

 

ตลอดเวลาที่อุ้มท้อง   ลูกเป็นเด็กดีมาก ไม่เคยทำให้แม่ต้องลำบากใจอะไรเลย  จนถึงกำหนดคลอด krugui  เข้าโรงพยาบาลเวลาสองทุ่ม  อุ่นใจมากที่มีหมอดูแลสองคนคือหมอเวรกับพี่หมอ  พี่หมอฉีดยาให้สองเข็มแล้วบอกว่า....ไม่ต้องกลัวนะอีหนูจะเอาก้นออกมาก่อน  พี่หมอจะช่วยเต็มที่  ไม่อยากผ่าท้องให้แต่อยากให้เกิดเองตามธรรมชาติ......ขณะนั้นไม่มีเวลาคิดอะไรมากเพราะอยากให้ความเจ็บปวดนั้นหมดสิ้นไปโดยเร็ว พอพยาบาลส่งเสียงอื้บบบบบบเชียร์  krugui  ก็เบ่งตามเสียงพยาบาล....ลูกคลอดเวลา 23.45 น. และคลอดเดือนเดียวกับแม่คือ "เดือนนี้ "

 

 

เมื่อเห็นหน้าลูกในเช้าวันรุ่งขึ้น  ทั้งๆที่อ่อนเพลียมากแต่ก็อยากกอดลูกด้วยจิตสำนึกของคนเป็น"แม่"   พยาบาลทั้งตึกรู้หมดเรื่องคลอดเอาก้นออกก่อน   และพี่หมอแนะนำให้นมลูกได้เลยพร้อมทั้งบอกว่า....อีหนูออกผิดท่า ขาอาจจะสั้นยาวไม่เท่ากัน  เวลาอาบน้ำลูกให้ดัดขาลูกเบาๆด้วย.....คนเป็นแม่ได้ยินอย่างนี้มีใครบ้างที่จะไม่"ใจเสีย"  แต่พอเลี้ยงลูกไปแล้วก็สังเกตอาการของลูกไปด้วย  ก็เห็นปกติดีจนครบหนึ่งเดือนที่พี่หมอนัดไปตรวจ  พอพี่หมอเห็นก็บอกว่า....เออ..อีหนูนี่โชคดีสองต่อเชียวนะ  ต่อแรกคือมีเด็กที่คลอดแบบเอาก้นออกก่อนรอดชีวิตแค่ 1 ใน 10 (เพิ่งมาบอกทีหลัง พี่หมอนะพี่หมอ ) ส่วนต่อที่สองคือขาอีหนูปกติดี  ไม่ต้องกังวล.....

 

 

krugui  เลี้ยงลูกมาด้วยความคิดที่ว่า....เวลาคลอดกับเลี้ยงนี่ไม่เห็นจะลำบากอะไรเลย  เวลาท้องเสียอีกที่ลำบากและอึดอัดน่าดู.....เพราะลูกเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายไม่ค่อยดื้อและซนเท่าไหร่  ชอบอ่านหนังสือและเล่าเรื่องเป็นฉากๆให้พ่อแม่ฟัง  อาจจะเป็นเพราะลูกมีตัวอย่างที่ดีให้เห็นประจำจึงทำให้เป็นเด็กที่อ่อนน้อมและน่ารักในสายตาของคนทั่วไป  krugui ชอบชี้แจงเหตุผลให้ฟังมากกว่าที่จะใช้อารมณ์  แต่ก็รับฟังความคิดของเขาด้วย  จนทำให้บางครั้งความคิดของลูกเหมือนจะโตเกินอายุ  และเมื่อกาลเวลาผ่านไปจนถึงปัจจุบัน  ลูกประสบความสำเร็จในชีวิตการเรียนและการงาน  แม่ได้แต่เฝ้ามองด้วยความชื่นชมและภูมิใจ  อีกทั้งยังมองเห็นลูกของแม่ยังเล็กอยู่เสมอ.......

 

 

@@@แม่รักลูกนะจ๊ะ@@@