งานที่ดีที่สุดในโลก...

โอ๋-อโณ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สำหรับตัวเองบอกได้ทันทีโดยไม่เคยลังเลเลยว่า การได้เป็น "แม่" คืองานที่ดีที่สุดในชีวิตจริงๆ มาถึงวันนี้ที่ลูกๆทั้งสามหนุ่มมีอายุ 20, 19 และ 14 ปี จะว่าผ่านพ้นระยะอันตรายมาแล้วทั้งสามหนุ่มก็น่าจะพูดได้ แม้น้องฟุงจะยังอยู่ในระยะวัยรุ่น แต่เท่าที่พูดคุย ฟังลูกเล่าเรื่อง ฟังความคิดลูก ก็เชื่อมั่นว่าเขามีความคิด ความอ่านที่เป็นตัวเองแบบที่เราไม่ต้องเป็นกังวลอะไรเลย ลูกรู้ว่าอะไรดี ไม่ดีกับตัวเอง ลูกเลือกเองเป็นว่าจะใช้ชีวิตยังไง จะทำอะไรกับชีวิตตัวเอง

ไม่เคยมีความคิดว่า จะเลี้ยงลูกเพื่อให้กลับมาดูแลเรา มีความคิดว่าชีวิตของลูกคือชีวิตของเขาไม่ใช่ของเรา เขามาเพื่อให้เราได้ทำสิ่งที่เราอยากทำในชีวิตหนึ่ง เลี้ยงลูกด้วยความตั้งใจว่า อยากให้เขาเป็นคนดี ที่อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ดูแลตัวเองได้และช่วยเหลือผู้คนรอบข้างได้ ไม่เอาเปรียบผู้คน

ไม่สอนด้วยการพูดแต่พยายามปฏิบัติตัวเองในแบบที่อยากให้ลูกเป็น เพราะมีความคิดว่า ถ้าเราคิดว่าสิ่งใดดี เราต้องทำให้ได้ และหากสิ่งที่เราทำเป็นความดีจริง คนที่มองเราอยู่ โดยเฉพาะลูก ก็คงจะเลือกที่จะทำแบบเราได้เองหากเขาเห็นว่าดี ไม่ตัดสินในสิ่งที่ลูกเลือกทำหรือไม่ทำว่าดีหรือไม่ดี แต่จะพยายามทำความเข้าใจว่า ทำไมลูกจึงเลือกที่จะทำอย่างนั้น อยากให้ลูกเป็นตัวของเขาเองตามธรรมชาติที่เขามีมา เราเป็นเพียงผู้ดูแล อบรมในช่วงที่เขายังคิดเอง ตัดสินใจเองไม่ได้เท่านั้น

เชื่อว่า วิถีทางที่เราทำมาถูกทางแล้ว เราพ่อแม่เลี้ยงลูกกันเอง เรามีกฎเกณฑ์ในยามที่ลูกยังเล็ก สร้างวินัยในสุขนิสัยส่วนตัว เรื่องกิน เรื่องนอน เรื่องเล่น เราไม่ให้ลูกเป็นคนตัดสินใจในวัยที่ลูกเล็กๆ เพราะเราเชื่อว่า เรารู้ดีกว่าลูกว่าอะไรดีหรือไม่ดีในวัยนั้น กรอบและกฎเกณฑ์ของเราจะค่อยๆลดลง เมื่อลูกค่อยๆโตขึ้น เราสอนให้ลูกรับผิดชอบตัวเอง รู้ว่าอะไรคือหน้าที่ของลูก เราไม่ทำแทนลูกในสิ่งที่เป็นหน้าที่ของเขา เช่น เราไม่วื่งตามป้อนข้าวลูก เราไม่ถือกระเป๋าให้ลูก (ถ้าไม่เกินกำลังของเขา) เราไม่จัดตารางสอนให้ลูก เราไม่ทำการบ้านกับลูก เราไม่ทบทวนบทเรียนกับลูก เราไม่จ้ำจี้จ้ำไชกับการเรียนของลูก เราไม่ยุ่งกับการอ่านหนังสือเรียน อ่านหนังสือสอบของลูก แต่เราคอยรับรู้ รับฟังว่าลูกรู้สึกอย่างไรกับโรงเรียน กับครู กับเพื่อน กับสังคม กับสิ่งแวดล้อม เราออกความเห็น ช่วยคิด ช่วยมอง ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตโดยทั่วไป เราทำให้การทำหน้าที่ของเราและลูกเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์อันใดในวัยที่ลูกคิดเองเป็นแล้ว

มาถึงวันนี้ที่ลูกเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน เป็นลูกศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ (ที่ดี) เป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ รู้จักทั้งรับและให้ โดยไม่เอาเปรียบคนอื่น เป็นคนที่รู้จักมองหาสิ่งดีๆในชีวิต ใช้ชีวิตแบบสบายๆมีความสุขตามสมควรไม่เคร่งเครียด ไม่ต้องเป็นคนเด่นคนดัง ทำสิ่งที่ต้องทำไปตามสมควร  บอกกับตัวเองได้ว่า นี่คือของขวัญแห่งชีวิตที่ดีที่สุดแล้ว ขอบคุณที่เขาทั้งสามมาทำให้เราได้ทำงานที่ดีที่สุดในโลก...ขอบคุณทั้งสามหนุ่ม (อ้อ...ต้องเป็นสี่หนุ่มสินะคะ) ที่ทำให้เราได้ทำหน้าที่...แม่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อันเนื่องมาจากลูกๆ



ความเห็น (12)

เห็นด้วยกับคำว่าแม่ ว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่


อ่านบันทึกนี้ของพี่โอ๋ ก็ทำให้นึกถึงตัวเองที่พ่อกับแม่เลี้ยงดูให้ดูแลตัวเองตั้งแต่เล็กเหมือนกันค่ะ

งานบ้านต่างๆ ก็ได้จากแม่มาเยอะพอควรเลยค่ะ ^_^

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ'อโณทัย'

แวะมาอ่าน ความภูมิใจของแม่ 'ในการทำงานที่ดีที่สุด'...บนโลกใบนี้

มองเห็นผลงานที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ...เป็นกำลังใจให้ทำงานอย่างดีที่สุดต่อไป...

และทำอย่างมีความสุขค่ะ...ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ค่ะ

ชัดเจน แบบนำไปใช้ได้เพราะเขียนครบกระบวนความครับ สาระของความสำเร็จก็คือ เลี้ยงลูกให้โต ผมคิดง่ายๆ อย่างนี้ ขอบคุณสาระดีดีครับ

เขียนเมื่อ 
  • ชื่นชมค่ะ  พ่อแม่เป็นผู้ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความดีในตัวลูก
  • ขอบพระคุณค่ะ

ซาบซึ้ง มากเลยนะครับคุณโอ๋-อโณ

ขอบคุณมากนะครับ

เขียนเมื่อ 

 

"เขามาเพื่อให้เราได้ทำสิ่งที่เราอยากทำในชีวิตหนึ่ง"

ชอบค่ะ...จริงที่สุด

เป็นความรู้สึกเดียวกันค่ะ...

เป็นกำลังใจในการเลี้ยงดูสามหนุ่มนะคะ

สวัสดีครับ มาชื่นชมกับความรักของลูกที่มีให้แม่ด้วยคนครับ

 

พี่ดามาฝากคุณแม่ที่แสนดี ทำให้ 3 หนุ่ม + 1 หนุ่ม  เป็น สี่หนุ่ม ดื่มนะคะ

 

 

  • ชื่นชอบทั้งวิธีการเลี้ยงลูก และวิธีการนำเสนอเนื้อหาค่ะ
  • ดีใจด้วยนะคะที่ "การทำงานที่ดีที่สุดในโลก"  ได้ผลกลับมาดังที่คุณโอ๋-อโณบอกกับตัวเองว่า "นี่คือของขวัญแห่งชีวิตที่ดีที่สุดแล้ว"
เขียนเมื่อ 

ชื่นชมครับ ในความเป็นแม่ที่ดี และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม..