จดหมายถึงลูก "ภัคร" + "เพรียง" ฉบับแรก
จดหมายถึงลูก "ภัคร" + "เพรียง" (ฉบับแรก)
นับจาก "พี่ภัคร" เจ้าตัวโต ได้ไปศึกษาต่อปริญญาโท สาขาวรรณคดีไทย ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กทม. เมื่อต้นเทอม ช่วงนี้ลูกกำลังปรับสภาพและเมื่อสัปดาห์ก่อนก็โทรศัพท์มาบอกว่า ตอนนี้สามารถปรับสภาพตนเองได้แล้ว...ซึ่งช่วงนี้ ลูกได้กลับมาบ้านเมื่อต้นเดือนที่แล้ว คือ ช่วงเลือกตั้ง ส.ส. กลับมาพอดีกับเจ้าฟ้าครามคลอดพอดี โดยลุงภัครได้เห็นหน้าเจ้าฟ้าครามตอนที่ยังลืมตาได้ยังไม่เต็มที่...แต่ "พี่ภัคร" โทร.มาบอกว่าจะกลับมาบ้านในวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2554 นี้...ในเสียงโทรศัพท์ ความเป็นแม่ แม่จะทราบทันทีว่าลูกกลับมาด้วยวัตถุประสงค์ใด ก็วันที่ 12 สิงหาคม 2554 เป็นวันแม่ "พี่ภัคร" กลับมาหาแม่...แต่ก่อนหน้าที่จะกลับมานั้น "พี่ภัคร" ได้เขียนลงใน Facebook มาถึงแม่ก่อนแล้วว่า "รักแม่นะครับ..." http://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=158447904231702&id=100001994810607 ผู้เขียนก็ได้ตอบลูกไปเช่นกัน...
ส่วนน้องเพรียง ตอนนี้ได้ทำหน้าที่แทนแม่ในช่วงเวลาที่แม่ได้ไปทำงานที่มหาวิทยาลัย คือ ได้อยู่ดูแลตา ซึ่งปัจจุบันอ่อนแรงลงไปมาก ไม่สามารถเดินได้เช่นแต่ก่อนแล้ว แม้แต่ลุกนั่งต้องพยุงกันให้นั่งหรือต้องพิงกัน เพราะไม่เช่นนั้น ตาต้องล้มลงเนื่องจากไม่สามารถนั่งเองได้แล้ว...น้องเพรียงได้ทำหน้าที่เป็นพยาบาลอย่างดี เช่น การเช็ดตัวทำความสะอาดให้ตา ทาแป้งให้ตา ทำความสะอาดให้เมื่อตาฉี่เลอะเทอะ ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนนม + อาหารเสริมให้กับตา เพราะอาการทั้งหลายตอนนี้หมอบอกว่า "ตาไม่เป็นโรคอะไร" แต่แม่กับพ่อเรได้เดาอาการออก นั่นคือ "เป็นโรคของคนชรา สิ่งสุดท้าย นั่นคือ โรคลม" ซึ่งลักษณะอาการของตาที่เป็น คือ โรคลม เป็นธาตุหนึ่งที่อยู่ในร่างกาย เมื่อธาตุอื่น ๆ อ่อนแอ ธาตุลมก็จะเข้ามาแทนและทำให้ตาอ่อนแอลงอยู่เรื่อย ๆ...แม่คิดว่า "ถ้าตาไม่เป็นอะไรแบบที่หมอบอก ก็ขอให้พวกเราได้ดูแลตาอยู่ที่บ้านดีกว่า...เป็นกำลังใจให้ตาที่บ้าน...ดูแล + รักษากันอยู่ที่บ้าน ดีกว่าไปนอนพักที่โรงพยาบาลแล้วพวกเราก็ไม่มีเวลาไปดูแล ปล่อยให้ตาอยู่คนเดียวที่โรงพยาบาล ยิ่งไปกันใหญ่...อีกอย่าง เมื่อตารู้ว่าตนเองไม่เป็นโรคอะไรตาก็ขออยู่ที่บ้าน...ซึ่ง "น้องเพรียง" ก็ได้ทำหน้าที่แทนแม่ได้เป็นอย่างดี ไม่รังเกียจที่จะทำให้กับตา บางครั้ง ตาถึงกับน้ำตาไหลเมื่อเห็นน้องเพรียงไปเช็ดตัวทาแป้งให้...ซึ่งตามีความรัก + ความผูกพันกับน้องเพรียงมาก ๆ...แม้น้องเพรียงจะเป็นผู้ชายแต่ในด้านความรักที่น้องเพรียงมีต่อตา...น้องเพรียงก็สามารถทำให้ได้โดยมิได้แสดงความรังเกียจแต่อย่างใด
สำหรับต่อนี้ไป ผู้เขียนได้ทำหน้าที่ของแม่ ซึ่งสมัยก่อนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่จะทำต่อผู้เขียนและน้อง...มา ณ วันนี้เมื่อผู้เขียนไม่มีแม่แล้ว สิ่งที่เป็นหน้าที่ของผู้เขียนก็คือ "ทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุดต่อลูก ๆ ทุกคน ไม่ว่าลูกคนใดจะเรียนเก่ง ไม่เก่ง ในใจของแม่จะมีแต่ลูกและหวังดีต่อลูกทุก ๆ คน ไม่ลำเอียง ไม่รักคนใดคนหนึ่งมากกว่าอีกคนหนึ่ง"...การทำหน้าที่แม่...บางคนก็ทำได้ไม่เท่ากัน บางคนก็ทำได้ดีมาก ๆ แต่การทำหน้าที่แม่ในลักษณะของผู้เขียน คือ "ต้องรักลูกให้เสมอกัน ไม่ลำเอียงไปคนใดคนหนึ่ง เพราะจะทำให้ลูกอีกคนหนึ่งเก็บไปคิดและเป็นปัญหาเกิดขึ้นได้"...อีกอย่างเมื่อลูกมีครอบครัวแล้ว ก็ต้องรักลูกสะใภ้ให้เท่า ๆ กับลูกตนเองเปรียบเทียบเหมือนกับว่าเรามีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจก็ต้องคอยบอกหรือสั่งสอนเพื่อให้เดินให้ถูกทาง โดยไม่ใช้อารมณ์ ใช้หลักของเหตุผลตลอดจนสีหน้า ท่าทางและแววตา ต้องมาจากใจจริง ๆ มิใช่เสแสร้งแกล้งทำ...ซึ่งการกระทำทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ใจและการปฏิบัติของตัวเราเองว่าเราจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ให้เด็กเกิดความรัก + เคารพเราได้มากน้อยเพียงใด...ยิ่งที่ลูก ๆ มีหลาน ตัวเราเองก็ต้องรักหลานทุก ๆ คน ไม่ลำเอียงที่จะรักหลานคนใดคนหนึ่งมากกว่ากัน เรียกว่า "รักให้เท่า ๆ กัน" เท่านี้ ตัวเราก็ทำหน้าที่ "แม่" ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว...
"สิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินตรา ที่แม่มีให้กับลูก ๆ ได้
นั่นคือ ความรัก + ความเข้าใจในตัวของลูก ๆ"...
...เป็นความรักที่แม่มีต่อลูก ๆ...และขอมอบให้กับลูก ๆ ทุกคน
เนื่องใน "วันแม่"...
"พี่ภัคร" ถ่ายให้ตาเมื่อต้นเดือนที่แล้ว (กรกฎาคม 2554)
เมื่อคราวกลับมาที่บ้านที่พรหมพิราม...
ตอนนั้นตายังแข็งแรง เดินได้อยู่...
(ไม่น่าเชื่อว่า...ตาเคยเป็นวิศวกรสร้างเขื่อนภูมิพล + เขื่อนสิริกิติ์
+ ฐานทัพเรือสัตหีบ + บริษัทคริสเตียนี่ นิลเสนไทย ซึ่งทำงาน
ร่วมกับฝรั่งมาแล้ว...พวกลูก ๆ หลาน ๆ ยกให้เป็นฮีโร่เลยจ้า...)
"น้องเพรียง" + "พี่ภัคร"
"พี่ภัคร" + "น้องเพรียง" + "น้องอ้อม" (สมาชิกใหม่ของครอบครัว)
"น้องฟ้าคราม" (สมาชิกใหม่ล่าสุดของครอบครัว)...
อ่านจดหมายถึงลูกทุกฉบับ ได้จากที่นี่...
"จดหมายถึงลูก"



อบอุ่นและชื่นใจจังครับบันทึกนี้
สวัสดีค่ะ ผอ.บุศย์
อ่านแล้วคิดถึงน้องมี่ค่ะ
น้องมี่ก็ต้องทำหน้าที่เหมือนน้องเพรียง
แทนคุณแม่เช่นกันค่ะ
มีความสุขในวันแม่ที่จะถึงนี้นะคะ...^_^
สวัสดีครับ มาร่วมชื่นชมความรัก...ที่เปี่ยมด้วยใสใยแห่งครอบครัวครับ...อบอุ่นจริงๆๆ
สวัสดีค่ะ ครูอิง...
สวัสดีค่ะ คุณชำนาญ...
...
สวัสดีค่ะ คุณชาดา...
...
สวัสดีค่ะ อาจารย์ขจิต...
...
สวัสดีค่ะ คุณป่าไม้เลื้อย...
...
สวัสดีค่ะอาจารย์
อบอุ่น ประทับใจค่ะ
เป็นกำลังใจค่ะ