Logical Framework Method

การเขียนโครงการแบบเหตุผลสัมพันธ์  (Logical Framework Method)

                                                                                                                                                   .อ.สมคิด ทิมสาด

                การวางรูปโครงการในแบบ Logical Framework ได้กำเนิดมาจากการคิดค้นของบริษัท Practical Concept Incorporated ของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ.๑๙๗๒ โดยเรียกสั้นๆว่า “LOG FRAME” สำหรับประเทศไทยนั้น บางตำราระบุว่าได้รับความช่วยเหลือจาก USOM บางตำราก็ว่าจาก USAID ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาให้การอบรมข้าราชการไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๖ การเขียนLOG FRAMEนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย แบ่งออกเป็น MASTER LOG FRAME และ OUTPUT LOG FRAME แต่หลักเกณฑ์และแบบแผนในการเขียนไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรนัก เป็นลำดับชั้นของการบริหารจัดการ ถ้าเขียนในระดับผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ก็จะเรียกว่า MASTER LOG FRAME ระดับชั้นรองลงมาก็จะนำเอา Purpose ใน LOG FRAME ของระดับเหนือกว่ามาเป็น Goal เพื่อทำ LOG FRAME ที่จะตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้บังคับบัญชาเบื้องบน ซึ่งจะทำแบบนี้เป็นลำดับชั้นลดหลั่นกันลงมาจนถึงระดับล่างสุดขององค์กรนั้นๆ แต่ไม่ว่าจะเป็น LOG FRAME แบบใดก็ตาม กรอบโครงสร้างหรือรูปแบบ(Matrix)การเขียนจะไม่แตกต่างกัน บางตำราใช้รูปแบบของตาราง ๔x๔ บางตำราใช้รูปแบบ ๕x๔ แต่รูปแบบ ๕x๔ ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมเพราะอ่านเข้าใจได้ง่ายกว่าเนื่องจากแยกกิจกรรมออกจากปัจจัยนำเข้าอย่างชัดเจนความหมายหรือคำจำกัดความของแต่ละเซลล์แบบ ๕x๔ มีดังต่อไปนี้

MATRIX  ๕x๔

                  ๑

                  ๒

                  ๓

                 ๔

                  ๕

                   ๖

                  ๗

                 ๘

                  ๙

                  ๑๐

                 ๑๑

                ๑๒

                 ๑๓

                  ๑๔

                 ๑๕

                ๑๖

                 ๑๗

                  ๑๘

                 ๑๙

                ๒๐

                 ๒๑

                  ๒๒

                 ๒๓

                ๒๔

เซลล์ที่ ๑. Narrative Summary(NS) –สาระสำคัญโดยสรุป(เขียนภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยลงในช่องที่ ๑) หมายถึงคำอธิบายโดยย่อๆของส่วนประกอบในแนวตั้งด้านซ้ายมือสุด(๕,๙,๑๓,๑๗,๒๑) เป็นส่วนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นเรื่องของปัจจัยภายในเท่านั้น

                เซลล์ที่ ๒. Objective Verifiable Indicator(OVI) – ตัวบ่งชี้ความสำเร็จ/เครื่องแสดงเวลา คุณภาพ ปริมาณ สถานที่ และกลุ่มเป้าหมาย(เขียนภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยลงในช่องที่ ๒) หมายถึงสิ่งที่เป็นตัวกำหนดว่าโครงการนั้นประสบความสำเร็จ เซลล์ที่ ๖ และ ๑๐ จะคล้ายๆกัน เซลล์ที่ ๑๔, ๑๘ และ ๒๒ จะแตกต่างกันออกไป(อ่านรายละเอียดได้จากคำอธิบายของแต่ละเซลล์)

                เซลล์ที่ ๓. Mean of  Verification(MOV) – แหล่งตรวจสอบหรือวิธีการพิสูจน์/สื่อการอ้างอิงและแหล่งประเมินผล(เขียนภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยลงในช่องที่ ๓) หมายถึงแหล่งหรือวิธีการที่จะช่วยบอกที่มาหรือการได้มาซึ่งตัวบ่งชี้ความสำเร็จนั้นๆ เซลล์ที่ ๗ และ ๑๑ มักจะคล้ายๆกันแต่ไม่เสมอไปทุกโครงการ เซลล์ที่ ๑๕, ๑๙ และ ๒๓ จะแตกต่างกันออกไป(อ่านรายละเอียดได้จากคำอธิบายของแต่ละเซลล์)

                เซลล์ที่ ๔. Important Assumption(IA) – เงื่อนไขหรือข้อตกลงเบื้องต้นที่สำคัญ/ฐานมติที่สำคัญ(เขียนภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยลงในช่องที่ ๔) เป็นคำอธิบายของส่วนประกอบในแนวตั้งด้านขวามือสุด(๘, ๑๒, ๑๖, ๒๐, ๒๔) หมายถึงข้อความหรือสิ่งที่บอกให้รู้ว่าความสำเร็จของโครงการจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เป็นส่วนที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นเรื่องของปัจจัยภายนอก ถ้าไม่เป็นไปตามที่กำหนดและโครงการล้มเหลว จะไม่ถือว่าเป็นความผิดพลาดหรือความบกพร่องของผู้รับผิดชอบโครงการ ประเด็นที่มักจะนำมาใช้เป็นเงื่อนไขส่วนใหญ่มีอยู่ ๓ ประเด็น คือ ภัยพิบัติตามธรรมชาติ  ความร่วมมือของประชาชน และ นโยบายเบื้องบน เซลล์ที่ ๘ จะแตกต่างจากเซลล์ที่ ๑๒, ๑๖, ๒๐ และ ๒๔ อย่างสิ้นเชิง เซลล์ที่ ๑๒, ๑๖ และ ๒๐ จะคล้ายๆกัน ส่วนเซลล์ที่ ๒๔ จะมีลักษณะเฉพาะที่แทบจะเหมือนกันทุกโครงการเพราะเป็นเรื่องของ ๓ M คือ คน, งบประมาณ และ วัสดุอุปกรณ์(อ่านรายละเอียดได้จากคำอธิบายของแต่ละเซลล์)

                เซลล์ที่ ๕. จุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของแผนงาน(Program Goal/Ultimate Objective) คือ ยุทธศาสตร์(Strategy), ผลกระทบ(Impact) หรือ แผนระดับองค์กร(Corporate Plan) มี ๒ ระดับ คือ ผลประโยชน์ที่มีต่อสังคม(Higher level Goal) เช่น สุขภาพดีถ้วนหน้าทั่วไทย และ ผลประโยชน์ที่มีต่อกลุ่มชุมชน(Lower level Goal) เช่น สุขอนามัยดีในมารดาหลังคลอด เป็นความต้องการภาพรวมที่จะให้เกิดขึ้นในระดับแผนงานซึ่งจะมีลักษณะเป็นนามธรรมในภาพกว้างๆ มักจะมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับ การขยาย/เพิ่ม(Growth) ปรับปรุง(Improvement) คงสภาพ(Stability) และ ตัดทอน(Retrenchment)

เซลล์ที่ ๖. เครื่องวัดความสำเร็จของจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของแผนงาน(๒Q๒T๑P) ประกอบด้วยคุณลักษณะ(Quality) ปริมาณ(Quantity) เวลา(Time) กลุ่มเป้าหมาย(Target group) และ สถานที่(Place) เป็นการตั้งค่าความสำเร็จของวัตถุประสงค์ของแผนงานโดยระบุรายละเอียดของ ๒Q๒T๑P เช่น อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกของประชาชนทุกกลุ่มอายุในจังหวัดชลบุรีสูงไม่เกิน ๕๐ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ในปี พ.ศ.๒๕๔๙ (อัตรา คือ คุณลักษณะ, ๕๐ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน คือ ปริมาณ, ในปี พ.ศ.๒๕๔๙ คือ เวลา, ประชาชนทุกกลุ่มอายุ คือ กลุ่มเป้าหมาย, จังหวัดชลบุรี คือ สถานที่)

                เซลล์ที่ ๗. แหล่งตรวจสอบหรือวิธีการพิสูจน์ความสำเร็จของจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของแผนงาน เป็นการแสดงแหล่งอ้างอิงข้อมูลเพื่อให้ทราบกรรมวิธีของการหาตัวเลขในเซลล์ที่ ๖. ซึ่งแหล่งข้อมูลนี้ต้องเป็นแหล่งปฐมภูมิ(Primary source) เพราะจะมีกรรมวิธีในการประเมินผลสำเร็จของแผนงานไว้ด้วย เช่น รายงานสถิติประจำปีต่างๆ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ, รง.๕๐๖ ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่างๆ ฯลฯ

                เซลล์ที่ ๘. เงื่อนไขหรือข้อตกลงที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายในระยะยาว เป็นการตั้งเงื่อนไขว่ามีปัจจัยภายนอกอะไรที่มีความสำคัญและจำเป็นเพื่อดำรงไว้ซึ่งจุดมุ่งหมายนั้นในระยะยาว บางตำราให้ความหมายว่า เป็นผลของแผนงานที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว (Super Goal) นั่นคือเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า มี Program Goal ไว้ทำไม แต่ถ้าพิจารณาจากคำจำกัดความของเซลล์ที่ ๔.ให้ดีแล้ว เซลล์ที่๘.นี้จึงควรจะเป็นเงื่อนไขฯหรือข้อตกลงฯมากกว่าเพราะอยู่ภายใต้ช่อง IA (ถ้าเป็น Super Goal จะต้องถูกกำหนดมาก่อนหรือเป็นนโยบายเบื้องบนว่าต้องการอะไรเป็นคำตอบสุดท้าย นำมาเขียนใส่ไว้ได้เลย)

                เซลล์ที่ ๙. วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของโครงการ(Project Purpose) คือ แผนกลยุทธ์(Strategic Plan),ผลลัพธ์(Outcome), หรือ แผนระดับธุรกิจ(Business Plan) ที่ต้องการเมื่อโครงการสิ้นสุดลง มี ๒ ระดับ คือ ผลลัพธ์เบื้องต้น(Immediate Outcome) เช่น เกิดทัศนคติที่ดี และ ผลลัพธ์สุดท้าย(Final Outcome) เช่น มีพฤติกรรมที่ดี เป็นต้น ลักษณะของผลลัพธ์จะเป็นนามธรรมกึ่งรูปธรรม คำที่มักใช้กันเป็นส่วนใหญ่ เช่น สร้างเสริม ส่งเสริม สนับสนุน เร่งรัด ทบทวน ฯลฯ

                เซลล์ที่ ๑๐. เครื่องวัดความสำเร็จของวัตถุประสงค์ของโครงการ(๒Q๒T๑P) ประกอบด้วย คุณลักษณะ(Quality) ปริมาณ(Quantity) กลุ่มเป้าหมาย(Target group) เวลา(Time) และ สถานที่(Place) เป็นการตั้งค่าความสำเร็จของวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของโครงการโดยระบุรายละเอียดของ ๒Q๒T๑P เช่น ข้าราชการในสังกัด รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ฯไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ออกกำลังกายทุกบ่ายวันพุธในปีงบประมาณ ๒๕๔๙ (ข้าราชการในสังกัด รพ.ฯ คือ กลุ่มเป้าหมาย, รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ คือ สถานที่, ไม่น้อยกว่า คือ คุณลักษณะ, ร้อยละ ๘๐ คือ ปริมาณ, ทุกบ่ายวันพุธในปีงบประมาณ ๒๕๔๙ คือ เวลา)

                เซลล์ที่ ๑๑. แหล่งตรวจสอบหรือวิธีการพิสูจน์ความสำเร็จของวัตถุประสงค์ของโครงการ เป็นการบอกกรรมวิธีของการประเมินซึ่งหาได้จากแหล่งข้อมูลในเซลล์ที่ ๗. และแหล่งประเมินผลจากแหล่งอื่นในระหว่างดำเนินโครงการและเมื่อสิ้นสุดโครงการ

                เซลล์ที่ ๑๒. เงื่อนไขหรือข้อตกลงที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของโครงการซึ่งสามารถตอบสนองแผนงานได้ เป็นการตั้งเงื่อนไขว่ามีปัจจัยภายนอกอะไรที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อื่น ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลกระทบกระเทือนทำให้ไม่บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของแผนงานที่ตั้งไว้ เหตุการณ์นี้ควรมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นสูงและอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้รับผิดชอบโครงการ โดยปกติมักคำนึงถึง ๒ ประเด็น ประเด็นแรก คือ มีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของโครงการอื่น(ผลลัพธ์อื่นๆ)ที่จะต้องดำเนินการไปพร้อมๆกัน เพื่อนำมาประกอบกันให้บรรลุวัตถุประสงค์ของแผนงาน แต่โครงการอื่นๆนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้รับผิดชอบโครงการซึ่งถ้าโครงการนั้นๆทำไม่สำเร็จ โครงการของเราก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่สามารถทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของแผนงานได้ ตัวอย่างเช่น หน่วยงานมีแผนงานเพิ่มรายได้ เรารับผิดชอบฝ่ายผลิต จึงตั้งโครงการเพิ่มผลผลิต ในขณะเดียวกัน ฝ่ายการขายก็ตั้งโครงการเพิ่มการขาย แต่โครงการนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ผลสุดท้ายของแผนงานจึงกลายเป็นเพิ่มรายจ่าย เพราะลงทุนผลิตเพิ่ม แต่ขายไม่ได้เพิ่มมากขึ้น ประเด็นที่ ๒ ที่นำมาเขียนใส่ไว้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเหตุการณ์อื่นๆที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายและการควบคุมของผู้รับผิดชอบโครงการ แต่มีผลต่อวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของโครงการ เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ การไม่ให้ความร่วมมือของประชาชน และการเปลี่ยนแปลงนโยบายเบื้องบนอย่างกระทันหัน ฯลฯ

                เซลล์ที่ ๑๓. ผลผลิตของกิจกรรม(Output) หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหรือผลที่ได้รับทันทีทันใดที่กิจกรรมเสร็จสิ้นลง มี ๒ ระดับ คือ ผลผลิตเบื้องต้น(Immediate Output) เช่น ความรู้ที่ให้ และ ผลผลิตสุดท้าย(Final Output) เช่น ความรู้ที่ได้รับหรือทดสอบ ผลผลิตนี้มักจะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน หรืออาจเป็นกึ่งรูปธรรมที่สามารถวัดประเมินได้

                เซลล์ที่ ๑๔. เครื่องวัดความสำเร็จของผลผลิตของกิจกรรม(๒QCT) ประกอบด้วยคุณลักษณะ(Quality) ปริมาณ(Quantity) ต้นทุน(Cost) และ เวลา(Time) เป็นการตั้งค่าความต้องการผลผลิตตามรายละเอียดของ ๒QCT เช่น ผลิตทีวีสีจอแบนขนาด ๒๑ นิ้ว ๑๐๐ เครื่อง ด้วยงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ภายในระยะเวลา ๕ วัน (ทีวีสีจอแบนขนาด ๒๑ นิ้ว คือ คุณลักษณะ, ๑๐๐ เครื่อง คือ ปริมาณ, ๑๐๐,๐๐๐ บาท คือ ต้นทุน, ๕ วัน คือ เวลา)

                เซลล์ที่ ๑๕. แหล่งตรวจสอบหรือวิธีการพิสูจน์ความสำเร็จของผลผลิต หมายถึงแหล่งข้อมูลและวิธีการประเมินผลผลิตที่จะสามารถตรวจสอบความสำเร็จของเซลล์ที่ ๑๔.ได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น รายงานการตรวจรับงาน การทดสอบความรู้ ก่อนและหลัง การอบรม ฯลฯ

                เซลล์ที่ ๑๖. เงื่อนไขหรือข้อตกลงที่จะทำให้ได้ผลผลิตซึ่งตอบสนองต่อผลลัพธ์ เป็นการบอกให้ทราบว่า อะไรคือปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้รับผิดชอบโครงการที่จะส่งผลให้ไม่สามารถใช้ผลผลิตจนบรรลุวัตถุประสงค์หรือเกิดผลลัพธ์ของโครงการได้ (โดยปกติจะพิจารณาในแนวทางเดียวกันกับเซลล์ที่ ๑๒. แต่ในประเด็นแรกไม่ควรให้เกิดขึ้น ผู้รับผิดชอบโครงการควรพิจารณาให้รอบคอบตั้งแต่เริ่มเขียนโครงการว่ามีเพียงผลผลิตจากโครงการนี้เท่านั้นที่จะตอบสนองต่อผลลัพธ์ของโครงการ) เช่น โครงการแก้ปัญหาจราจรด้วยทางด่วน ผลผลิตคือมีทางด่วน IA ช่องนี้อาจเขียนว่า การจราจรที่หนาแน่นติดขัดตามปกติไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีอื่น (เพราะถ้าแก้ไขได้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างทางด่วนเพื่อให้คนหันมาใช้บริการแทนเส้นทางตามปกติ)

                เซลล์ที่ ๑๗. กิจกรรมหรือกระบวนการผลิต(Activity) หมายถึง งานหรือสิ่งที่กระทำขึ้นในแต่ละครั้งเพื่อให้ได้ผลผลิตที่จะสามารถนำไปใช้จนบรรลุความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ กิจกรรมเสริม(Support Activity) เช่น กำหนดหลักสูตร ผลิตเอกสาร ฯลฯ และ กิจกรรมหลัก(Main Activity) เช่น ฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติ ฯลฯ เซลล์นี้มีความสำคัญที่สุดเพราะผู้บริหารมักจะให้ความสำคัญในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจอนุมัติหรือไม่ ถ้ามีการวิเคราะห์ที่ดี มีการวางแผนโดยละเอียดรอบคอบเป็นอย่างดี การเขียนกิจกรรมจะละเอียด ชัดเจน และรัดกุมเป็นที่เข้าใจง่าย ทำให้เกิดมโนภาพว่าจะได้ผลผลิตตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการอย่างแน่นอน

                เซลล์ที่ ๑๘. ตัวบ่งชี้ว่ามีการดำเนินกิจกรรม หมายถึงการแสดงให้เห็นว่าแต่ละกิจกรรมหรือกระบวนการผลิตมีความถี่(Frequency)ในการดำเนินการเป็นจำนวนเท่าไร(ครั้ง) แต่ละครั้งใช้ระยะเวลานานเท่าไร ควรระบุให้ชัดเจน เช่น จัดการอบรม ๒ ครั้ง ครั้งละ ๕ วัน

                เซลล์ที่ ๑๙. แหล่งหรือวิธีการที่จะช่วยบอกว่ามีการดำเนินกิจกรรม หมายถึง แหล่งข้อมูลและวิธีการประเมินผลของกิจกรรม เป็นการสรุปรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินกิจกรรม และ สรุปปิดโครงการ

                เซลล์ที่ ๒๐. เงื่อนไขหรือข้อตกลงที่จะให้มีการดำเนินกิจกรรมจนได้ผลผลิตตามต้องการ หมายถึงปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้รับผิดชอบโครงการที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ส่งผลกระทบให้ไม่ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ(แนวคิดเช่นเดียวกับเซลล์ที่ ๑๖.) เช่น เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมที่ต้องใช้ไฟฟ้า น้ำประปา และ โทรศัพท์ ได้ เป็นต้น

                เซลล์ที่ ๒๑. ปัจจัยนำเข้า(Input) หมายถึงทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินกิจกรรม เป็นการระบุทรัพยากรเพียง ๓ ประเภทเท่านั้น คือ M ได้แก่ บุคลากร(Man) งบประมาณ(Money) และ วัสดุอุปกรณ์อาคารสถานที่(Material)

                เซลล์ที่ ๒๒. ตัวบ่งชี้ที่บอกถึงปัจจัยนำเข้า หมายถึงการระบุรายละเอียดในแง่ ชนิด ปริมาณ และ ระยะเวลาของการใช้ปัจจัยนำเข้าในแต่ละกิจกรรม

                เซลล์ที่ ๒๓. แหล่งหรือวิธีการที่จะพิสูจน์ว่าได้รับปัจจัยนำเข้า หมายถึงเอกสารสำคัญต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเบิก-จ่ายปัจจัยนำเข้าและแหล่งอ้างอิงที่มาของเอกสารนั้นๆ

เซลล์ที่ ๒๔. เงื่อนไขหรือข้อตกลงในการได้ปัจจัยนำเข้าตามที่ต้องการจริง หมายถึงปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้รับผิดชอบโครงการที่ทำให้ไม่ได้รับปัจจัยนำเข้าตามชนิด ปริมาณ และ ระยะเวลาที่กำหนด ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมตามที่วางแผนไว้ได้ เช่น ต้องได้รับงบประมาณเต็มจำนวน วัสดุอุปกรณ์ที่จัดซื้อต้องได้รับครบถ้วนตามคุณลักษณะและปริมาณภายในระยะเวลาที่กำหนด ฯลฯ

อ้างอิงจาก

www.nmd.go.th/preventmed/docu/Logical%20Framework%20.doc