ตั้งวงคุยกันเรื่อง “การกระทำที่ไม่ใช่ผลที่เกิดจากความคิด” หรือ “An action that is not the outcome of thought”
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ส.ค.) ผมได้ไปร่วมวงสนทนา (Dialogue) ที่มูลนิธิอันวีกษณาจัดขึ้น เป็นการพูดคุยกันในวงของคนที่สนใจงานของท่านกฤษณมูรติ (ซึ่งต่อไปนี้จะขอเรียกย่อๆ ว่าท่าน K) กลุ่มนี้มีการนัดพูดคุยกันเป็นประจำทุกๆ สองเดือน ผมเคยมาร่วมครั้งหนึ่งน่าจะประมาณสองปีมาแล้ว
หัวข้อที่พูดคุยกันในครั้งนี้ เป็นประเด็นที่มาจากวีดีทัศน์เรื่อง “การกระทำที่ไม่ใช่ผลที่เกิดจากความคิด” หรือ “An action that is not the outcome of thought” ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่าน K พูดไว้ที่เมืองมัทดราสเมื่อสามสิบสองปีมาแล้ว หลังจากดูวีดีทัศน์และพูดคุยกันเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง ผมอยากจะสรุปประเด็นผ่านการตีความ (ความคิด) ของผมไว้ดังนี้ :
-
เรา “เห็น” หรือไม่ ว่าการกระทำที่ผ่านความคิดนั้น เป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำกัด (Limit) เป็นส่วนเป็นเสี่ยว (Fragmented) และไม่มีความเป็นทั้งหมด (not the Whole)
-
เนื่องจากความคิดต้องอาศัย “ข้อมูล / ความรู้ / ประสบการณ์” ในอดีต (ความจำ สัญญา) Action ที่ได้มาจากความคิด จึงเป็นสิ่งที่จำกัด แบ่งแยก ก่อให้เกิดความขัดแย้ง และก่อให้เกิดมายาคติขึ้นมาต่างๆ นานา
-
ถึงคนในวงจะโต้แย้งค่อนข้างรุนแรงว่า “การทำมาหากิน (การทำงาน) เราจำเป็นต้องใช้ ต้องอาศัยความคิด (ความจำ ความรู้ ประสบการณ์)” แต่การพูดคุยก็ทำให้ได้ข้อสรุปว่า “การใช้ความคิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพียงแต่เราต้องรู้ซึ้งถึงข้อจำกัดของมัน และต้องจัดมันให้เข้าที่เข้าทาง เราก็ยังใช้ประโยชน์ (ในทางโลก) จากมันได้” แต่ที่ผมว่าค่อนข้างอันตรายก็คือในสภาวะที่เรา “เสพติดการคิด” และเข้าใจผิด (หรือหลงคิด) ไปว่า “ความคิด (ของเรา) นั้นคือ(สัจจะ) ความเป็นจริง”
-
สิ่งที่ท่าน K พูดไว้ ซึ่งถ้าผมเข้าใจไม่ผิดก็คือ Action ที่ไม่ได้เป็นผลพวงมาจากความคิด ก็คือ Action ที่เกิดจากจิตการรับรู้ที่บริสุทธิ์ (ผัสสะบริสุทธิ์) ไม่ติดอยู่กับอุดมคติ (ที่ความคิดสร้างขึ้นมา) ไม่ติดอยู่กับอดีต ซึ่งเป็นเรื่องของความเชื่อ ไม่มีความรู้ (ซึ่งก็เป็นอดีตอีกเช่นกัน) มาเจือ ท่านใช้คำว่าเป็น Action ที่เกิดจาก Insight ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ ท่านสอนเราว่าต้องใส่ใจ หรือมี Attention กับสิ่งที่อยู่ต่อหน้าต่อตาเรานั้น
-
ท่านได้ขยายความคำว่า Attention ว่ามันเป็นคนละเรื่องกันกับคำว่า Concentration (เพ่ง) Attention เป็นการใส่ใจในสิ่งนั้นๆ เป็นการ Aware กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ในขณะที่ Concentration นั้นเป็นความพยายามที่จะจดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อไม่ให้เราถูก Distract (ถูกทำให้ไขว่เขว่) ไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็น Concentration หรือDistraction ท่าน K บอกว่าแท้จริงแล้วมันก็ไม่ได้ต่างกัน มันล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ (Product) ของความคิดด้วยกันทั้งคู่
เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากครับ ขอบคุณครับ ^^
ทำไมเราจึงต้องตีความคำพูดของคนอื่นด้วยเล่า? การตีความ คือส่วนหนึ่งของการกระทำ ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของความคิด หรือไม่? การตีความ คือการบวนการใช้ความคิด ที่ปิดกั้นการหยั่งเห็น ( INSIGHT) สิ่งที่เป็นอยู่จริง อย่างเป็นองค์รวมทั้งหมด หรือไม่? และทำไม? จิตจึงชอบตีความ ชอบแสดงความคิดสรุปรวบยอด ด้วยเล่า? มันต้องการสร้างความรู้ อันดูประหนึ่งแน่นอนเที่ยงแท้ ให้เป็นที่พึ่งพิงยึดเกาะ เพื่อความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย ให้กับตัวมันเอง ใช่ไหม? น่าสนใจสอบสวนดูความมหัศจรรย์ ของความคิดมนุษย์ กันไหม?
คิด --> ตีความ, คิด --> พูด, คิด --> ถาม, คิด --> เขียน, คิด --> ทำ, คิด --> กรรม.
ขอบคุณคะ อาจารย์ ไม่ทราบว่าหนูเข้าใจถูกหรือเปล่าว่า
เหมือนการที่ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง ค้นพบยาเพนิซิลลิน เมื่อเห็นเชื้อราในเพลตเลี้ยงแบคทีเรีย ทำให้เกิด insight ว่า ถ้าเชื้อรากำจัดแบคทีเรียในเพลตได้ ก็น่าจะใช้ในคนได้เช่นกัน
ขอบพระคุณค่ะอาจารย์
การกระทำที่ไม่ใช่ผลจากความคิด ทำให้นึกถึง เวลาลงทำแผนที่เดินดิน ในหมู่บ้าน
จำเป็นต้องใส่ใจ สังเกต สภาพแวดล้อมของแต่ละบ้านด้วย จึงจะได้ข้อมูลรอบด้าน
สวัสดีครับอาจารย์
ระลึกถึงเสมอครับ ^^