ความรักความผูกพันระหว่างลูกส่งผ่านไปถึงแม่ด้วยความเรียงเล็กๆ
ความเรียงเรื่องแม่....แม่คือ....
1 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
สุมาลัย สุมาลัย จำเริญพานิช · 5 ส.ค. 2554
สิงห์ ป่าสัก · 5 ส.ค. 2554
นางสุมาลี โยธาภักดิ์ · 5 ส.ค. 2554
แสงแห่งความดี... · 5 ส.ค. 2554
ไอน้ำเย็น · 5 ส.ค. 2554
ทำอย่างไรให้คนสมัยนี้เป็นเหมือนพันท้ายนรสิงห์
1. เราต้องสอนคนสมัยนี้มีความเคารพต่อกฎหมายและขัดหรือผิดขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างในการทำผิดและเป็นตัวอย่างที่ดีต่อไป
2. จากนั้นก็ปลูกฝังเด็กตั้งแต่เล็กเพื่อให้มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
3.และถ้าเราทำผิดเราก็ควรรับผิดตามโทษไม่ใช่คิดว่าเราเป็นเพื่อนกับคนใหญ่คนโตแล้วจะไม่โดนลงโทษหรือได้รับการยกเว้น นอกจากนี้เราก็ควรรับผิดตั้งแต่ตอนแรกเลยก่อนที่จะต้องให้เรียกมาลงโทษ
4.คนสมัยนี้ควรทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอย่างไรก็ต้องทำอย่างสุดความสามารถ
5.พ่อแม่ควรสอนว่าการทำผิดเราต้องรับโทษไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องมันเลือนหายไป หรือ ใช้ตัวอย่างจาการทำผิดนั้นให้เป็นตัวอย่างหรือกรณีศึกษา
6.เราต้องตั้งใจในการทำงานและทำให้ดีที่สุด
แม่คือ...คุณครู
แม่นั้นถือว่าเป็นคุณครูคนแรกของเรา ท่านได้สอนเรามาตั้งแต่เด็กเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนเป็นคุณครูอีกคนหนึ่ง ตั้งแต่เราจำความได้ท่านก็สอนให้เราเดิน สอนให้เรามีชีวิตอยู่ในชีวิตประจำวันได้ เมื่อถึงตอนที่เราต้องเข้าสู่โรงเรียน ท่านก็สอนการบ้านผม สอนให้เราเป็นคนดี นอกจากการสอนผมแล้ว ท่านก็ได้ดูแลผมมาตลอด ท่านดูแลผมได้ดีตลอดมา ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน ถึงอยากจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลตัวเองได้แล้วแต่ก็เป็นไม่ได้ซักที ท่านจึงต้องดูแลผมตลอดมา เป็นช่วยผมได้ทุกๆเรื่อง และสามารถปรึกษาได้ทุกๆอย่าง ท่านเป็นเหมือนอาจารย์ คุณครู คอยอบรมสั่งสอนเราให้เรานั้นเติบโตเป็นคนดี ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ และ เป็นที่รักของเพื่อนๆหลายคนๆ สอนให้เรารู้จักคุณค่าของชีวิต แม่ชอบสอนแบบนี้ตลอดมา แม่ให้ผมทุกอย่างโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน ท่านไม่ได้ต้องการที่จะให้เราจะเป็นคนรวยๆ เก่งๆ แต่แม่ต้องการให้เราเป็นคนดี มีอนาคตที่ดี คำสอนที่แม่สอนนั้นถึงแม้แม่จะตายแต่เราก็ยังสามารถใช้คำสอนนี้ได้ต่อไป การตอบแทนแม่นั้นแม่บอกว่าไม่ต้องการอะไรมาก ขอให้ผมเป็นคนดี ลูกที่ดีของแม่ แม่ก็ดีใจแล้ว
ธนกฤต
ถึง อภิเศรษฐ์ ครับ คุณต้องย้ายข้อความจากหัวข้อนี้ไปหาหัวข้อพันท้ายนรสิงห์ครับ (คลิกไปตรงสารบัญ)
ถึง ธนกฤต ครับ งานเขียนของคุณน่าประทับใจมาก ทำให้ครูรู้สึกว่า ธนกฤตมีคุณแม่ที่น่ารักและเป็นคนที่ยิ่งใหญ่มาก ครูประทับใจที่แม่สอนให้คอปรู้จักคุณค่าชีวิต ครูก็อยากจะเสริมว่า ไม่เพียงแต่ชีวิตของตนเองเท่านั้น คอปต้องเห็นคุณค่าของคนรอบข้างด้วย แม้จะเป็นที่เราไม่ชอบก็ตาม เพราะคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ล้วนแล้วแต่เป็น "บทเรียน" ให้เราเห็นเป็นแบบอย่างและเรียนรู้ สำหรับคอป คุณแม่เป็นครู ในฐานะที่เป็นครู คนเป็นครูจะมีความสุขที่สุด ก็ต่อเมื่อเห็นคนที่เราช่วยเหลือมาตลอด พึ่งตนเองและยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างสง่างาม ฝากความระถึงถึงคุณแม่ด้วยนะครับ
ครู
แม่ของฉันคือ…พรหมสี่หน้าของฉัน
เคยมีคนบอกฉันว่า แม่ของทุกคนมีสี่หน้า คือ หน้าเมตตา หน้ากรุณา หน้ามุทิตา หน้าอุเบกขา ซึ่งก็เปรียบเสมือนเป็นพระพรหมของลูกๆ ทุกคน และฉันก็คิดว่าคุณแม่ของฉันก็มีสี่หน้าเหมือนกันแต่อาจจะไม่ค่อยเหมือนของคนอื่นๆ สำหรับหน้าแรกของคุณแม่ของฉันคือหน้าบ่น ซึ่งเป็นหน้าที่ฉันมักจะพบอยู่เสมอเวลาที่ฉันทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เช่น พูดไม่เพราะ ไม่ตั้งใจทวนหนังสือ ทานอาหารได้น้อย ส่วนหน้าที่สองคือหน้าดุ ซึ่งฉันมักจะพบหน้านี้เวลาที่ฉันทำผิดในสิ่งที่เคยทำผิดมาก่อนแล้วทำผิดซ้ำ หรือ ทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อน ส่วนหน้าที่สามคือหน้าขนมหวาน ซึ่งเป็นหน้าที่ฉันชอบมากๆ และมักจะพบบ่อยๆ หลังจากที่โดนดุ ซึ่งคุณแม่ของฉันเป็นคนที่หายโกรธเร็วมาก และหลังจากหายโกรธก็มักจะมีขนมอร่อยๆ มาฝากฉันเสมอ ซึ่งคุณแม่ของฉันจะรู้ว่าฉันชอมกินขนมอะไร ส่วนหน้าสุดท้ายเป็นหน้าที่ฉันภูมิใจมากที่สุด เพราะมันคือหน้าการให้อภัย ไม่ว่าฉันจะทำผิดอะไรหรือทำให้คุณแม่เสียใจแค่ไหน คุณแม่ของผมจะให้อภัยผมเสมอ ไม่เคยมีสักครั้งที่แม่จะโกรธผมนาน และผมก็รู้ดีว่า ไม่ว่าคุณแม่จะอยู่ในหน้าไหน คุณแม่ก็รักผมมากที่สุด คุณพ่อมักจะบอกกับผมบ่อยๆ ว่า คุณแม่ของผมเป็นคนที่เสียสละให้ผมมากมาย คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนคุณแม่เป็นคนที่ชอบแต่งตัว และมักจะซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ที่ค่อนข้างมีราคาใส่เสมอ ชอบไปเที่ยว และชอบไปทานอาหารอร่อยๆ อยู่บ่อยๆ แต่หลังจากที่มีฉัน คุณแม่ก็เปลี่ยนไปซื้อเสื้อผ้าที่ไม่แพงนัก และมักจะบอกกับคุณพ่ออยู่เสมอว่า ไม่รู้จะซื้อเสื้อผ้าแพงๆ ใส่ไปทำไมสู้เก็บเงินไว้ให้ลูกใช้ดีกว่า เวลาไปเที่ยวก็มักจะถามและให้ฉันเลือกเสมอว่าฉันอยากไปเที่ยวที่ไหน หลายครั้งที่ฉันก็รู้ว่าที่ๆ ฉันเลือกก็เป็นที่ๆ คุณแม่เคยไปมาแล้ว และอยากไปเที่ยวที่อื่นมากกว่า แต่คุณแม่ก็ยังพาฉันไปในที่ๆ ฉันอยากไปเสมอ จนบางครั้งฉันก็รู้สึกว่าฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวและรู้สึกไม่สบายใจ แต่คุณพ่อก็บอกกับฉันว่า อยากให้ฉันจำและภูมิใจในสิ่งที่คุณแม่ของฉันทำให้ฉัน เพราะทำให้ฉันรู้ว่าไม่ว่ายังไงฉันก็ยังมีคุณค่าและสำคัญเสมอสำหรับพ่อกับแม่ และอีกหน่อยฉันจะได้รู้จักเสียสละให้กับคนที่ฉันรักเหมือนกับที่คุณแม่เคยทำให้ฉัน
แม่ก็คือผู้ให้กำเนิดเรา และยังเลี้ยงดูเรามาอีกด้วย เพราะฉะนั้นแม่จึงเป้นผู้ที่มีพระคุณต่อเรา ในฐานะที่ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว ผมก็จะต้องหาอะไรสักอย่างที่สามารถตอบแทนบุญคุณของแม่ เช่นการตั้งใจเรียน การตั้งใจเล่นกีฬา แม้ว่ามันจะดูน้อยไปแต่มันก็อยากมากสำหรับผม ในการที่จะตั้งใจเรียนและเล่นกีฬาเก่งๆในเวลาเดียวกัน และผมก็อยากที่จะอวยพรเล็กๆน้อยให้แม่ ก็คือ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับชีวิตของผม
ในตอนเด็กๆนั้น ตอนที่ผมทำอะไรไม่เป็น ตอนที่ผมยังเดินไม่ได้ ถึงแม้ผมจะจำได้แค่เลือนลาง แต่ผมก็มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า แม่ก็คงช่วยเราให้ทำทุกๆอย่างในวันนี้เป็น ช่วยให้เราเป็นคนๆนี้ และจนถึงตอนนี้แม่ก็ยังช่วยเราในอีกหลายๆด้าน ถึงแม้จะน้อยลงแต่ในตอนนี้เราก็สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว ดังนั้นเมื่อท่านแก่ชราเราก็คงต้องดูแลท่านเหมือนท่านดูแลเรา แค่นี้ผมก็ภูมิใจมากแล้ว
(ณัฐสิทธิ์ เจียรพันธุ์ ม.2/3 เลขที่9)
ผมรู้สึกว่าแม่เป็นคนที่ให้กำเนิดเราและคอยให้คำปรึกษาผมอยู่เสมอ เช่น เรื่องของคอมพิวเตอร์ เป็นต้น แม่เป็นคนที่เอาใจใส่เรื่องสุขภาพร่างกายของผมเป็นอย่างมาก เช่น ในตอนที่ผมไม่สบายแม่ผมหาข้าวให้กินและหายาให้กินและยังมีเรื่องอาหารการกิน เรื่องวิชาภาษาอังกฤษและเรื่องความสูงของผม แต่ก่อนที่คุณแม่ยังทำงานอยู่ คุณพ่อก็ทำอาหารไม่ค่อยเป็น ส่วนมากจะซื้ออาหารข้างนอกมารับประทาน ซึ่งอาหารข้างนอกนั้นอร่อยมากแต่มีผักและผลไม้น้อยจึงทำให้ผมไม่ค่อยได้อาหารที่ครบ 5 หมู่ หลังจากที่คุณแม่ได้ออกมาจากที่ทำงานแล้วคุณแม่จึงทำอาหารที่ครบ 5 หมู่ให้ผมรับประทานเป็นประจำและควบคุมการออกกำลังกายของผม
สุดท้ายนี้ถ้าขาดคุณแม่ชีวิตของผมจะไม่มีความสุขและความสมบูรณ์ได้เท่านี้ ฉะนั้นเราควรที่จะตอบแทนพระคุณของคุณแม่และคุณพ่อโดยการตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่เถลไถล ดูแลท่านดีๆก่อนที่ท่านจะจากเราไป
(อภิเศรษฐ์ วงศ์ธานุวัฒน์ ม.2/3 เลขที่ 33)
แม่ คือ แบบอย่างของลูก
แม่ของผมเป็นคนที่ชอบความเป็นระเบียบจู้จี้จ้ำไชมาก และมีความรับผิดชอบมาก ดังนั้น แม่จะบอกการทำรายงานให้สวยด้วยการเขียนตั้งแต่ผมยังเด็กทำให้ผมชอบทำรายงานเขียนได้ค่อนข้างสวยและเร็วและคอยเตือนผมเสมอเกี่ยวกับการจดงานในสมุด รวมถึงรายงานต่างๆด้วย แม่จะเตือนผมตลอดว่า”ส่งการบ้านรึยัง” “พรุ่งนี้สอบอะไร” “รายงานเสร็จรึยัง”เกือบทุกครั้งที่ผมก็รู้สึกรำคาญจนต้องรีบทำงานให้เสร็จ เพราะคำพูดของแม่ทำให้ผมทำรายงานเสร็จและไม่ค่อยขาดส่งงานเลย คะแนนเก็บของผมจึงข้อนข้างดีพอที่จะชดเชยคะแนนสอบที่เสียไปได้ เมื่อผมได้เกรด4 หรือได้คะแนนดีๆพ่อและแม่ของผมจะพาผมไปกินอาหารดีๆแพงๆซึ่งผมชอบมากๆ อาหารเหล่านี้ก็มาจากความจู้จี้ของแม่ทั้งนั้น เนื่องจากใกล้ถึงวันแม่แล้วผมจะทำสิ่งที่แม่ขอผมมานานคือผมจะทำคะแนนพฤติกรรมให้ดีเพราะครูทุกคนมักจะบอกแม่ผมว่าผมซนและชอบพูดไร้สาระเสมอ แม่ผมบอกให้ผมทำตัวดีๆตั้งแต่ป.4แต่ผมไม่เคยทำได้เลย ในเทอมนี้ ผมจึงอยากทำตามที่แม่บอกสักครั้งนึง
กรวิชญ์ หล่อโลหการ 2/3
สำหรับผม แม่คือผู้ให้หลายๆอย่าง ทั้งให้กำเนิด,ให้เรียนหนังสือส่งค่าเทอมให้เราเรียนเพราะท่านอยากให้เรามีงานดีๆทำในอนาคต
ท่านทำงานอย่างเหนื่อยยากลำบากเพื่อให้เรามีเงินค่าขนมมาเรียนหนังสือ เนื่องในโอกาสวันแม่นี้ ผมอยากกราบขอโทษในสิ่งที่ผมทำผิดหรือล่วงเกินท่านและถึงบางครั้งผมจะดื้อไปบ้างทำให้ท่านเสียใจอยู่ลึกๆผมขอโทษครับ ผมสัญญาว่าต่อไปนี้ผมจะเป็นเด็กดีจะตั้งใจเรียนหนังสือและไม่ดื้อกับท่าน ถึงแม้ผมจะขี้อายไม่กล้าบอกรักท่านแต่ในใจผมรักท่านมากครับ ตอนเด็กผมไม่เคยบอกรักท่านเลย แต่ตอนนี้ผมจะบอกรักท่านในวันที่12สิงหาคมนี้และผมจะทำการ์ดของขวัญเล็กๆถึงแม้มันจะเป็นของเล็กๆแต่ผมจะทำอย่างสุดฝีมือ "ผมมีประโยคบางประโยคที่อยากจะบอกแม่ครับ ผมรักแม่มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆครับและขอขอบคุณที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เล็กจนผมโตและขอให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไปน่ะคร๊าบบบบบ"
(ด.ช.จิรภัทร สาระศิริ ม.1/3 เลขที่5).... (=
แม่คือ ผู้ให้กำเนิดที่ยิ่งใหญ่
ความคิดของฉันแม่เป็นผู้ที่ให้กำเนิดเรามาตั้งแต่เราเด็กๆ เป็นผู้ที่ยอมอดทนเลี้ยงดูเราจนถึงบัจจุบันี้ไม่ว่าเราจะซนหรือจะดื้อแค่ไหนก็ตาม แม่คือคนที่ยอมอดทนตั้งท้องมาถึง 9 เดือนโดยท่านไม่บ่นซักคำแม้ว่าตอนที่เราอยู่ในท้องเราอาจจะถีบท้องแม่บ้างแต่ท่านก็ทน ทนรอวันที่เราจะลืมตาดูโลกออกไม้ว่าเราจะถีบท่ายจนท่าร้องไห้ออกมาก็ตาม แม่คือครูที่อบรมสั่งสอนเราให้ประพฤติให้เราเป็นคนดีเป็นคนที่เสียสละ เป็นคนที่สามัคคี เป็นคนที่เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ ไม่ให้เราออกนอกกรอบที่เรากำหนดไว้
ฉันอาจจะมีบางครั้งที่ดื้อบ้าง ทำให้แม่ไม่พอใจบ้าง ทำให้แม่เสียใจแต่แม่ของฉันก็ไม่เคยโกธรก็แม้ว่าเราจะทำมากกว่านี้ก็ตาม แต่ท่านก็บอกว่า 'ไม่เป็นไรเราทำผิดก็ต้องรับผิดไม่มีครั้งใดหรอกที่คนเราจะแก้ไขไม่ได้ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้หมด' แต่คำพูดนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่า เราทุกคนโชกดีมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ มีพ่อแม่ที่ดี พ่อแม่ของเราไม่เคยคิดที่จะเกลียดลูกแม้ว่าท่านจะว่า่เราแรงแค่ไหนที่ท่านว่าเราเพราะท่านรักเรา ท่านอยากให้เรามีอนาคตที่ดี มีสังคมที่ดี ไม่ให้เราไปอยู่กับสังคมอันเลวร้าย แต่แม่ของฉันชอบสอนฉันบ่อยๆๆ ว่า เรียนไม่เก่งไม่เป็นไรขอแค่เป็นคนดีของสังคมก็พอแล้ว ทำอาชีพที่สุจริตที่เราชอบก็พอแล้วหละ แม่ขอลูกเท่านี้พอนะหวังว่าลูกจะทำให้แม่ได้่นะ
ประสบการณ์ขอฉันมันอาจจะคล้ายกับของคนอื่นนะแต่ฉันก็เล่าออกมาจากใจเลยนะ คือหลายๆครั้งที่ฉันนั้นไม่สบายแม่ของฉันก็จะสละเวลาอันมีค่ามาดูแลฉัน ตอนนั้นฉันปวดท้องวันที่เข้าค่ายจตุรมิต 1 ก่อนกลับบ้านฉันก็ปวดท้องกระทันหันไม่รู้เป็นอะไรปวดมาดขนาดอยู่ห้องแอร์เหงื่อยังออกเลย ตัวร้อนมาก ปากซีดไม่มีแรงจะทำอะไรพวกคุณครูก็โทรตามมาให้แม่มารับ ตอนนั้นคูณแม่ของณัชชา ก็สันนิฐานว่าอาจจะเป็นไส้ติ่งพอแม่ฉันรู้ตอนนั้นก็ตกใจมากรีบมาหาเลยก็ว่าได้ หมอบอกว่าอาจจะถึงขั้นผ่าดัตเลยก็ได้แต่พอหมอตรวจก็บอกว่าไม่ได้เป็นไส้ติ่งแม่ของฉันก็โล่งอกไปเลยเหมือนยกภูเขาออกจากอก หมอก็ให้ฉันนอนค้างโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ 1 วันแม่ของฉันก็ดูแลฉันอย่างดี คอยป้อนข้าว คอยเช็ดตัวให้ฉันทราบซึ้งพระคุณแม่มาก ฉักอยากบอกแม่ว่า ฉันขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ
วันแม่ 12 สิงหาคมนี้ฉันอยากจะบอกแม่ว่า ฉันรักแม่มากค่ะขอบคุณที่คอยเลี้ยงดูเรามาถึง 13 ปี ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือฉันทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ หนูรักแม่มากค่ะ
( ด.ญ.สร้อยทับทิม อุดมรัตน์นุภาพ ม2/3 เลขที่ 32 ) รักแม่มากค่ะ
แม่คือ...ผู้หญิงคนหนึ่งที่เราจะต้องตอบแทนพระคุณของท่านตลอดชีวิต
คนที่ทำให้เราได้เกิดมาบนโลกนี้ก็คือ”คุณแม่”ท่านมีพระคุณกับเราตั้งแต่ตอนที่ให้เราได้เกิดมาบนโลกนี้แล้ว ท่านเป็นคนที่ทำให้เราได้ทำสิ่งต่างๆทำสิ่งหลายๆอย่างที่เราต้องการจะทำ ทุกคนอาจจะคิดว่า”ดีใจจังที่เราได้เกิดมาได้มาทำอะไรหลายๆอย่าง”แต่กลับลืมคิดไปว่าใครที่ทำให้เราได้เกิดมา ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยทวงบุญคุณเราเลยแต่เราก็ควรที่จะตอบแทนท่านบ้างท่านช่วยสอนอะไรหลายๆอย่างในชีวิตตั้งแต่เราเกิดมา ทำให้เราเดินได้ พูดได้ กินได้ นอนหลับและทุกๆอย่างที่ท่านสั่งสอนมานั้นล้วนสำคัญต่อชีวิตเราทุกอย่าง หนูเคยทำให้แม่เสียใจมากหลายครั้งท่านก็ใอภัยเราเสมอมาแต่ว่าเราก็ต้องสำนึกผิดด้วย หนูมีน้องอีกสามคนตอนแรกพี่เลี้ยงก็มาช่วยดูแลแต่พอพี่เลี้ยงลาออกไปก็เห็นว่าแม่เหนื่อยมากแม่แทบจะทำทุกอย่างเองหมดแล้วนูกับน้องก็ทะเลาะกันทุกวันทำให้แม่เหนื่อยใจมาก แต่เวลาโมโหมันก็เลยชอบตะโกนออกไปทำให้แม่ต้องเตือนบ่อยๆๆก็คิดว่าเราควรจะใจเย็นลงแล้วก็พยายามบอกให้น้องเลิกทะเลาะกัน ถ้าหนูคอดว่าหนูทำได้มากกว่านี้ก็คงจะอยากให้แม่สบายๆไม่ต้องมาคอยบ่นคอยเตือน ดุ กล่าว ว่าเราอยู่ทุกวันๆ แต่ก็อยากให้แม่รู้ว่าหนูรักแม่มากอยากกอดแม่ให้ได้นานๆและทุกวันเลย “หนูชอบกอดแม่ที่สุดเลย”และจะขอสัญญากับแม่ข้อหนึ่งว่าจะตั้งใจเรียนให้มากมากและมากกว่าเดิมค่ะ
(วิญริญา เปรมานนท์ ม.2/3 เลขที่27)
"แม่คือ..." บางคนอาจจะคิดไม่ออกว่าจัเขียนเรียงความเรื่องนี้อย่างไร เช่นเดียวกับฉัน...ในตอนเเรกที่อาจารย์ลาบสั่งก็เครียดเหมือนกันว่าจะเขียนยังไงดี??? เเต่หลังจากที่ได้ไปเข้าค่ายธรรมะแล้ว ก็ได้รู้ว่า"แม่คือ ความรักที่คุณไม่ต้องค้นหา" เพราะ เราทุกคนก็ต้องล้วนเกิดจาก ความรัก ความห่วงใย และ ความเจ็บปวด ของคุณแม่ทั้งนั้น และเมื่อเราเกิดมา...ใครเป็นคนเเรกที่ยิ้มให้เรา หัวเระกับเรา ป้อนข้างป้อนน้ำเรา ดูเเลเราตั้งแต่เล็กจนโต และอีกมากมาย
อันที่จริงเเล้วคำว่า "แม่" สามารถเป็นได้อีกหลายอย่างมากมาย เช่น...
แม่คือ ตู้เย็น เวลาเราหิวไส้จะขาด -*-
แม่คือ ปูน ที่เอาไว้เทใส่ทางที่มีอุปสรรคต่างๆของเราให้เรียบ ฯลฯ
เเต่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่แม่เป็นนี้...ก็ล้วนทำด้วยใจอันห่วงใยเราทั้งนั้น ดังนั้นแล้วนิยามของคำว่าเเม่สำหรับฉันแล้วคือ"ความรักที่เราไม่ต้องค้นหา และ ความรักที่เราหาที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น"
[ ♪♫ ด.ญ.วิริญญ์ คีรีกาญจนะรงค์ เลขที่ 28 =W= ♥ ]
แม่คือ..ทุกสิ่งสำหรับฉัน
แม่เปรียบได้กับทุกๆสิ่งบนโลกใบนี้ เป็นได้ทุกอย่างที่ลูกต้องการ เป็นทั้งเพื่อน ยามที่ฉันเหงา เป็นร่ม ยามฝนตก เป็นเตาผิง ยามเราหนาว เป็นครีมกันแดด ยามแสงส่อง เป็นตู้เย็น ยามเราหิว เป็นกระเป๋า ยามของเยอะ เป็นม้า ยามฉันเมื่อย เป็นธนาคาร ยามขัดสน เป็นหมอ ยามเราเจ็บ
ดังนั้นฉันจึงอธิบายไม่ได้ว่าแม่คืออะไรเพราะแม่ไม่ใช้สิ่งๆเดียวที่ฉันจะเปรียบได้ และที่สำคัญแม่คือผู้ให้กำเนิดเรา แม่ต้องอดทนตั้งท้องเรามา 9 เดือน แม่ไม่เคยที่จะละทิ้งหน้าที่ แม่ดื่มนมทุกวันเพื่อให้ฉันแข็งแรงและเติบโตอย่างสมบูรณ์ แม่หวังว่าถ้าเราเกิดมาก็คงจะเป็นเด็กที่น่ารักและเป็นเด็กดี แนเคยถามแม่ว่า “ ถ้าฉันพิการแม่จะทำยังไง” แม่ก็ตอบฉันว่า “ แม่ก็จะเลี้ยงดูอย่างดีให้เหมือนที่แม่เลี้ยงดูฉันในตอนนี้เพราะฉันคือลูกของแม่” ฉันจึงคิดว่าแม่เป็นได้ทุกอย่างสำหรับฉันเป็นทั้งชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้ แม่คอยบอกฉัน และให้กำลังใจฉันเสมอ ยามที่ฉันทำผิด หรือ ทำไม่ดี แต่ก่อนแม่อาจจะต้องใช้การตี การดุ การว่า เป็นการสั่งสอน แต่ตอนนี้ฉันเริ่มโต แม่ก็เข้าใจและใช้วิธีการสั่งสอนโดยการพูดคุยหรือปรับความเข้าใจกัน ในเวลาที่ฉันได้คะแนนสอบน้อย แม่จะไม่ว่าแต่แม่จะถามก่อนว่าตั้งใจอ่านหนังสือหรือเปล่าเพราะถ้าตั้งใจและทำดีที่สุดแล้ว แม่จะบอกว่า “ ไม่เป็นไร ครั้งหน้าแก้ตัวใหม่แต่ต้องตั้งใจมากกว่านี้” การที่แม่บอกกับฉันอย่างนี้ทำให้ฉันรู้สึกดี ไม่เครียดและฉันก็จะคิดเสมอว่าฉันโชคดีมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่ เพราะมีแต่เพื่อนๆมาบอกกับฉันว่า พอได้คะแนนน้อยแม่ก็จะบังคับให้เรียนบาง ไม่ให้เล่นบางฉันจึงภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่
ลูกทุกคนก็ได้แต่บอกว่าในวันแม่จะทำให้แม่มีความสุข จะเป็นคนดี แต่สำหรับฉัน ฉันคิดว่าฉันอยากจะทำแบบนั้นทุกๆวัน เพื่อทำให้แม่ภูมิใจในตัวฉัน แต่ฉันก็รู้ว่าโอกาสที่ฉันจะทำได้มันน้อยมาก ฉันจึงอยากจะทดแทนบุญคุณของแม่โดยการพยายามทำตัวดีๆ ไม่เถียง และตั้งใจเรียนเพื่อจะได้ทำให้แม่ไม่ผิดหวังในตัวฉัน
ก่อนจบฉันหวังว่าฉันจะทำในสิ่งที่ฉันได้คิดไว้สำเร็จและ ฉันอยากจะบอกแม่ว่า “ ฉันรักแม่มาก” ถึงแม้จะไม่ได้บอกจริงๆก็ตาม ฉันไม่ค่อยชอบที่จะบอกตรงๆ แต่ก็อยากจะให้แม่รู้ไว้ว่าถึงฉันจะทำตัวไม่ดี ชอบคุย/เล่นตอนเรียน แต่ฉันก็รักแม่คนนี้เสมอและจะรักตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง
(ทยาภา เกิดสุทธิ ม.2/3 เลขที่ 10)
แม่คือ…เบ็นเท็น (Ben Ten)
แม่คือคนที่แปลงร่างได้ทุกๆเวลา บางทีก็ใจดีมากๆบากทีก็โหดจนพูดไม่ออกหรือขี้บ่นมากๆและยังมีอีกหลายๆร่างเลยด้วยเช่น บางทีเราอยากได้อะไรก็ซื้อให้แต่บางทีก็ขัดไปหมด แต่ถึงอย่างไรก้อตามท่านก็ยังรักเราอยู่เสมอไม่ว่าอยู่ในร่างใดก็ตาม และยังมีพระคุณกับเรามากๆด้วยและยังเป็นคนที่รู้ใจเราอยู่เสมอ เวลาฉันชอบกินอะไร เวลาฉันเรียนพิเศษมาเหนื่อยๆแม่ก็มักจะเตรียมของที่ฉันชอบเอาไว้เสมอ พอฉันกลับมาก็ได้กินแต่ของอร่อย แต่บางทีแม่ไม่ได้ทำของที่ฉันชอบเอาไว้เพราะไปทำของที่พี่หรือน้องชอบแทน ฉันก็มักจะไม่พอใจอยู่เสมอ แต่พอฉันโตขึ้นฉันก็พอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง แม่ฉันส่งฉันไปเรียนดนตรีตั้งแต่4ขวบเพราะท่านบอกว่าอนาคตจะได้มีอาชีพเสริมไว้หาเงินเวลาว่างๆ แม่มักบอกกับฉันเสมอว่าให้ตั้งใจเรียนเพราะสิ่งที่ดีที่สุดที่แม่จะให้ดื้อความรู้ที่จะอยู่กับเราไปตลอด ทรัพย์สมบัติให้มาไม่นานเราก็ใช้หมดความรู้จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนใหญ่แม่ชอบตามใจน้องฉันมากที่สุดในบ้าน เวลาน้องอยากได้อะไรแม่ก็จะให้ฉันเสียสละให้ตลอด ถ้าบางทีฉันไม่ยอมแม่ก็จะแอบบอกว่าถ้าให้น้องแล้วจะให้ร้อยนึงฉันจึงยอมยกให้ แต่ฉันรู้ว่าที่แม่ทำไปเพราะไม่อยากให้ฉันและน้องทะเลาะกันแต่มันก็อดไม่ได้อยู่ดีเพราะมันทำให้ฉันรู้สึกว่าแม่รักน้องมากกว่าฉัน แต่แม่ก็บอกเสมอว่าแม่รักลูกเท่ากันทุกคนเว้นแต่ใครทำตัวดีหรือไม่ดี แม่ชอบให้ฉันช่วยงานต่างๆเยอะที่สุดในบ้านแต่แม่ก็บอกฉันว่า ฝึกไว้อีกหน่อยเวลาไปอยู่คนเดียวจะได้ทำเป็น ฉันคิดว่าแม่ของหลายๆคนคงเป็นแบบแม่ของฉันคือแปลงร่างได้หลายแบบแต่ถึงจะแปลงร่างเป็นร่างไหน อย่าลืมว่าแม่ก็รักเรา…และเราก็รักแม่เช่นกัน…ค่า~!!!!!=w=
แม่คือ…ผู้ให้ที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
เพราะอะไร แม่ของพวกเราถึงยอมให้สิ่งต่างๆแก่เรามากมาย ทั้งให้เงินค่าขนม ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าใช้จ่ายต่างๆรวมถึงสิ่งที่เราอยากได้ โดยที่เงินนั้นก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของแม่ที่ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงดูเรา แต่ก็แปลกที่แม่ไม่เคยจะปริปากบ่นเลย ก็มีบ้างที่บอกว่าเหนื่อย แต่แม่ก็ยังคงทำหน้าที่ “แม่” ต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่เคยจะขออะไรจากเรานอกจาก “ลูกต้องเป็นคนดีของสังคมและตั้งใจเรียน” มีแค่สองอย่างเท่านั้นที่แม่ต้องการ ซึ่งแม่ก็คอยบอกเราอยู่ทุกวัน แล้วแม่ก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ยังคงทำหน้าที่เป็น “ผู้ให้” สำหรับลูกอยู่เสมอ ในความเป็นจริงแล้ว แม่ไม่ได้ให้เราแค่เงินเพียงอย่างเดียว แม่เป็นผู้ให้ชีวิตแก่เรา ต้องอุ้มท้องเก้าเดือนเพื่อให้เราได้กำเนิดออกมา แม่ให้ความอบอุ่นแก่เรา ทำให้เราไม่เหงา และเมื่อเศร้าแม่ก็จะคอยปลอบอยู่เสมอ และสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ แม่ได้ให้ “ความรัก” แก่เรา มันคือสิ่งที่ทำให้แม่ยอมทำทุกสิ่งเพื่อลูก ยอมเหนื่อยเพื่อหาเงินมาส่งให้ลูกได้เรียน ยอมเหนื่อยเพื่อที่จะได้ซื้ออาหารให้ลูกกิน และอื่นอีกมากมายที่นับไม่ถ้วน ซึ่งแม่ก็ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนเพราะทั้งหมดที่แม่ทำนั้นก็มีเพียงเหตุผลเดียวก็คือ “แม่รักลูก” สิ่งที่แม่ของเราต้องการเป็นสิ่งง่ายๆที่เราก็สามารถทำได้ก็คือ “เป็นคนดีและตั้งใจเรียน” เท่านั้น ซึ่งถ้าพวกเรารักแม่ก็ควรทำตามคำขอของแม่ และอีกอย่างที่แม่ไม่เคยขอแต่พวกเราทุกคนควรทำคือ “ดูแลแม่ยามแม่แก่เฆ่า” ดูแลท่านให้เหมือนกับตอนทีท่านดูแลเรามาตลอด เพราะเมื่อถึงตอนนั้น คนที่แม่สามารถพึ่งได้ก็คงมีแต่เราเท่านั้น เราจึงควรดูแลท่านเพื่อตอบแทนบุญคุณของแม่อันใหญ่หลวง แต่สิ่งที่ควรทำในตอนนี้คือรักแม่ให้มากๆและตั้งใจเรียน ไม่เกเร ไม่ดื้อ ไม่ซน เป็นคนดีตามคำขอของแม่ :)
(เบญญาภา โรจน์รุ่งฤกษ์ 2/3 เลขที่ 15)
(วริยา ตั้งปณิธานสุข)
แม่คือ…
คำว่า แม่ นั้นสำหรับผมไม่สามารถหาคำเปรียบเทียบได้ เพราะแม่เป็นเป็นได้ทุกๆอย่าง เช่น ยามที่แม่ตั้งครรค์เรานั้นเปรียบได้เหมือนกับทหาร เพราะจะต้องอดทนเป็นเวลา 9 เดือน แม่จะต้องทนกินอาหารที่ท่านอาจจะไม่ชอบ แต่ก็กินเข้าไปเพื่อหวังให้ลูกออกมาแข็งแรง ยามเราเด็ก เปรียบได้เหมือน คุณครูคนแรกที่สอนให้เราพูด ยืน เดิน และปลูกสร้างนิสัยที่จะให้เป็นคนดีในสังคมและท่านยังเหมือนกับคุณครูที่บ้านสอนทุกๆสิ่งได้ หรือเปรียบได้เหมือนพี่เลื้ยงที่ดีที่สุดในโลก ท่านเลี้ยงเราด้วยความรักทั้งหมดที่ท่านมีให้แก่เรา ยามเราเศร้าแม่ก็สามารถทำให้เรามีความสุขได้ ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม เพราะถ้าท่านเห็นเราเศร้า ตัวท่านเองก็จะรู้สึกไม่สบายใจมากว่าเราหลายเท่า ยามราขัดสน เปรียบได้เหมือน ธนาคารที่กำหนดขอบเขตของการใช้เงิน เพื่อที่จะไม่ให้เราใช้เงินแบบสุรุ่ยสุร่าย แต่ให้ใช้อย่างประหยัดและสามารถบริหารเงินเป็นเพราะถ้าโตขึ้นแล้วบริหารเงินไม่เป็นก็จะทำให้เป็นหนี้เป็นสินได้ ยามเราหิว เปรียบได้เหมือน ตู้เย็น เพราะท่านสามารถหา ข้าว ขนม อาหาร มาให้เราได้ ยามที่เราบาดเจ็บ ป่าย ไม่สบาย เปรียบได้เหมือน หมอประจำบ้าน สื่งที่สำคัญที่สุด แม่เปรียบได้เหมือน SEVEN-11 เพราะถ้าเราไม่สบาย หรือ ต้องการอะไรต่างๆ ไม่ว่าจะกี่โมง ดึกขนาดไหนแม่ก็สามารถทำให้ได้ และ แม่สามารถเปรียบได้เหมือนอะไรได้อีกมากมาย ทุกๆสิ่งที่แม่สามารถทำให้เราได้เพราะเหตุผลเดียวคือ ความรักที่แม่มอบให้กับพวกเรา
มีบางประโยคที่ผมอยากบอกแม่แต่เทียมไม่กล้าพอคือ “ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างที่ได้เลี้ยงเทียมมา 12 ปี และ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง สุดท้ายอยากบอกแม่ว่าเทียม รัก แม่ มากที่สุดครับ”
(ด.ช.สรวิชญ์ สิงหถนัดกิจ ม.2/3 เลขที่31)
สำหรับผม แม่คือผู้ที่ให้กำเนิดเราขึ้นมา และคอยเอาใจใส่เลี้ยงดูเรา ป้อนข้าวป้อนน้ำให้เราตอนที่เรายังเป็นเด็ก และอบรมสั่งสอนเรา มาตั้งแต่เล็กจนโต ท่านทำงานหนักและยอมเหนื่อยเพื่อความรักที่มีต่อเราทั้งนั้น แต่พวกเราไม่เคยเห็นคุณค่าความรักที่แม่มีต่อเราเลย แถมพวกเรายังเคยเถียงแม่ ว่าแม่และทำให้แม่เสียใจมาหลายครั้งแล้ว และเนื่องในวันแม่ปีนี้ ผมอยากจะกราบขอโทษแม่ ที่ผมกระทำสิ่งที่ไม่ดีไว้กับแม่มาหลายอย่าง เช่น เถียงแม่ และอะไรต่างๆที่ผมเคยทำให้แม่เสียใจมาก่อน และผมอยากจะบอกอีกอย่างหนึ่งว่า(ถ้าไม่มีแม่ผมคงไม่เกิดมา) (รักแม่ที่สุดในจักรวาลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล) (นพรุจ ลิ้มฤดี)
แม่คือ...โทรศัพท์มือถือที่เราพกติดตัวเสมอๆ
ที่ฉันคิดว่าคุณแม่คือโทรศัพท์เพราะคุณแม่คือคนที่เราไว้ใจ มีเรื่องค้างคาใจอะไรเราก็ไปปรึกษาแม่ว่าจะทำอย่างไร เหมือนแม่สื่อสารกับเรา แม่พยายามปรับความเข้าใจกับเรา แม่พยายามช่วยเหลือเราเวลาเราไม่มีใครเราก็สามารถที่จะปรึกษาเรื่องที่ไม่สบายใจได้มากมายเพราะแม่เป็นผู้ใหญ่กว่าเราซึ่งผ่านประสบการณ์มาเยอะกว่าเราซึ่งเป็นเด็กรู้ไม่เท่าทันผู้ใหญ่บางคน แม่สั่งสอนเราก็เพราะรัก แต่เราก็โกรธหรือโมโหว่าแม่จะมาสั่งสอนทำไม หนูโตแล้ว..แต่ความคิดแบบนั้นเป็นความคิดของเด็กซึ่งยังไม่โตเพราะถ้าเราไม่ผิดแม่ก็เตือนอะไรหรอกค่ะ แม่นั้นมีพระคุณเทียบเท่าแผ่นดินหรือจักรวาลก็นับพระคุณท่านไม่ถ้วนเลย พระคุณของแม่ประการแรกคือ การที่แม่ยังท้อง แม่พยายามไม่กินอาหารรสจัดเพื่อจะได้ให้หนูแข็งแรง พยายามไม่ทำงานหนัก พยายามบังคับตัวเองให้ทำสิ่งที่มีประโยชน์ให่แก่หนูทั้งที่บางอย่างแม่ก็ไม่ชอบ จนกระทั่ง..หนูเกิดมาแม่ก็ยังเลี้ยงดูหนู ป้อนข้าว ป้อนน้ำ อาบน้ำ สอนการบ้าน เวลาเราป่วยท่านก็ดูแลอย่างใกล้ชิด ดูแล เอาใจใส่หนูด้วยความรัก ความอบอุ่น เวลากอดแม่..หนูรู้สึกอบอุ่นมาก ไม่มีที่ไหนจะอบอุ่นเท่ากอดของแม่ได้เลย ทุกครั้งเวลาดูรูปของเราตอนเด็กๆน้ำตามันชอบเล็ดลอดออกมาจนเกือบร้องไห้ บางทีก็ร้องไห้ เพราะเมื่อดูรูป จะเห็นแต่รอยย้ิมที่แม่มีให้กับเรา เป็นรอยย้ิมที่แสดงความรัก เพราะแม่หนูถึงโตมาได้ขนาดนี้ เพราะแม่เอาใจใส่หนูหนูถึงมีร่างกายที่ครบถ้วน สมบูรณ์ หนูอยากขอบคุณแม่มาก ที่ทำให้หนูเป็นได้ถึงทุกวัน หนูภูมิที่ได้เกิดเป็นลูกของคุณแม่มากเลยค่ะ การตอบแทนท่านคือ...เราไม่ควรเถียงคุณแม่และควรทำให้ท่านภูมิใจ ไม่ทำให้ท่านเสียใจ เวลาท่านเจ็บป่วย แก่เฒ่า. ก็ขอให้ดูแลท่านเหมือนที่ท่านดูแลเรา เพราะแม่คนนี้...เป็นห่วงเราเสมอไม่ว่าจะเป็นอย่างไรแม่ก็จะเป็นห่วงและรักเราเสมอ~
ด.ญ.ยอดพธู ศิริปิยะวัฒน์ ม.2/3 เลขที่ 24
แม่ คือ... สมุดบันทึก
แม่เป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เล็กจนโต เราอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ก็เพราะคำแนะนำ คำสั่งสอน ของแม่ทั้งนั้น คอยมีแม่เป็นผู้ชี้แนะ ท่านเป็นผู้ที่มีพระคุณใหญ่หลวง ซึ่งเราจะทดแทนเท่าใดก็ไม่มีวันหมด
ฉันเปรียบแม่เป็นสมุดบันทึก เพราะ นอกจากแม่จะเป็นผู้ให้กำเนิดเราแล้ว แม่ยังเป็นคนเดียวที่เราอยากและกล้าที่จะบอกความรู้สึกต่างๆนานาที่เรารู้สึก ระบายออกไปได้ เหมือนกับสมุดบันทึกที่เราสามารถเขียนเรื่องราวบรรยายความรู้สึกลงไป ไม่ว่าเราจะรู้สึกโกรธ โมโห เศร้า เสียใจ ดีใจ หรือความรู้สึกที่ทำให้เราอึดอัดและไม่อยากแบกรับมันไว้เพียงคนเดียว แตกต่างกันตรงที่ว่า เมื่อเราระบายความรู้สึกต่างๆให้แม่ฟังแล้ว แม่ก็พร้อมที่จะรับฟังเรา ปลอบใจ ให้กำลังใจเรา ท่านจะมอบคำแนะนำดีๆให้เรา พร้อมจะช่วยเหลือเราทุกเรื่อง และทุกวินาทีของแม่นั้น พร้อมที่จะมอบให้เราเสมอ เมื่อเราพบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ และทำให้เราไม่สบายใจ เราก็สามารถที่จะปรึกษาแม่ได้ตลอดเวลา เมื่อเราปรึกษาแม่แล้ว จะทำให้เราสบายใจยิ่งขึ้น มองเห็นหนทางที่เราจะเดินไปได้ด้วยดี และมีกำลังใจที่จะต่อสู้ปัญหาเหล่านั้นต่อไป โดยไม่ย่อท้อ ซึ่งจะมีแม่คอยปลอบใจและเป็นกำลังใจให้เรา คอยมองดูเราอยู่ข้างหลังเสมอ
แม่คอยบอกฉันเสมอว่า คนเราเกิดมาชีวิตหนึ่ง ต้องทำชีวิตของเรานั้นให้มีคุณค่า ให้ผู้คนยกย่อง เคารพนับถือ ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม คอยช่วยเหลือสังคม ไม่ทำชีวิตเหลวไหล ไร้สาระไปวันๆ เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า ให้สมควรค่าแก่การเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยต้องเริ่มต้นจากการที่เราเป็นคนดี มีคุณธรรม และ ต่อมาก็คือการเรียน เพื่อที่จะได้นำความรู้ต่างๆที่ศึกษาไปช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือผู้คนที่ต้องการ และที่สำคัญที่สุดคือ ทั้งสองสิ่งนี้ต้องควบคู่มาด้วยกัน จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ แม่จึงทุ่มเทเงินมากมายให้กับการเรียนของฉัน เพื่อที่จะให้ฉันเก่งและมีความรู้เยอะๆ ไม่แพ้คนอื่น เพราะแม่บอกว่า สมัยนี้การแข่งขันสูง ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เราจึงต้องพยายามให้ถึงที่สุด เราไม่ต้องแข่งกับใคร แต่ต้องแข่งกับตัวเราเอง ต้องพัฒนายิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อฉันได้คะแนนไม่ดี แม่อาจจะดุด่าว่าตีฉันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วแม่ก็ปลอบใจและให้กำลังใจ และบอกว่าครั้งหน้าต้องพยายามให้มากกว่านี้ แม่อยากให้ฉันดูข่าวมากๆ เพราะจะได้มีความรู้รอบตัวเยอะๆ ความรู้เป็นสิ่งที่จะติดตัวเราอยู่ตลอดเวลา มีเยอะไว้ไม่เสียหาย ไม่หนักหนาอะไร ยิ่งมีเยอะยิ่งดี แม่พร้อมที่จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เรามีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า และฉันจะพยายามให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ความต้องการและความพยายามต่างๆของแม่ต้องสูญเปล่า และที่สำคัญคือฉันไม่อยากทำให้แม่ต้องเสียใจ
ฉันแรกแม่มากที่สุด ทุกวัน ไม่ใช่เพียงวันแม่เท่านั้น !!!! ♥♥♥♥♥
(ด.ญ.พิชญาภา จิตบริรักษ์ ม.2/3 เลขที่19)
แม่คือผู้มีพระคุณที่สุดของเรา
ก่อนที่เราสามารถเติบโตมาได้ถึงขนาดนี้นั้นเราต้องอยู่ในท้องแม่ถึง 9 เดือนสารอาหารต่างๆที่เราได้รับก็ได้มาจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ของแม่เพื่อพวกเราไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ท่านชอบหรือไม่ก็ตาม และเลือดเนื้อของแม่นั้นจึงทำให้เรากลายเป็นตัวและเป็นคนในที่สุด เมื่อตอนเราอยู่ในท้องท่านได้บำรุงดูแลเราเป็นอย่างดีไม่เคยคิดว่าลูกของเรานั้นทำให้เราลำบากแต่กลับคิดว่าลูกของเราที่เกิดมาเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของเราให้มีความสุขมากขึ้น พอเราเติบโตมาท่านก็ดูแลอบรมสั่งสอนในสิ่งที่ดีและเปรียบได้กับคุณครูคนแรกของเราทุกคนก่อนที่เราจะเข้าโรงเรียน เมื่อเราไม่สบายคนที่เป็นห่วงและดูแลเราเป็นพิเศษก็คือแม่ เมื่อเราเสียใจไม่ว่าเรื่องไหนก็ตามคนที่เสียใจกว่าเราหลายเท่าและเข้ามาปลอบใจเราก็คือแม่ เวลาเราทะเลาะกับแม่เราอาจคิดเสียใจว่าทำไมแม่ถึงไม่เข้าใจเราไม่รักเราเลยแต่หารู้ไม่ว่าแม่นั้นคิดเสียใจกว่าเรามากหลายเท่าเช่นกันว่าท่านได้ทำอะไรให้ลูกที่ไม่ดีถึงแม้ท่านจะพูดว่าเราออกไปก็ตาม เวลาเรามีการบ้านที่ต้องให้แม่ช่วยสอนไม่ว่าจะดึกแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยแสดงความเหนื่อยและไม่อยากสอนให้เราได้เห็นแต่เรากลับแสดงความเหนื่อยและไม่อยากฟังในสิ่งที่แม่ได้สอนเราให้แม่ได้เห็น
จากสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเพื่อนๆทุกคนคงรู้แล้วว่าคนที่รักเราและสามารถทำทุกอย่างให้เราได้เสมอโดยไม่คิดว่าสิ่งที่เราให้ท่านทำเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านลำบากใจและเสียเวลา ก็คือแม่เช่นกัน
แม่เป็นผู้มีพระคุณมากตั้งแต่การให้กำเนิดเรามา เมื่อตอนเรายังเด็กท่านได้ดูแลเอาใจใส่เราช่วยเหลือเราและยังให้ความรักเรามาตลอดดังนั้นเมื่อเราโตพอที่จะดูแลท่านได้เราก็ควรทำให้มีความสุขที่สุดไม่ทำให้ท่านเสียใจ และสิ่งในวัยนี้ที่เราสามารถทำตอบแทนพระคุณท่านได้คือการตั้งใจเรียน ไม่ทำให้ท่านลำบากใจ เคารพ พูดจาสุภาพ และให้ความรักความเข้าใจท่านสิ่งเท่านี้ก็สามารถทำให้ท่านมีความสุขได้