ป.
Patama ปัทมา Gomutbutra โกมุทบุตร

ฤา online ทำให้สมาธิสั้น?


Online มากไปทำให้สมาธิสั้นหรือเปล่า..ถ้าจริง เราควร online ไม่เกินวันละกี่ชั่วโมงดี??
  • เคยประมาณไหมคะ ว่าเรา "online" กันวันละกี่ชั่วโมง..
  • ปีที่ผ่านมา มีการสำรวจของอเมริกา พบว่าในวัยทำงาน (แต่เฉลี่ยเอาคนที่ไม่ทำงานเข้าไปด้วย) 25-54 ปี ใช้ internet 37.5 ชั่วโมงต่อเดือน หรือ เกือบ 1.25 ชั่วโมงต่อวัน..(ที่มา)
  • สำหรับข้าพเจ้าในช่วงนี้ คงเกินค่าเฉลี่ยไปแล้ว เพราะตื่นเช้ามาก็เข้า internet ก่อนล้างหน้าแปรงฟันเสียอีก ตอนพักเที่ยงก็เข้า internet  ตอนเย็นหลังเลิกเรียนก็ internet เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพอๆ กับกินข้าวเลยทีเดียว
  • คนรุ่นข้าพเจ้าเกิดคาบลูกคาบดอกระหว่าง Generation X กับ Generation Y (net gen) ..ช่วง 10 ปีแรกยังไม่มีใครรู้จัก www --  10 ปีต่อมายังหมุนโมเด็มดังสนั่น ,net cafe 20 บาท/ชั่วโมง ใช้เวลาหลับหนึ่งตื่นเพื่อดาวน์โหลด mp3 สักเพลง --  10 ปีต่อมา พวกเราสามารถเข้า G2K แล้วแอบเช็คอีเมล์นิด, คลิกไปดู facebook หน่อย. ดาวน์โหลด podcast ทีละ 30 ไฟล์  แถมคุยโทรศัพท์ไปพร้อมกันได้อีกต่างหาก
  • ข้าพเจ้ารู้สึกตัวเองกำลังอยู่ในข่าย "เสพย์ติด" เสียแล้ว 
  • อาการทางใจ (Psychological addiction) คือ หงุดหงิด รู้สึกเคว้งๆ เมื่อ online ไม่ได้
  • อาการทางกาย ( Physiological addiction) ..ข้าพเจ้ารู้สึกว่า สมองตัวเองเปลี่ยนไป..ลองมาดูเหตุการณ์จริงเช้าวันนี้คะ

    พี่ชาย (ต่างสายโลหิต) ที่แสนดี มารับข้าพเจ้าที่สนามบิน
    " แต้ รออยู่ที่พี่บอกเมื่อคืนนะ จะเอารถไปรับ "
    " ได้ๆ " ข้าพเจ้าตอบ แล้วก็ลากกระเป๋าไปรอที่เคยรอทุกครั้ง
    เวลาผ่านไป 20 นาที  พี่ชายที่แสนดีโทรมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
    "อยู่ไหน ไม่เห็นเจอเลย"
    " ก็รออยู่ที่เดิมครั้งก่อนไง" ข้าพเจ้าก็ชักหน้าหงิก เพราะรอนาน
    " ไม่ใช่ ก็พี่บอกเมื่อคืนแล้วไงว่า ชั้นล่าง
    ข้าพเจ้าตระหนักทันทีว่า เมื่อคืนนี้ตอนคุยโทรศัพท์ ข้าพเจ้ากำลัง online ไปด้วย..ทำให้จับใจความสำคัญไม่ได้..แต่ก็ยังฟอร์ม..  "โอ๋ย..ถ้าเปลี่ยนที่ ก็ต้องย้ำว่าที่ใหม่ด้วยสิ" 
   เป็นอันว่า พี่ชายที่แสนดีต้องวนรถขึ้นมารับชั้นบน ใช้เวลาอีก 20 นาที...

  • อาจเป็นเพราะข้าพเจ้าคุ้นเคยกับการกระโดดเข้า Google  ส่งผลให้ทำงานด้วยความคิดที่
    "ผุดมาเป็นจุดๆ" พิมพ์ไป cut/past ไป...ไม่สามารถทำได้อย่าง อาจารย์อาวุโสซึ่งร่าง manuscript ด้วยลายมือได้อย่างสวยงาม..คงเป็นเพราะสมัยท่านยังสืบค้นงานวิจัยจากแฟ้มยักษ์ index medicus  จึงทำงานเป็นระเบียบ เป็นขั้นเป็นตอนอย่างน่าอัศจรรย์
     
  • The Shallows เป็นหนังสือที่น่าสนใจ โยงเรื่อง neuroplasticity ว่าการ online กำลังทำให้สมองของคนยุค net gen แตกต่างไปจากคนยุคก่อน..นั่นสิ ต่อไป A = Apple, B = Blogger, C =(intel) Core 5 !
     

  • ไม่แน่คะ..ต่อไป เราอาจมีวินิจฉัยโรคใหม่ "Internet Attention Deficit Disorder" หรือ
    " Google induced hyperactive syndrome"
  • คำถามที่น่าสนใจคือ..เราควร online ไม่เกินวันละกี่ชั่วโมง ถึงจะปลอดภัย ??
    มีงานวิจัย แต่ก็ยังหาคำตอบไม่เจอ ใครรู้ช่วยบอกทีคะ

 
     

หมายเลขบันทึก: 452292เขียนเมื่อ 4 สิงหาคม 2011 06:21 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มิถุนายน 2012 16:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (17)

หมายเหตุ: บันทึกนี้ลองแก้ font size: medium คะ รู้สึกว่าตัวใหญ่ขึ้นแล้วน่าจะอ่านง่าย จะใช้ Heading ก็หนาไปหน่อย

อยากให้ ทีมงาน G2K หากให้มี font size นี้ให้เลือกคงจะดีคะ

คุณหมอคะ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ สำหรับคำแนะนำเรื่องปรับ font ซึ่งคงต้องรอทีมพัฒนา update ตัวจัดการข้อความใหม่ และปรางจะแจ้งให้ทีมงานทราบอีกครั้งนะค่ะ ^^

สำหรับเรื่องสมาธิสั้นนั้น การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อออนไลน์ ปรางคิดว่ามันทำพฤติกรรมของเราเปลี่ยนไป เพราะเราใช้คอมพิวเตอร์ทำงานแบบ multitasking บ่อยเกินไปค่ะ ซึ่งสำหรับตัวเองก็เลยลดๆ การทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมๆ กันให้ลดลง คือ ถ้าจะ chat ก็ chat ให้เสร็จก่อน แล้วก็มาจัดการสิ่งอื่นต่อค่ะ คือต้องทำตัวให้คลื่นสมองมันช้าลงอ่ะค่ะ

 มะปรางเปรี้ยว

ขอบคุณคะ สงสัยตัวเองเริ่มสายตาแย่ลง จ้องตัวเล็กนานๆ เลยมึนคะ ไม่ทราบท่านอื่นคิดว่าอย่างไร

ใช่คะ บางทีทำทีละอย่างให้เสร็จ อาจดีกว่า เร็วกว่า ทำหลายๆ อย่างแล้วมีข้อผิดพลาดมาแก้ทีหลัง

สวัสดีครับ คุณหมอ CMUpal ;)

คนรุ่นข้าพเจ้าเกิดคาบลูกคาบดอกระหว่าง Generation X กับ Generation Y (net gen) ..ช่วง 10 ปีแรกยังไม่มีใครรู้จัก www --  10 ปีต่อมายังหมุนโมเด็มดังสนั่น ,net cafe 20 บาท/ชั่วโมง ใช้เวลาหลับหนึ่งตื่นเพื่อดาวน์โหลด mp3 สักเพลง --  10 ปีต่อมา พวกเราสามารถเข้า G2K แล้วแอบเช็คอีเมล์นิด, คลิกไปดู facebook หน่อย. ดาวน์โหลด podcast ทีละ 30 ไฟล์  แถมคุยโทรศัพท์ไปพร้อมกันได้อีกต่างหาก

ดูเหมือนอายุเราใกล้กันเกินไปครับ 555

สงสัยจะบวกลบไม่เกิน 5 ปีครับ เพราะผมก็ใช้คอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ยังไม่มี www เช่นกันแหละ ใช้ตั้งแต่เป็นตัวอักษร จำได้ว่า ครั้งแรกในมอชอนี่แหละ ที่สำนักคอมฯ

อยากชื่นชมครับ คุณหมอ CMUpal เขียนบันทึกนี้ได้เจ๋งมากครับ น่าอ่านและทรงพลัง

แวะมาบอกว่า "ชอบ" ครับ ;)...

ขอบคุณมากครับ

ป.ล. ข้อสงสัยของตัว Heading มีเช่นเดียวกันครับ เลือกใช้แล้วบรรทัดมันติดกันเกินไป ;)

*ขอบคุณค่ะ..สำหรับตนเองนั้น..ยอมรับว่าใช้เวลามากขึ้นทุกทีกับโลกออนไลน์ เพราะมีเครื่องมือสื่อสารแบบ smart phone ที่เพิ่ม function หลากหลาย สามารถรับ-ส่ง ข้อความ ทาง internet ความเร็วสูง ได้เกือบทุกแห่ง..นั่งอ่าน นอนอ่าน เดินอ่าน ได้ทุกกระบวนท่าทีเดียวค่ะ..และเดี๋ยวนี้ สามารถอ่านข่าวเด่นประเด็นร้อนและติดตามหนังสือเจ้าประจำทางออนไลน์ได้ทุกเวลา..เพลิดเพลินจนลืมเวลาจริงๆค่ะ..

*ปัญหาของความสมดุลในชีวิตอยู่ที่การรู้จักจัดการเวลาที่มีอยู่จำกัดเท่าเดิมให้เหมาะสม โดยเฉพาะการพักผ่อนสายตา และพักใจให้ว่างๆจากสิ่งเสพติดภายนอกเหล่านี้..กำลังทดลองอยู่ค่ะ..ที่ยังต้องบังคับใจเป็นพิเศษคือ เวลารับประทานอาหารทุกมื้อ และช่วงใกล้เวลานอน ต้องไม่เข้าไปในพื้นที่ออนไลน์อย่างต่อเนื่อง..ตัดใจๆๆ..

  • ดีใจคะที่มีเพื่อนร่วมรุ่น ^_^  แถมเป็นลูกช้างเหมือนกันด้วย
  • เห็นด้วยคะ ว่าอักษร Heading นอกจากหนาแล้วบรรทัดยังติดกันเกิน เขียนแล้วเหมือนแผงวงจรไปนิด
  • ขอบคุณสำหรับคำชมคะ ตัวลอยเลย ค่อยๆ เรียนรู้วิธีเขียนจากมือโปร (รวมทั้งคุณ Wasawat) นี่แหละคะ

  • ฟังดูแล้ว Smartphone ย่อโลกไว้ในมือจริงๆ คะ เห็นคนอื่นใช้ มีประโยชน์มาก แต่ของตัวเองยังไม่มี ไว้รอคุณ steve job ทำรุ่นกันกระแทกเสียก่อนคะ :-)
  • เป็นวิธีการที่น่าสนใจคะ ยามพักผ่อนเราต้องหนีห่างพื้นที่ wifi -- แต่นับวันหายากขึ้นทุกที

ÄÄÄÄÄÄÄ..โรคใหม่ที่ยายธีกำลังเป็น..คือโรค..ตรัสรู้ในอินเตอร์เนท"เรียกเอาเอง"..อ้ะ..จาก สมาธิที่ สั้นลงๆ..จนไม่เหลืออะไรเลย..เจอกับความว่างเปล่า..ทั้งวันๆที่นั่งๆๆๆๆอยู่หน้าจอ..สี่เหลี่ยม..(ทั้งๆที่เวลาไปวัตร..นั่งหนึ่งนาที..ทะเลาะกับตัวเองเสียแล้ว)..อ้ะะะๆๆๆ..หน้าจอเนียะ..จ่าย..ล่วงหน้าไปเลยเป็นเดือน..แถมจ่ายต่อด้วยความพอใจในร้านเนทอ้ะ...แล้ว..นั่งๆๆๆๆๆ..จนลืม..เวลา..อ้ะ..ไม่..วุ่นเลย...(ยายธีถามว่า..ตรงนี้..มีวิจัยไหมเจ้าคะ).....เข้าขั้นหรือยังไม่รุ...(...)...ยายธีเจ้าค่ะ

มากๆ เข้าก็น่าจะจริงนะครับ เห็นว่าอย่างนั้น

อืม....ตอนท้ายๆ ฮาดีครับ

แต่ที่บอกว่า online บ่อย แล้วทำให้สมาธิสั้นนั้น

ตรงนี้ก็นานาจิตตังนะครับ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แล้วแต่จะคิดครับ

แต่สำหรับผมแล้ว.....ไม่เป็นครับ

ทุกอย่างยังคงเป็นปกติเฉกเช่นเดิม

เป็นไปได้คะ เวลาที่เรามีใจจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ เหมือนละลาย (immerse) เข้าไปในนั้น..ไปๆมาๆ การ online อาจสร้างสมาธิขึ้นสูงให้กับบางท่านก็ได้ :-)

ขอบคุณคะอาจารย์ที่มาเยี่ยมเยียน

เห็นด้วยคะ ขึ้นกับว่าเราใช้มันอย่างไร
สังเกตวิธีการอ่านบล็อกของคุณอักขณิช มีความใส่ใจในรายละเอียด
เชื่อว่าไม่เป็นสมาธิสั้นแน่นอนคะ :-)

น่าสอนเด็กๆ นะ A = Apple, B = Blogger, C =(intel) Core 5 !

online เป็นช่วงๆ บางทีออนมากๆก็เบื่อ เหมือนกัน

ชอบบันทึกนี้มากจริงๆ ตรงใจ อยากหาคำตอบมานานว่า "เราควร online วันละกี่ชม."

เหมือนเราเคยหาคำตอบว่า เด็กอายุเท่าไหร่ไม่ควรดูโทรทัศน์ และ เด็กๆ ควรดูโทรทัศน์วันละกี่ชม. ซึ่งมีคำตอบแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยมีใครเอาไปใช้

สังเกตตัวเองเหมือนกันว่า เราอ่านหนังสือ (กระดาษ) น้อยลง จากที่เคยอ่านหนังสือเล่มได้สัปดาห์ละเล่ม  ตอนนี้อ่านน้อย อ่านช้า สมาธิสั้นลง ทำอะไรรีบร้อนมากขึ้น  ห่วงจะเข้ามาอ่าน G2K อ่านแล้วก็ลืมเวลา ไหลไปเรื่อยๆ อยู่จนดึก ทำให้ตื่นเช้าไม่สดชื่น สมาธิที่จะอ่านอะไรๆ ที่สำคัญๆ ก็ลดลง  (แอบโทษว่า รังสีจากหน้าจอมันทำร้ายสมองเรามั้ง..) กำหนดวินัยให้ตัวเองว่า  ถ้าไม่ว่างโล่งจริงๆ จะไม่เข้ามา

วันนี้บ่ายๆ ถ้าว่างจะลองเข้าไปหาคำตอบดู

พี่ว่าถึงเราได้คำตอบเรื่อง ชม. online คนหนุ่มสาวรุ่น Gen Z หลายๆ คนก็ยัง "online 24 ชม" อยู่ดี...ฮ่า...ฮ่า...

 

เป็นห่วงแต่ เด็กยุคนี้จะใช้ iphone เป็นก่อนเขียน A,B,C นะคะ :-)

ถึงเราได้คำตอบเรื่อง ชม. online คนหนุ่มสาวรุ่น Gen Z หลายๆ คนก็ยัง "online 24 ชม"

เป็นข้อคิดที่ดีมากคะ บางทีรู้แล้วก็ยังห้ามใจไม่ได้ :-)

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี