ชีวิตเด็กเลี้ยงควายเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน ไม่มีวันไหนที่ไม่มีกิจกรรม เราจะมีการละเล่นแข่งขันกีฬาพื้นบ้านกันทั้งหญิงและชายทำให้ไม่เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นกระโดดไกล วิ่งผลัด วิ่งเปี้ยว โดดยาง โดดเชือก ฯลฯ พอเล่นจนเหนื่อยก็จะขึ้นไปนอนพักที่เถียงนา บ่อยครั้งที่เผลอหลับเพราะความเพลีย  ครั้งสุดท้ายหลับลึก...หลับยาว...จนควายไปกินต้นกล้าชาวบ้านหมดไปครึ่งงาน คราวนี้หนักกว่าครั้งไหนๆ

 

    วันรุ่งขึ้นขณะที่นางกำลังจะต้อนควายออกไปเลี้ยงตามปกติ  ก็มีชายสูงอายุท่านหนึ่ง หลังค่อมๆ ถือไม้เท้าเดินกระย่องกระแย่งมาด้วยสีหน้าถมึงทึง ปากก็เคี้ยวหมากตุ้ยๆ มายืนอยู่หน้าบันไดบ้าน จะเรียกว่าบันไดลิงก็ไม่ผิดหรอกนะ ถ้าไม่ระวังก็อาจก้าวพลาดได้เพราะขั้นบันไดห่างและสูงชัน

 

      ท่าทางที่ยืนมองบันไดคล้ายๆกำลังตัดสินใจว่าจะขึ้นดีหรือไม่...?  สักครู่ท่านก็วางไม้เท้าไว้ข้างบันไดและใช้ความพยายามก้าวทีละขั้นอย่างช้าๆ  กว่าจะขึ้นมาได้ก็มีอาการหอบนิดๆ

 

      พอแม่มองเห็นว่าใครมาก็มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไร แม่กุลีกุจอปูเสื่อและเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนนั่งลงพร้อมกับเดินไปตักน้ำด้วยขันใบเขื่องมารับรองตามธรรมเนียมที่บ้านเราปฏิบัติกันมา

 

        ผู้มาเยือนนั่งขัดสมาธิเคี้ยวหมากช้าๆดูแล้วน่ากรงขาม ส่วนแม่นั่งพับเพียบเรียบร้อยและค้อมตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากถามว่า 

 

       " อิพอใหญ่มาแนวใด๋น๊อมื่อนี่" ( วันนี้คุณตามาด้วยธุระอะไรหรือ)

 

       พ่อใหญ่บ้วนน้ำหมากด้วยท่าทีใจเย็นลงก่อนจะตอบว่า  

 

      " มึงบอกลูกแนเด้อ  ให่เบิ่งควายดีๆก่อนี่แหน่ มื่อวานกินก้ากูเหมิดไปเคิงตา" (ช่วยบอกลูกมึงหน่อยว่าให้ดูแลควายดีๆ เมื่อวานนี้กินกล้าหมดไปครึ่งงาน)

 

     แล้วก็เหลือบมามองนางที่แอบอยู่หลังประตูพร้อมกับพูดต่อว่า  

 

    " ต่อไปสิให่เสียเงินเด้  มื่อนี่มาเตือนไว่ก่อน"

 

      แม่รีบรับปากทันทีพร้อมทั้งขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ 

 

        " ขอโทษหลายๆเด้ออิพ่อใหญ่มื่อหลังสิให่ระวังหลายก่อนี่ เดี๋ยวข่อยสิบอกลูกให่ ขอบคุณหลายๆที่บ่เอาเรือง "

 

      แม่พูดพร้อมกับยกมือไหว้ ทำให้ผู้มาเยือนมีท่าทีอ่อนลง  และยิ้มออกมาได้ แล้วผู้สูงวัยทั้งสองท่านก็สนทนากันต่อด้วยเรื่องสัพเพเหระตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆเป็นระยะๆ

 

         ก่อนลงจากบ้านไปผู้มาเยือนก็เหลือบมามองนางซึ่งมาหมอบอยู่ข้างหลังแม่และยิ้มให้ด้วยท่าทีขบขัน ทำให้นางนั่งก้มหน้าด้วยความอาย ใบหน้าร้อนวูบจนรู้สึกได้

 

       พอผู้มาเยือนลงจากบ้านและเดินลับตาไปแล้ว แม่ก็หันมาบอกนางเบาๆว่า

 

      " ตั้งแต่มื่อนี่เป็นต้นไปบ่ต้องไปเลี่ยงควายอีกแล่วเด้อ  ให่เอื้อยไปแทน "

 

      นางได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่งตาปริบๆ เพราะเถียงไม่ออก.