สัมผัสอาเซียน....มาเลเซีย-สิงคโปร์
วันที่ 15 – 18 กรกฎาคม 2554 โรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม ได้นำคณะครูไปสัมผัสอาเซียน..มาเลเซีย – สิงคโปร์ คุณครูจะได้ตระหนักและเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียนและการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ของประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ เพื่อจะได้นำมาพัฒนาการเรียนการสอนเตรียมตัวนักเรียนสู่อาเซียน
วันที่ 14 กรกฎาคม 2554 เวลา 20.00 น. คณะครูโรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่มและผู้ร่วมเดินทาง ออกเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ ทรัพย์ทองคำ จากโรงเรียนมุ่งสู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เวลา 05.00 น. เช้าวันที่ 15 กรกฎาคม 2554 เปลี่ยนรถเข้าสู่มาเลเซียด้วยรสบัสของมาเลเซียโดย มิราเคิลทัวร์แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีคุณเบญและทีมงานเป็นมัคคุเทศก์ ทุกคนได้เข้าสู่มาเลเซีย ผ่านการตรวจหนังสือเดินทางและผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านสะเดาของประเทศไทย และพิธีการทางศุลกากรของมาเลเซียที่ด่านบูกิตคายูอีตั้ม พิธีการผ่านตามกระบวนการมีการสแกนลายนิ้วมือ โดยใช้นิ้วชี้ทั้งสองมือ ทำให้ช้า แต่คณะของเราก็ทำเวลาได้เร็ว เพราะที่ด่านคนยังไม่มากนัก 08.00 น. เวลาในมาเลเซียซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง แวะแลกเงินที่ด่านและทานอาหารมื้อเช้า การแลกเงินจะแลกทั้งเงินที่นำไปใช้ที่สิงคโปร์ 1ดอลลาร์สิงคโปร์เท่ากับ 25 บาท และเงินมาเลเซีย 1ริงกิต เท่ากับ 10 บาท ที่นี่มีมัคคุเทศก์พื้นเมืองของมาเลเซียซื่อ ราฟัด ร่วมเดินทางไปด้วยตามกฎหมายของประเทศมาเลเซีย
ประเทศมาเลเซียมีทั้งหมด 13 รัฐ และ 1 เขตการปกครอง เมืองหลวงคือ กัวลาลัมเปอร์ (KL) ดอกไม้ประจำชาติได้แก่ดอกชบา ที่นี่มีประชาชนของมาเลเซียประกอบด้วย จีน อิสลามและอินเดีย รถบัสพาคณะเดินทางจากภาคเหนือของประเทศลงสู่ภาคใต้ ใช้เส้นทางโทลเวย์ ระยะทาง 888 กิโลเมตร สองข้างทางที่รถวิ่งผ่านจะเต็มไปด้วยสวนยาง ปาล์ม นาข้าว (ปลูกข้าวพันธ์เดียวทั้งประเทศ) และมีสวนผลไม้ ประเภท เงาะ ทุเรียน อยู่ประปราย ถนนที่วิ่งผ่านไปนี้จะไม่มีสัญญาณจราจร และบ้านเรือนสองข้างทางลักษณะเหมือนเมืองไทย ชาวนาทุกคนอยู่บ้านจัดสรร ตามที่รัฐจัดให้และรัฐได้ดูแลอย่างดี มีความเป็นอยู่ที่ดี เวลาประมาณ 14.00 น. แวะทานอาหารที่ร้าน GARDEN SEAFOOD เมืองตันหยงมาลิม ซึ่งเป็นเมืองที่ผลิตรถยนต์ยี่ห้อ Proton อาหารมื้อแรกที่มาเลเซีย ที่ร้านนี้มีอาหารที่มีชื่อคือแกงกะหรี่กุ้งกับขนมปัง แกงกะหรี่กุ้งรสชาติคล้าย ๆ กุ้งผัดเปรี้ยวหวานของไทย ส่วนขนมปังนุ่มและอร่อยมาก อาหารมื้อแรกที่มาเลเซียอร่อยดี อาหารหลายอย่างรสชาติเหมือนอาหารไทย
จากนั้นเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่เมืองใหม่ ปุตราจายา Putra Jaya เป็นนครที่มีความ ทันสมัยและก้าวหน้าลักษณะอย่างสมบูรณ์ที่สุดภายในศตวรรษที่ 21 นี้ ศูนย์กลางแห่งความดึงดูดใจเปอร์ดานาปุตรา สำนักงานนายกรัฐมนตรี เซอรี เปอร์ดานา สถานที่พำนักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มัสยิดปุตรา มีโดมสีชมพูก่อสร้างด้วย หินแกรนิตสีกุหลาบ ออกแบบง่าย ๆ แต่หรูหรา ตกแต่งอย่างสวยงามโดยใช้ทะเลสาบปุตราเป็น เครื่องประดับความสวยงาม มัคคุเทศก์พาเดินชมและอธิบายถึงความสำคัญของสถานที่แล้ว ทุกคนต่างเก็บภาพสวย ๆ ไว้เป็นที่ระลึก
17.00 น. ออกจากปุตราจายา Putra Jaya มุ่งสู่ยะโฮร์บารู Johor Bahru ตลอดเวลาบนรถมีการร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ผู้ร่วมเดินทางเพลิดเพลินหายเหนื่อย ก่อนถึงเมืองปุตราจายา แวะทานข้าวมื้อค่ำ เวลาประมาณ 20.30 น. อาหารรสชาติอร่อย คล้ายอาหารไทย เสร็จแล้ว ดินทางต่อเข้าที่พักโรงแรม Selesa Hotel เวลาประมาณ 22.00 น. ทุกคนรับกุญแจห้องพักตามที่ได้แจ้งกับคณะทัวร์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าใครพักกับใคร หน้าประตูทางเข้าโรงแรมมีโม่หินที่เขาเอามาทำเป็นน้ำตก สวยงามมากแปลกดีเขาใช้โม่หินเหมือนเมืองไทย ทุกคนเข้าห้องพักเพราะเหนื่อยกับการเดินทางมา 1 คืน กับ 1 วัน คงหลับเหมือนตาย
16 กรกฎาคม 2554 เช้าตื่นตามเสียงปลุกจากโทรศัพท์ของโรงแรม เวลา 06.00 น. อาบน้ำแต่งตัวลงไปทานอาหารมื้อเช้า อาหารในห้องอาหารเป็นอาหารปกติที่เลือกทานได้ทุกชาติทุกภาษา ไม่มีอาหารอะไรเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะ ทุกคนเรียบร้อย 08.00 น. เดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ ผ่านด่านมาเลเซียและด่านสิงคโปร์ (ด่านวู้ดแลนด์) คนเยอะมาก ยืนรอจนเมื่อยแล้วเมื่อยอีก ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว เดินทาง เข้าสู่ประเทศสิงคโปร์ สิงคโปร์เป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งและอุดมไปด้วยความแตกต่างและสีสัน มีความผสมผสานอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ และสถาปัตยกรรมได้ที่ เกาะแห่งนี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ถูกปลดปล่อย เป็นเสมือนกลจักรขนาดจิ๋วของเอเชียอาคเนย์ที่รวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดของโลกตะวันตกและตะวันออกเอาไว้ด้วยกัน แวะไปถ่ายรูป ณ บริเวณ สนามปาดัง ซึ่งย่านนี้จะเป็นเหมือนสนามหลวงสิงคโปร์ เป็นศาลาว่าการสิงคโปร์ ชมอนุสาวรีย์ สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ชมอาคาร แอสแพนแนล หรือ โรงละครแห่งชาติของสิงคโปร์ ลักษณะคล้ายหนามทุเรียน จากนั้น ชมปากแม่น้ำสิงคโปร์ ตรงสิงโตทะเลพ่นน้ำ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
คณะเปลี่ยนแผนไม่เข้าไปที่ “มารีน่า เบย์ แซนด์" โรงแรมที่มียังมีไฮไลท์ คือ The Sands Sky Park ตั้งอยู่ชั้นที่ 57 ของโรงแรม เป็นสถาปัตยกรรมรูปร่างคล้ายเรือตั้งอยู่บนอาคารทั้ง 3 แซนด์ส สกาย พาร์คนี้ถือว่าเป็นสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 12,400 ตร.ม. และจัดเป็นสวนลอยฟ้าที่มีความสูง 200 ม. บนสวนได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม มีต้นไม้ใหญ่ 250 ต้น และไม้ประดับอีก 650 เพราะต้องจ่ายเงินค่าขึ้น 20 เหรียญ ประมาณ 500 บาท นักท่องเที่ยวเยอะมากต้องเสียเวลา คุณเบญมัคคุเทศก์ของเราพาไปร้าน Duty Free เพื่อเลือกซื้อน้ำหอมและเครื่องสำอาง เลือกน้ำหอม แบรนด์เนม CK (Calvin Klein) และ Adidas เป็นของฝาก 4 ขวด คิดเป็นเงินไทย 3,300 บาท ( CK 2 ขวด Adidas 2 ขวด) ในประเทศไทยตามห้างสรรพสินค้าแพงกว่ามาก นอกจากนี้คุณครูหลายคนยังได้เครื่องสำอางกระเปาสวย ๆ ในราคาที่ถูกใจคนละหลาย ๆ ชิ้น ได้ของที่ต้องการแล้วทุกคนหาทานอาหารทานตามอิสระ ในกลุ่มที่เดินด้วยกันเลือกไปทานที่ศูนย์อาหาร เพื่อจะไปลิ้มรสข้าวมันไก่ที่ขึ้นชื่อ ลองทานแล้ว จานละ 3.5 เหรียญ อร่อย น้ำซุปก็อร่อย เพื่อน ๆ ที่ไปมีเบิล แต่ไม่ไหวจานใหญ่อิ่มมาก อิ่มแล้วไปช้อปปิ้งย่านสินค้า ORCHARD ถนนที่ทุก ๆ คนที่มาสิงคโปร์ไม่ลืมที่จะแวะเลือกซื้อสินค้า แต่ละคนได้สินค้ากันพอควร เดินทางต่อไปสู่ Sentosa เกาะมหาสนุก เซ็นโตซา (Sentosa) เกาะแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมาย แต่ก่อนอื่น เรามารู้จักประวัติของเกาะกันก่อน เมื่อก่อน เกาะเซ็นโตซา (Sentosa) เกาะนี้เดิม ชื่อว่าเกาะแห่งความตาย เป็นหมู่บ้านของชาวประมง และต่อมาเกิดโรคระบาด คนบนเกาะจำนวนมากต้องเสียชีวิตลง จึงได้มีการตั้งชื่อเกาะตามภาษามาลายูว่า บลากัง มาติ (Balakang Mati) ซึ่งหมายถึงเกาะแห่งความตาย ต่อมาสมัยสงครามโลก อังกฤษได้เข้ามาทำเกาะนี้เป็นป้อมปราการเพื่อป้องกันการโจมตีทางน้ำ เมื่ออังกฤษถอนทัพไปในปี 1968 รัฐบาลสิงคโปร์จึงได้ปรับปรุงเกาะให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเปลี่ยนชื่อเกาะเป็นเซ็นโตซา (Sentosa) ซึ่งหมายถึงสันติภาพและความสงบสุข และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในปี 1972เป็นต้นมา การเดินทางมาเกาะเซ็นโตซา จะสามารถเดินทางมาได้ทั้งหมด 3 ทาง คือ Sentosa Express (รถไฟ), Cable Car (กระเช้าลอยฟ้า) และ รถประจำทาง คณะทัวร์ของโรงเรียนฯ เดินทางเข้ามาโดยรถบัส Universal Studios ตั้งอยู่บนเกาะเซ็นโตซานี้ มีลูกโลกยักษ์สัญลักษณ์ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ที่หมุนไม่หยุด แวะเก็บภาพเป็นที่ระลึก จากนั้นเข้าชมเซนโตซา 4D แมจิก เป็นกิจกรรมแรก
กิจกรรมต่อไปได้แก่ การเล่นลูจ (LUGE) ขอบอกว่าสนุกมาก Luge (ลูจจ์) เป็นเครื่องเล่นยอดอิตก็ว่าได้ มีคันบังคับให้เคลื่อนที่เร็วหรือช้าได้ตามต้องการ เล่นได้ทุกเพศทุกวัย ความยากง่ายขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลื่อนไป มี 2 ระดับคือ ระดับง่าย จะเป็นการเลื่อนไปในเส้นทางง่าย ๆ พร้อมกับชมทิวทัศน์ 2 ข้างทางไปด้วย ส่วนอีกระดับคือ ระดับที่ยากขึ้นไปอีก ด้วยเส้นที่ลดเลี้ยว คดเคี้ยว ที่เพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นขึ้นไปอีก คณะของเราเลือกระดับยาก และกลับขึ้นข้างบนด้วยกระเช้าลอยฟ้ากิจกรรมที่สอง
ต่อด้วย กิจกรรมTiger Sky Tower ซึ่งคือหอคอยชมวิวที่มีความสูงถึง 110 เมตร มีห้องแค็ปซูลขนาดใหญ่กลม ๆ เคลื่อนตัวขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสูงสุด จากนั้นจะหมุน 360 องศาเพื่อชมวิวรอบเกาะเซ็นโตซ่า
ผ่านไปสามกิจกรรม ทุกคนหมดแรงหยุดเติมพลังด้วยอาหารและน้ำในเซเวน รอเวลาค่ำไปชมน้ำพุดนตรีMusical Fountain At Night : Songs Of The Sea การแสดง น้ำพุดนตรี แสดงโดยใช้น้ำพุประกอบดนตรี แสงสี เสียงร้องของนักแสดง และใช้เทคโนโลยีต่างๆ ผสมกันทำให้ออกมาเป็นภาพเรื่องราวต่างๆ โดยใช้สายน้ำพุเป็นฉากหลัง เป็นการแสดงที่มีชื่อเสียงคู่กับ Sentosa หากได้มาเห็นการแสดงม่านน้ำพุที่เกาะเซ็นโตซาของสิงคโปร์ ก็คงจะบอกได้ว่า สุดอลังการ งานสร้างในระดับโลกที่แท้จริง... ตลอดระยะเวลาที่แสดงประมาณ 45 นาทีนั้น ตื่นตาตื่นใจกับเทคโนโลยี

ทั้งสี่กิจกรรมนี้ต้องเสียค่าเข้าดูคนละ 40 เหรียญ (1,000 บาท ไทย) ออกจาก Sentosa แล้วไปลงเรือ ล่องเรือชมเมืองสวยงามกับ Singapore River Cruises การล่องเรือนี้เสียค่าบัตรคนละ 14 เหรียญ (350 บาท ไทย)
เสร็จสิ้นทุกกิจกรรมทุกคนขึ้นรถบัสเดินทางกลับ ผ่านด่านเหมือนขามา แต่ค่ำนี้เร็วไม่นานนักกลับถึงโรงแรม Selesa Hotel บางคนไปทานอาหารต่อเป็นประเภทไก่ปี้ จิ้มน้ำพริก อาหารมีชื่อของที่นี่ แต่บอกไม่ได้ว่าหน้าตาของอาหารเป็นอย่างไร เพราะเหนื่อยจึงขอไปอาบน้ำนอนดีกว่า
วันที่ 17 กรกฎาคม 2554 เวลา 05.30 น. ตื่นด้วยเสียงปลุกจากโทรศัพท์ของโรงแรม อาบน้ำเก็บกระเป๋าเอากระเป๋าลงไปด้วยเพราะจะออกจากที่นี่เข้าสู่ KL วันนี้ 06.30 น. ลงไปทานอาหารเช้า หลังจากนั้นขึ้นรถบัสออกจากโรงแรม เวลา 08.00 น. เดินทางสู่กัวลาลัมเปอร์ Kuala Lumpur garden city of lights เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย “นครที่ห้อมล้อมด้วยสวนไม้ดอก” ประดับประดาไปด้วยต้นไม้และพุ่มดอกไม้ที่สวยงามตระการตา ได้ชม จัตุรัสเมอร์เดก้า Dataran Merdeka ศูนย์กลางของกรุงฯ ชม เสาธง ที่มีความสูงที่สุดในโลก 100เมตร ความงดงามของสถาปัตยกรรม อาคารสุลต่านอับดุลซาหมัด Sultan Abul Samad Building ชม พระราชวังแห่งชาติ Istana Negara ทหารม้าและทหารราบประจำพระองค์ ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกเพื่อเก็บไว้ ใน ความทรงจำ ช้อปปิ้งร้านช็อคโกเล็ต ที่รวมช็อคโกเล็ต หลากหลายจาก ทั่วทุกมุมโลก ทุกคนช้อปสนุก ได้ทั้งของชอบและเป็นของฝาก แต่ละคนกระเป๋าเบา เพราะช็อคโกเล็ตของแท้ราคาค่อนข้างสูง
ชมKL Tower ที่มี ความสูง 421 เมตร Petronas Twin Tower ตึกแฝด หรือ ตึกปิโตรนัส ที่มีความสูง 452 เมตร แวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บ่ายมากแล้วไปทานอาหารกลางวัน มื้อนี้เป็นอาหารไทย ๆ มีแกงส้ม แถมด้วยส้มตำไทย รสชาติดีมาก อาหารอร่อยทุกอย่าง เจ้าของร้านอาหารเป็นคนไทย เรียบร้อยแล้วไปช้อปปิ้งที่ตึก Petronas Twin Tower ห้างสรรพสินค้า ซูเรีย เคแอลซีซี (Suria KLCC) ทีนี่มีสินค้าแบรนด์เนมหลากหลาย เลือกซื้อรองเท้าใส่เล่นสบาย 1 คู่ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 500 บาท แวะเข้าห้องน้ำ VIP ต้องเสียเงิน 2 ริงกิต (20 บาท) อยากจะดูมากกว่า เข้าไปแล้วก็ปกติห้องน้ำในโรงแรมบ้านเราหรูกว่ามาก ที่บอกว่า VIP คงจะดีกว่าห้องน้ำอื่น ๆ ในตึกนี้ เวลา 19.45 น. กลับขึ้นรถไปทานอาหารเย็น อาหารมื้อนี้ไม่อร่อยเลย ทานข้าวได้ 2-3 คำ อิ่มทานไม่ลง หันมองโต๊ะอื่น ๆ ก็เป็นเหมือนกัน ถามคุณเบญ เขาบอกเป็นอาหารมาเลเซีย กลับเข้าโรงแรมที่พัก ต้มน้ำชงกาแฟดื่มแก้เลี่ยนอาหารมื้อนี้ คืนนี้เก็บกระเป๋า ข้าวของที่ซื้อมาก็เยอะพอสมควร กว่าจะได้อาบน้ำนอนก็ดึกแล้ว พักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว
วันที่ 18 กรกฎาคม 2554 ตื่นตามเสียงโทรศัพท์โรงแรมปลุก เวลา 05.00 น. อาบน้ำแต่งตัวลงไปทานอาหารเช้า วันนี้ต้องทำเวลาเพราะกลัวที่ด่านคนเยอะ 07.00 น. ขึ้นรถออกเดินทาง แวะทานอาหารกลางวันเป็นอาหารไทย อร่อยกว่าทุกมื้อ เสร็จแล้วเดินทางต่อแวะแลกเงินที่เหลือกลับเป็นเงินไทย ขาดทุนบ้าง เล็กน้อย ที่ด่านนอกเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีที่ Duty Free ที่นี่มีของที่ต้องการเป็นของฝากมากมาย เลือกซื้อของได้ตามที่ต้องการ ใช้เงินริงกิตเกลี้ยงกระเป๋า จากนั้นผ่านพิธีการตรวจประทับตราหนังสือเดินทางทั้งสองประเทศ ระหว่างทางเข้าสู่หาดใหญ่ ท่านผู้อำนวยการปรีชา ตรีทศ ได้มอบน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคณะทัวร์แทนคำขอบคุมทีมงานจากมิราเคิลทัวร์ แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพวกเรามาก ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้
เปลี่ยนรถตามที่นัดหมายไว้ ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. เยื้องมหาลัยหาดใหญ่ เดินทางกลับสู่ชุมพร ทุกคนมีความสุขสนุกสนาน ถึงหน้าโรงเรียนเวลา 24.00 น. โดยสวัสดิภาพ ขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการปรีชา ตรีทศ ที่ได้มอบสิ่งดี ๆ กับคุณครูทุกท่าน
การไปทัศนศึกษา มาเลเซียและสิงคโปร์ ในครั้งนี้ ได้เห็นความแตกต่างทั้งในด้านวัฒนธรรม ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ผสมผสานกัน ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในสิงคโปร์ประเทศเล็ก ๆ แต่ทันสมัยมาก การอยู่ร่วมกันของชนต่างชาติต่างภาษาในมาเลเซีย กฎหมายที่เข้มงวดของทั้งสองประเทศและเมืองที่สะอาด มีระเบียบ
13 ธันวาคม 2553 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 ประกาศจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามแนวปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ทศวรรษที่ 2 (พ.ศ. 2552- 2561)
จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 มีทั้งหมด 8 จุดเน้น ดังต่อไปนี้
จุดเน้นที่ 1 เร่งรัดผลสัมฤทธิ์ จุดเน้นที่ 2 คิด อ่าน เขียนคล่อง
จุดเน้นที่ 3 ผ่านรับรองมาตรฐาน จุดเน้นที่ 4 สืบสานคุณธรรม
จุดเน้นที่ 5 น้อมนำหลักปรัชญาฯ จุดเน้นที่ 6 นำพาสู่ความเป็นเลิศ
จุดเน้นที่ 7 เปิดโอกาสให้ถ้วนทั่ว จุดเน้นที่ 8 เตรียมตัวสู่อาเซียน
จุดเน้นที่ 8
เตรียมตัวสู่อาเซียน
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักประเทศในกลุ่มอาเซียนซึ่งมีทั้งหมด
10 ประเทศ
ดังนี้
♣ สรุปโครงการทัศนศึกษาต่างประเทศ มาเลเซีย - สิงคโปร์
♣ บันทึกสัมผัสอาเซียน...มาเลเซีย - สิงคโปร์
ดูภาพและบรรยายอยากไปเที่ยวแล้ว.....เขต1หนองบัวลำภูก็จะพาไปเหมือนกัน.....
ดีใจด้วย ไปแล้วจะได้อะไร ๆ มาเยอะ ไม่ขาดทุนหรอกนะ กำไรชีวิต
เก็บภาพไว้กับความทรงจำ