ณ ตอนนี้เราบอกตัวเองและทุกๆคนได้ว่า "ฉันรักที่จะเป็นครูการศึกษาพิเศษ"

๑๓ ก.ค. ๒๕๕๒

วันแรกของการปฏิบัติงานครู ณ สถานศึกษาแห่งหนึ่ง สถานศึกษาที่เราไม่คาดและไม่คิดว่าจะใช้ชีวิตครูที่นี่ ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้รู้สึกดูถูก รังเกียจแต่อย่างใด ตรงข้าม เรารู้สึกว่าสถานศึกษาแห่งนี้เป็นสถานที่อันสูงส่งและทรงเกียรติเกินกว่าที่เราจะเหยียบย่างเข้าไป

ความที่เราใฝ่ฝันจะเป็นเพียงครูเล็กๆในชนบท แต่ความคาดหวังและความเป็นห่วงของครอบครัว โดยเฉพาะปะป๊ายังต้องการให้เราอยู่ใกล้หูใกล้ตา 

เราจึงตัดสินใจเป็นครูเพื่อสานความฝันของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำลายความห่วงใยของปะป๊าด้วย

ในวันแรก...แทบทุกสายตามองเราในฐานะ "น้องใหม่" "ครูใหม่" แทบทุกกริยาอาการของเราถูกจับจ้อง จับผิด ฯลฯ และความรู้สึกของเราก็เหมือนคนตัวเล็กๆ เล็กมากๆ 

การสอนครั้งแรกๆ โดยที่มีครูรุ่นพี่คอยแนะแนวทางแตกต่างกันไป บางคนแนวนุ่ม บางคนแนวจริงจัง สิ่งที่เราทำได้ก็คือการประสานสิ่งที่ได้เห็นและเรียนรู้มาปรับให้เข้ากับจริตของตัวเองซึ่งทำให้ครูบางคนก็บอกว่าเราเป็นครูที่ใจดี (บางคนว่าดี บางคนว่ามีมากเกินไป)

และเราได้รับบทบาทให้ดูแลนักเรียนหญิงคนหนึ่ง อยู่ป.๑ ที่ชอบวิ่งไปมา ชอบ"จก" อาหาร ชอบขีดเขียน ชอบพูดภาษาเพลง ฯลฯ ซึ่งเราเองก็ยัง"ใหม่" กับนักเรียนที่มีอาการของออทิสติกขั้นรุนแรง สมันฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู มีนักเรียนออทิสติกขั้นค่อนข้างรุนแรง(แต่โตกว่า) อาจารย์ในโรงเรียนยังไม่กล้าให้เราดูแล แต่นี่คือชีวิตจริง แม้เราจะหวั่นๆเพราะประสบการณ์อันน้อยนิด แต่ในเมื่อได้รับมอบหมายก็ต้องทำให้เต็มที่



วันเวลาผ่านไป...เราย้อนมองตนเองในฐานะครูคนหนึ่ง แน่นอนว่าภาระหน้าที่เราไม่ได้เป็นเพียง "ครูการศึกษาพิเศษ" แต่ได้รับมอบหมายให้เป็นครูประจำชั้น ครูงานโสตฯ ครูแนะแนว ฯลฯ แล้วแต่ว่าถึงเวลาที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ใด และลูกศิษย์ของเราไม่ได้มีแค่นักเรียนหญิงคนนั้น แต่ยังมีนักเรียนคนอื่นๆทั้งนักเรียนในโครงการฯ และนักเรียนทั่วไปในสังกัดประจำชั้น 

โชคดีที่การทำงานที่นี่ได้"ทำเพื่องาน"อย่างแท้จริงไม่อิงตำแหน่ง เท่าที่สังเกตครูหลายๆคนก็เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะชื่อเสียงโรงเรียน หรือระบบโรงเรียนหรือเพราะอะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับเรา เราอยู่ได้ ทำงานต่อไปได้เพราะ "เด็ก" 

บางครั้งก็ท้อที่เราทำหน้าที่แต่ละอย่างได้ไม่เต็มที่หรืออกมาไม่ดีอย่างใจ เหมือนที่ตัวเองชอบบอกว่าตัวเองเป็น "เป็ด" เสมอๆตั้งแต่สมัยเรียน

๑๓ ก.ค. ๒๕๕๔

เราประกบลูก(ศิษย์)สาวในพิธีเวียนเทียน พร้อมกับครูรุ่นน้องใหม่-รุ่นน้องสาขาวิชา ลูกศิษย์แสนซนยังจิกเทียน ธูป แต่สามารถเดินตามขบวนเพื่อนๆที่เดินเวียนรอบพระพุทธรูปกลางสนาม แววตาเธอสดใส มีกระโดดบ้าง

ส่วนเพื่อนๆของเธอก็ช่วยกันประกบ บางคน "ก๊อป" คำสั่งของเรามาใช้กับเพื่อนเวลาที่เธอเริ่มจะออกวิ่งตามพฤติกรรมเฉพาะตัว

ครูๆชื่นชมว่าเธอนิ่งขึ้น....

ไม่ใช่ฝีมือหรือผลงานของเรา การที่เด็กที่มีความต้องการพิเศษจะดีขึ้นหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ครูการศึกษาพิเศษเพียงคนเดียว แต่เกิดจากตัวเด็กเอง พ่อแม่ เพื่อนๆ ครอบครัว แพทย์ นักกิจกรรมบำบัด รวมทั้งสหวิชาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

แต่เราก็ภาคภูมิใจที่ได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของลูกศิษย์ แม้เพียงเล็กน้อยก็ชื่นใจ

เราเองก็บอกอนาคตของเราเองไม่ได้ว่าจะเป็นครูที่นี่ได้อีกกี่ปี 

เราเองก็บอกอนาคตของลูกศิษย์แต่ละคนไม่ได้ว่าจะเติบโตเป็นอย่างไร

แต่ ณ ตอนนี้ เราบอกตัวเองและทุกๆคนได้ว่า

"ฉันรักที่จะเป็นครูการศึกษาพิเศษ"