จากหนูน้อยหมวกแดงสู่มูลนิธิเด็ก

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2554 ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยกองกิจการนิสิตกำแพงแสน จัดโครงการส่งเสริมความเป็นไทยสู่จิตสาธารณขึ้น เพื่อฝึกให้นิสิตรู้จักการตอบแทนสังคม ในช่วงเช้าผู้เขียนและเพื่อนๆมีโอกาสได้ไปถวายพระพรในหลวงที่โรงพยาบาลศิริราช พบผู้คนจำนวนมากที่เดินทางมาถวายพระพรพระองค์ มีทั้งพระ เณร และประชาชนจากภาคเหนือ(ทุกคนแต่งกายประจำท้องถิ่นของตนมาค่ะ) เป็นเอกลักษณ์เห็นแล้วทราบได้ทันทีเลยว่ามากจากภาคใดของประเทศไทย(เสียดายไม่มีรูปมาฝากทุกท่าน) ผู้เขียนรู้สึกประทับใจมากค่ะ ขนาดเขาอยู่ต้องไกลยังอุตส่าห์เดินทางมาเลย เราอยู่แค่นครปฐมเพิ่งจะเคยมากครั้งแรกเอง

 

จากนั้นทางคณะก็เดินทางไปชมพระที่นักวิมานเมฆหรือพระที่นั่งไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีทั้งหมด 72 ห้อง แต่เปิดให้เข้าชม 30 ห้องเท่านั้น ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจที่พระองค์ทรงสะสมของมีค่าและสวยงามทั้งในและต่างประเทศไว้อย่างมากมาย แสดงให้เห็นถึงความวิริยะอุตส่าหะ ความเอาใจใส่ และการมองกาลไกลของพระองค์ เพราะของสะสมอยู่ในสภาพสมบูรณ์สวยงามมาก ทุกชิ้นล้วนหาซื้อได้ยากและมีราคาสูงในยุคปัจจุบัน อีกทั้งจำนวนห้องที่มีมากยังแสดงถึงน้ำพระทัยที่ท่านมีต่อข้าราชบริพารอีกด้วย 

ส่วนกิจกรรมช่่วงบ่ายทางคณะได้มายัง มูลนิธิเด็ก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อบริจาคนมและอุปกรณ์การเรียนให้น้องๆโดยใช้เงินซื้อของจากการทำบุญของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จำนวน 3,500 บาท ทุกคนที่ไปช่วยร่วมกันแสดงนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงด้วยค่ะ ผู้เขียนเห็นเด็กๆสนใจดีเพราะเขาเข้าใจเนื้อเรื่องสามารถบอกได้ว่าใครเป็นตัวร้าย(หมาป่า) และใครเป็นเด็กที่มีจิตใจดี(หนูน้อยหมวกแดง) 

จากการแสดงนิทานสอนผู้เขียนและเพื่อนๆว่าพี่ๆเล่นอะไรกันหรอ?ดูวุ่นวายจัง   แต่สอนเด็กๆว่าอย่าไว้ในทางอย่าวางใจคนจะจนใจเองค่ะ

 

ก่อนกลับมีเด็กน้อยคนหนึ่งมาขอกิ๊บติดผมของผู้เขียนจึงได้ให้ไปค่ะ  พอเด็กน้อยอีกคนหนึ่งเห็นเข้าจึงมาขออีก ผู้เขียนจึงบอกไปว่า พี่มีแค่ชิ้นเดียวและได้ให้เพื่อนของหนูไปแล้ว เด็กน้อยงอแงเลยค่ะ ผู้เขียนค่อยข้างกล้วเสียงเด็กร้องไห้จึงรีบวิ่งหนี(โหนิสัย)  แล้วสอบถามพี่เลี้ยงว่าจะทำอย่างไรดี พี่เขาจึงไปนำกิ๊บจากเด็กน้อยมาคืนผู้เขียนและบอกว่า เด็กที่นี่ต้องได้รับของเท่ากันทุกคน เพื่อให้เขารู้สึกเสมอภาคกันและคิดว่าผู้เลี้ยงรักเด็กทุกๆคน ทำให้เลี้ยงดูได้ง่ายขึ้น จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เขียนคิดว่าเด็กไม่ไดเลี้ยงง่ายเลยค่ะ 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ