หากถามฉันว่าหนังสือประกอบวิชา Palliative medicine ที่ดีที่สุดคืออะไร..คำตอบคือ "หนังสือที่พูดได้ เดินได้ อยู่รอบตัวคุณนั่นไง"

ประมาณสองเดือนก่อน จากการ "สมคบคิดผ่าน Facebook" กับคุณหมอโรจนศักดิ์ ทำเอกสาร มคอ.3 ยื่นขอเปิดวิชาใหม่สำหรับ หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง แพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ครอบครัว 

เอกสารการยื่นขออนุญาต  ขอให้ระบุ ชื่อกระบวนวิชาเป็นภาษาไทย..Palliative medicine ในส่วนของ "medicine" = เวชศาสตร์ , ส่วนที่ยากคือคำว่า Palliative
สุดท้ายเลือกใช้คำว่า "บริบาลบรรเทา" ด้วยเหตุที่อ่านบทความของ อ.เต็มศักดิ์ แล้วเห็นด้วย คำว่า "บาล" หรือ "ปาล" นั้นมีเสียงและความหมายพ้องกับ "Pal" อย่างประหลาด และยังฟังดูกลางๆ ไม่ชวนหดหู่
 
ส่วนต่อมาคือรูปแบบ..เป็นความรู้สึกในใจว่า เราเป็นหมอภูมิภาค ต้อง มือหนึ่งถือตำรา ( tablet pc?)  มือหนึ่งถือดาบ.. ความหมายคือ วิชาการก็สำคัญ แต่วิชาชีวิต ฟันฝ่าอุปสรรค สามารถทำงานอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข เป็นสิ่งยิ่งสำคัญ..ดังนั้น คนที่ไม่รู้เพลงดาบอย่างฉัน จึงไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะสอนสิ่งนี้ได้..นับเป็นโชคดี ที่คุณหมอโรจนศักดิ์ เข้ามาช่วยสอนเวชปฎิบัติ "ของจริง" ในชุมชน มิฉะนัน วิชาใหม่นี้ก็คงเป็นฝันกลางวันต่อไป..

อีกส่วน คือให้ระบุ หนังสือประกอบ -- ปัจจุบันนี้เริ่มมีหนังสือ Palliative care ดีๆ มากมายทั้งภาษาไทย และต่างประเทศ แต่สุดท้ายก็เลือกหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งด้วยเหตุว่า "คุ้นเคย" และมีอยู่แล้วในห้องสมุดคณะ โดยไม่ได้แปลว่าดีกว่าเล่มอื่นแต่อย่างไร, หนังสือต่างประเทศเล่มนี้มีข้อเด่นในแง่ Evidence based ซึ่งเป็นสากลสำหรับ "Main stream (academic) medicine"
..แต่..จากการสำรวจด้วย "Facebook poll" ทำให้ทราบว่า กลุ่มลูกค้าแพทย์ประจำบ้าน ดูจะสนใจ แนวเวชปฎิบัติที่ทำได้จริง เห็นผลจริง มากกว่า..จึงทำให้ต้องมาขบคิดอีกครั้ง..

หากถามฉันว่า ณ ตอนนี้หนังสือประกอบหลักสูตรอะไรดีที่สุด..คำตอบคือ "หนังสือที่พูดได้ เดินได้ อยู่รอบๆ ตัวคุณไง" หมายถึง ผู้ป่วย เพื่อนร่วมงาน...จริงอยู่ การให้ข้อมูลย่อมต้องการความรู้ แต่ตัดสินใจนั้นมักขึ้นกับว่า "เราสามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้ป่วยได้เพียงไร"
แต่กติกา ก็คือกติกา..หลักสูตรหลังปริญญา ต้องมีหนังสือประกอบ ก็ต้องมีหนังสือประกอบ..

**********************************

หากท่านใด มีหนังสือดีๆ จะแนะนำเชิญเลยนะคะ

Position statement ของหนังสือ สำหรับกระบวนวิชานี้
1. เวชปฎิบัติเชิงประยุกต์ที่ (คาดว่า) เข้ากับบริบทโรงพยาบาลชุมชนบ้านเรา
2. สั้น ไม่ควรเกิน 200 หน้า
3. สัดส่วน ตารางและรูปภาพ ต่อ ตัวอักษร ควรอยู่ที่ 40:60 หรือมากกว่า
4. Credibility references.

จุดอ่อนที่ยอมรับได้ของหนังสือ
Psychosocial spiritual issue แม้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ แต่โดยความเห็นส่วนตัว เป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเรียนจากตัวอักษร 

***********************************

ขณะเดียวกัน จะขอเริ่มซีรีส์ใหม่ "บริบาลบรรเทาแบบบ้านๆ" พบกันเร็วๆ นี้คะ