ผมห่างหายไปจากแวดวงการวิจัยทางด้านภาษาและวัฒนธรรมมาค่อนข้างยาวนานครับ จนเกือบจะเรียกว่าไม่ได้ตามข่าวด้านนี้เลยด้วยซ้ำไป จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ทีมงานวิจัยภาษาและวัฒนธรรมของมหิดล ที่ทำโครงการหลักคือ ทวิภาษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้แวะมาส่งเทียบเชิญไปร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการเขียนรายงานวิจัย จังหวะที่สนทนากัน ผมเลยได้ถามถึงงานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนว่า เสร็จแล้วยัง ที่ถามเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ ก็เพราะว่าหากงานนี้ออกมาแล้ว มันน่าจะพอจะบอกอะไรให้กับคนในพื้นที่สามจังหวัดได้บ้าง
(อ.สาเหะอับดุลเลาะห์ อัลยุฟรีย์ ผู้อำนวยการโครงการ อยู่ร่วมตลอดงานครับ)
ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดครับ งานนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่พอมันเป็นงานวิชาการมันก็มักจะถูกหยิบไปคุยกันในวงเฉพาะมากกว่าจะมาทำการตลาดต่อ ผมเลยจุดประเด็นว่า งานวิจัยชิ้นนี้น่าจะเอามาหาคนตั้งวงคุยกันดีกว่า โดยประเด็นที่ผมเคยวิจัยไว้เมื่อหลายปีก่อน เมื่อเอางานชิ้นนี้มาร่วมๆ กัน ผมว่าการพูดคุยน่าจะออกรสมาก
เหตุผลที่ผมมองว่ามันน่าจะออกรส เพราะการวิจัยแบบที่ผมเคยทำนั้น มันมีมุมมองทั้งที่เห็นด้วยและคัดค้านครับ แม้กระทั่งตัวผมเอง (นักวิจัย) ยังลังเลใจว่าทำแล้วมันจะดีหรือไม่ดีกันแน่ ดังนั้นเมื่องานแนวนี้เสร็จแล้ว จะเอาไปเก็บไว้เป็นความรู้ในเล่มเอกสารถือว่า น่าเสียดายครับ มันจำเป็นต้องเอามาให้คนได้หยิบยกมาพูดคุยกันก่อน เพื่อที่จะได้นำไปสู่คำว่า ตกผลึกทางความคิด
ผมถามถึงผลการวิจัยคร่าวๆ ครับ แล้วด้วยผลการวิจัยดังกล่าว ยิ่งทำให้ผมอยากจะให้เกิดเวที แต่ความอยากนั้นแค่ให้เกิดวงคุยเล็กๆ เอามาเฉพาะแก่นหรือแกนของผู้ที่มีบทบาทก็พอ เพราะส่วนตัวมองว่า เวลาเป็นเวทีใหญ่ มีกองเชียร์ การถกเถียงไม่ค่อยจะออกรส ฮา
การเอางานหนึ่งชิ้นที่ทำขึ้นท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างมาหาคนที่เห็นแตกต่างดังกล่าวได้ถกเถียงถึงผลของมัน พร้อมๆ กับเปิดคำถามสุดท้ายว่า แล้วจะทำอะไรต่อ? อันนี้เราน่าจะได้แนวทางการพัฒนาที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นทีเดียวครับ
คุยถึงตรงนี้แล้ว ความอยากของผมเกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นมาทันทีครับ เพียงแต่รู้ตัวเองครับว่า ตอนนี้มันต้องปล่อยวาง เพื่อให้ภารกิจหลักผ่านพ้นไปก่อน
(บรรยากาศการฝึกอบรมการเขียนรายงานวิจัยครับ)


สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องราวในบันทึกนี้ค่ะ
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ^^
ขอบคุณครับคุณ ต้นเฟิร์น
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่าน 'ความรู้ที่กักตุนไว้' เป็นมุมมองแนวการศึกษาวิจัยที่แตกต่างออกไป ...จากการต่อยอดงานวิจัยที่มีอยู่เดิมของผู้ที่กำลังดำเนินการวิจัย และเพื่อประโยชน์ต่อผู้วิจัยใหม่ในการที่จะศึกษาและนำผลงานวิจัยที่มีอยู่เดิมมาเป็นองค์ความรู้ในเรื่องที่กำลังทำการศึกษาและนำมาใช้ในการอ้างอิงของเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องว่ามีผู้ทำการศึกษาวิจัยไว้ในส่วนใดมาบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้น ประโยชน์สูงสุดคือที่เกิดขึ้นคือ มีจำนวนนักวิจัยเพิ่มขึ้นและมีงานวิจัยใหม่ๆที่มีความหลากหลาย จากเดิมที่มีการศึกษาไว้
ขอบคุณครับ ดร. พจนา - แย้มนัยนา ยินดีมากครับที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันครับ