วันนี้อาม่าไปทำหน้าที่ผลเมืองอีกครั้งแล้วค่ะ เพราะเป็นผลเมืองของประเทศไทย เกิดและเติบใหญ่ในประเทศไทย พ่อแม่เลี้ยงดูและปลูกฝังเรื่องความกตัญญรู้คุณ โดยเฉพาะการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด อาม่าเองเคยใช้ชีวิตในต่างแดนเป็นช่วงๆ ตั้งแต่วัยเรียน วัยทำงาน และวัยสูงอายุ(เป็นการท่องเที่ยวระยะสั้นๆ) สำหรับอาม่าแล้วขอบอกได้เลยว่าไม่ที่ไหนอยู่ได้อย่างสุขสบายเหมือนกับอยู่ในประเทศไทย ถ้าเราไม่ไยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ไร้คุณธรรมจริยธรรม แม้จะเคยโดนขโมยยกเค้าหมดบ้าน ทรัพย์สินเงินทอง(ส่วนใหญ่เป็น ทองเพชรพลอยเครื่องประดับที่มีค่า กำปั่นแต่งงานที่ได้ตอนแต่งงานทั้งหมดมูลค่าหลายล้าน) ตำรวจก็มากันเต็มบ้าน มาตรวจร่องรอยและรอยนิ้วมือ ทำท่าคึกคักขึงขัง แล้วก็หายไปจนถึงทุกวันนี้
ก็คิดแบบง่ายๆ ว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเรามีของมีค่า ทั้งๆเราก็ไม่เคยใช้ของมีค่าให้ใครเห็น เพื่อนๆที่เชียงใหม่ตกใจมากว่าทำไมเก็บของมีค่าไว้ที่บ้าน......มันเสียหายไปแล้วพูดอะไรก็แก้ไขไม่ทัน ต้องปลอบโยนเพื่อนๆว่าไปเสียใจเลย......อาม่าเองยังไม่เสียใจเลยเพราะถึงมีก็ไม่ได้ใช้....เสียดายไหมเสียดายค่ะ เป็นเครื่องเพชรที่แม่ให้ ญาติให้ มันสำคัญ.....แต่ก็คิดได้ว่าไม่มีก็ดีไม่ต้องกังวลใจ เพียงแต่ต้องจดจำไว้ไม่ลืม.......หวังพึ่งตำรวจนั้นลำบากค่ะเพราะทำงานหนักมากค่ะ
วันนี้ไปเลือกตั้ง ความผิดพลาดแบบเดิมๆ ที่มันเกิดขึ้นกับหน่วยเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้มันเห็นได้ชัดเพราะคนออกมาเลือกตั้งมากจริงๆ....ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความผิดพลาดง่ายๆคือป้ายหน่วยเลือกตั้งเอาไปติดไว้ในห้องใต้อาคาร ซึ่งต้องเข้าไปถึงก่อนแล้วจึงเห็น แทนที่จะติดตั้งที่ปากทางเข้าหน่วยเลือกตั้งซึ่งอยู่ที่โล่งใครเห็นก็จะรู้ว่าหน่วยที่ตัวเองจะไปลงคะแนนอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ไปเข้าแถวรอยาวเยียดโดยหารู้ไหมว่าไม่ใช่หน่วยที่ตัวเองมีชื่ออยู่ เพราะเป็นอีกหน่วยที่อยู่ติดกัน ทำให้วุ่นวายมาก
อีกอย่างคือเจ้าหน้าที่มากเกินความจำเป็น เฉพาะโต๊ะที่เซนต์ชื่อรับบัตรเลือตั้งใช้ถึงห้าคน ทั้งที่คนที่ทำงานหนักมากคือคนที่หนึ่งตรวจชื่อ,บัตรประชาชนให้ตรงกับหมายเลขลำดับที่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง พร้องต้องเซ็นต์รับรองว่ามาใช้สิทธิ์แล้ว จึงให้ผู้มาเลือกตั้งลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ จากนั้นมีคนที่สองคอยจดหมายเลขลำดับที่มาใช้สิทธิ์ในแผ่นกระดาษเล็กๆ ตามที่คนที่หนึ่งบอก จากนั้ไปรับบัตรเลือกตั้งเขตที่คนที่สาม ต้องเซ็นต์ชื่อรับบัตร ถัดไปเซ็นต์ชื่อรับบัตรเลือกตั้งพรรค(ปาร์ตี้ลิสท์)กับเจ้าหน้าที่คนที่สี่ คนสุดท้ายคือคนที่ห้า ทำหน้าที่พับบัตรเลอกตั้ง.......ห้าคนทำหน้าที่แค่จ่ายบัตรเลือกตั้งให้กับคนหนึ่งคน ถ้าเป็นหน่วยเลือกตั้งที่มีคนน้อยๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหา แต่วันนี้เห็นแล้วคงมีปัญหาแน่ๆ เพราะคนมาใช้สิทธิ์มากเกินความคาดหมาย
ไปทำหน้าที่เลือกตั้งมาพบเหตุการณ์คล้ายกันเลยครับอาม่า เรื่องป้ายหน่วยเลือกก็เหมือนกันอุตส่าห์ทำป้ายไวนิลมาอย่างดี เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แต่ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ คือแขวนป้ายแสดงหน่วยเลือกตั้งไว้ระหว่างเสาเต็นท์คูหาเลือกตั้ง แต่ดันเอาเต็นท์อีกอันมาตั้งซ้อนติดกันก็เลยบังจนมองไม่เห็น พยายามเดินเข้าไปแหวกดู จนท.ก็ไม่ให้ดู แถมเดินออกมาต่อว่าอีกให้ไปต่อแถว ก็อยากรู้ว่าเต็นท์ไหนเป็นหน่วย 1 หรือหน่วย 2 กันแน่ จะได้เข้าแถวถูก หน่วย 1 ต่อแถวกันยาวมาก ผ่านไปเกือบชั่วโมงถึงจะได้กาบัตร หน่วย 2 ซึ่งอยู่ติดกันคนน้อยกว่าเป็น 10 เท่า เกิดความสงสัยเลยถาม จนท.บอกว่า กกต.เขาแบ่งมาอย่างนี้ ก็ต้องอย่างนี้ อีกอย่างจนท.เยอะมากเกินความจำเป็น ได้เบี้ยเลี้ยงคนละ 750 บาท แต่บางคนก็นั่งเฉยๆ ผญบ.ก็ยังนั่งหลับ มีหนังสือจาก กกต.แจ้งไปที่บ้านหมายเลขก็ไม่ตรงกับของจริง สงสัยว่าบัญชีผู้มีสิทธิ์มันหดไปไหนตั้งหลายคน และทำไมเพิ่งหดไป
เพิ่งเข้าใจว่าทำไมจึงใช้คนมากมายถึงเพียงนี้ ถ้าในหน่วยทุระกันดานก็เห็นใจอยากให้เงินเพิ่ม แต่ในเมือง มานั่งออกันเป็นแถว เดินให้ขวักไขว่ ใ้ห้เบี้ยเลี้ยงราชการวันหยุดก็เป็นธรรมแล้วค่ะ สิ้นเปลืองภาษีราษฎร์ค่ะ