Knowledge Management

             ท่าน ดร.แสวง รวยสูงเนิน กล่าวกับนักศึกษาบูรณาการศาสตร์ว่า นักศึกษาที่มาเรียนหลักสูตรนี้จะต้องเรียนพื้นฐานการทำวิจัย โดยเฉพาะการทำวิจัยที่ต้องเกี่ยวข้องกับชุมชนเพื่อเข้าใจชุมชน แต่ก่อนที่จะเข้าใจชุมชน

            นักศึกษาจะต้องเรียนรู้ด้วยการเข้าใจตนเองก่อนจึงจะเข้าใจคนอื่น

             การจะเรียนรู้ตนเองได้นั้นต้องมี Knowledge Management คือการจัดการความรู้ของตัวเอง

             เมื่อจัดการความรู้ตัวเองได้แล้วจึงจะจัดการความรู้ของผู้อื่น

             ครูบาสุทธินันท์กล่าวว่า
ถ้าไม่จัดการความรู้ ความไม่รู้จะกลับมาเล่นงานเรา” ทำให้ได้แง่คิดบางอย่างว่า

             หลายคนที่ทำงานวิจัยไม่สำเร็จเพราะยังไม่รู้ตัวเอง ไม่เข้าใจความต้องการของตัวเอง และละเลยการจัดการความรู้ของตัวเอง

             หลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ก็จะเรียนรู้แบบไร้ทิศทางและเป้าหมาย ความรู้ที่ได้ไม่สามารถนำพาไปสู่ความสำเร็จ

            หลายคนรู้ว่าตัวว่าต้องการอะไร มีเป้าหมายชัดเจน เรียนรู้ถูกวิธี แต่เป็นการเรียนรู้ที่ผิดศีลธรรม ความรู้ที่ได้อาจทำร้ายตนเองและคนรอบข้าง

            หลายคนรู้ความต้องการ เรียนรู้ถูกวิธีและ เรียนรู้สิ่งที่ดีถูกต้องตามหลักศีลธรรม แต่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อเป็นเครื่องมือสนองตัณหา ความรู้ที่ได้จะทำลายสังคมและประเทศชาติ

ความรู้ทั้งหลายที่ก่อให้เกิดปัญหากับตนเองและผู้อื่นดังที่กล่าวมาก็คือ

           1
. ความรู้ที่ยังไม่จัดการ

           2. ความรู้ที่มีการจัดการ แต่เป็นการจัดการความรู้เพื่อตอบสนองกระแสทุนนิยมและบริโภคนิยม

           ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ชาวพัฒนาบูรณาการศาสตร์ที่กำลังจะเป็นนักวิจัย จะต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่ต้องใช้ Knowledge Management ให้เป็นนักจัดการความรู้ที่ดีมีคุณภาพ

           เพื่อแสวงหาความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสม ความรู้ที่จับต้องได้ ความรู้ที่ซึมซับและรับประทานได้

           สำคัญที่สุดเป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์กับชุมชนและท้องถิ่น

           เป็นความรู้ที่ทำให้ชาวบ้านอยู่อย่างเป็นสุข ชุมชนพึ่งตนเองได้ และสามารถแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น ชุมชนอื่นต่อไป