KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 132-2. บล็อก เครื่องมือสื่อออกมาจากใจ

     เช้าวันที่ ๑๔ สค. ๔๙ เป็นวันหยุดชดเชย    หยิบจดหมายข่าว ถักทอสายใยแห่งความรู้ ฉบับ กค. - สค. ๔๙ ซึ่งถือเป็นฉบับ บล็อก ขึ้นมาพลิกดู และถามตัวเองว่าผมเห็นอะไรจากจดหมายข่าวฉบับนี้    และเห็นอะไรในวงการ KM ไทยอันเกิดขึ้นจากการมี gotoknow.org มาปีเศษๆ

     ใกล้ตัวที่สุด ผมได้ฝึกทักษะการ "สื่อออกมาจากใจ" ที่ฝรั่งเรียกว่า talk your mind อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

     ผมได้เห็นคนที่มีทักษะในการสื่ออกมาจากใจอย่างเป็นธรรมชาติหลายคน     คนเหล่านี้เดิมเป็น nobody ไม่มีคนรู้จักแพร่หลาย    แต่พอมารู้จัก บล็อก และเขียนบันทึกใน gotoknow.org แววอัจฉริยะในการ "คุยจากใจ" ก็ฉายประกายจ้าออกมา     ฉายเป็นประจำก็จะแตะตาผู้อ่านและคณะกรรมการรางวัลสุดคะนึง    คนเหล่านี้เปลี่ยนจาก nobody เป็น somebody     กลายเป็นคนที่มีความสุข ความมั่นใจในตนเอง    กล้าที่จะเสนอความเห็นจากใจโดยไม่กลัวว่าจะไม่เหมือนความเห็นของคนอื่น    ไม่กลัวว่าความคิดของตนจะผิดทฤษฎี    กลายเป็นคนที่มีอิสระทางความคิด มี "จิตอิสระ" ซึ่งเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของ สุขภาวะ  หรือสุขภาพทางจิตวิญญาณ     และนอกจากได้รับการยอมรับนับถือจากประชาคมgotoknow แล้ว ยังได้รับการยอมรับนับถือจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

    ในมุมมองของผม บล็อก เป็นเครื่องมือปลดปล่อยมนุษย์จากพันธนาการของอดีต พันธนาการของทฤษฎี พันธนาการของวัฒนธรรม ของจารีตประเพณี    คนเขียน บล็อกจะใช้จินตนาการอย่างไร แนวใดก็ได้ ในการเขียนออกมา    ไม่มีผิด ไม่มีถูก    กติกามีอย่างเดียว ขอให้เน้นเชิงบวก เชิงสร้างสรรค์    หวังผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวม    ไม่ใช้ บล็อกในการสร้างข่าวลือ หรือใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น

    น่ายินดีมาก ที่ชาว gotoknow ได้ช่วยกันสร้างวัฒนธรรมเชิงบวก เชิงสร้างสรรค์อย่างเหนียวแน่นขึ้นในชุมชน gotoknow    โดยที่เราไม่ต้องย้ำกติกากันมากนัก    หรือจริงๆ แล้วแทบจะไม่ได้ย้ำเลย    จัดได้ว่าเป็นการร่วมกันสร้าง "กติกาใจ" ที่ไม่เน้นการเขียนกฎระเบียบขึ้นประกาศใช้     คล้ายๆ เป็น Magna Carta ฉบับ gotoknow

    ทักษะในการสื่อจากใจ   วัฒนธรรมการสื่อสิ่งบวก/สร้างสรรค์   และการเกิดความเป็นชุมชนเสมือน    คือ ๓ สิ่งสำคัญที่ gotoknow ให้แก่สังคมไทยในสายตาของผม

     ในเมื่อ บล็อก เป็นเครื่องมือสื่อความรู้ที่ซับซ้อน ความรู้ที่มีหลายมิติในเวลาเดียวกัน    ผมจึงคิดว่า บล็อก น่าจะเหมาะต่อการ ลปรร. ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม  ประสบการณ์การฝึกสติ สมาธิภาวนา     น่าจะกิดชุมชนนี้ขึ้น    ผมอยากเห็นว่า การสื่อสิ่งที่เกินถ้อยคำในอีกมิติหนึ่ง จะมีพลังสักแค่ไหน  

     ที่สำคัญผมคิดว่าทางแห่งความสุขประชาชาติทางหนึ่งคือการที่ผู้คนมีทักษะในการสร้างความสุขภายในให้แก่ตนเอง

     บล็อก น่าจะเป็นเครื่องมีออย่างหนึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้    นั่นคือเป็นเครื่องมือ ลปรร. ประสบการณ์ตรง ในการสร้างความสุขภายใน

วิจารณ์ พานิช
๑๔ สค. ๔๙