"เราจะเปลี่ยนวิธีคิดได้อย่างไรถ้าเราไม่เปลี่ยนวิธีเรียน หรือเรียนวิธีคิด"

สถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว     นั่นก็เท่ากับว่าภาวะ การแข่งขันทางธุรกิจก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้นเช่นกัน  หลายๆองค์กรจึงต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญที่แต่ละองค์กรขาดไม่ได้ และถือเป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างยิ่ง  นั่นก็คือการพัฒนาบุคลากร  ให้สามารถเป็นผู้ที่เรียนรู้และปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> เรื่องของการเรียนรู้ เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกบรรจุเป็นนโยบายหรือกลยุทธ์ ขององค์กรไปด้วย  เมื่อเป็นเช่นนี้ฝ่ายพัฒนาบุคลากรจึงมีหน้าที่ ในการที่จะออกแบบการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับนโยบายขององค์กร ซึ่งอาจมีรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ก็มีเป้าหมายคล้ายๆกัน นั่นก็การมุ่งพัฒนาให้บุคลากรเป็นนักเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและตลอดชีวิต เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในที่สุด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ในครั้งนี้ผู้เขียนและทีมงานได้รับมอบหมายจากคณะผู้บริหารของบริษัท เอส ซี ไอ แพลนท์ เซอร์วิสเซส  จำกัด  (SPS) ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในเครือซิเมนต์ไทย    ให้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้กับพนักงานในระดับปฏิบัติการของบริษัท  ตามโจทย์ที่ได้รับมอบหมายหากเป็นการพัฒนาพนักงานแบบเก่าก็คงไม่ใช่เรื่องยาก  ก็เพียงแค่หาวิทยากรที่มีความรู้มาบรรยายเป็นรุ่นๆ ไป ไม่กี่ครั้งก็คงเสร็จ   แต่ด้วยเป้าหมายที่ต้องการให้พนักงาน เกิดทักษะการเรียนรู้ ทีมงานเราจึงมีแนวคิดว่า แค่ฟังการบรรยายอย่างเดียวคงไม่พอ  การทีจะทำให้คนเราเกิดทักษะนั้นต้องเกิดจากการได้ ลงมือปฏิบัติจริง  จึงได้ร่วมกันคิดออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">การออกแบบการเรียนรู้ในครั้งนี้ เราได้พิจารณาดังนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1.      จริตของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นพนักงานผู้ชาย  มีความสามารถทางด้านช่าง เป็นหลัก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.      เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง มีผลสำเร็จของงานที่เป็นรูปธรรม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">3.      ผู้เรียนได้วางแผนการเรียนรู้ของตนเอง และเรียนรู้อย่างสนุกสนาน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">4.      เรียนรู้เป็นทีม เพื่อเพิ่มทักษะการทำงานเป็นทีม และการเรียนรู้ร่วมกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">5.      สถานที่ที่เป็นธรรมชาติ เพื่อบรรยากาศที่เรียบง่าย และไม่เป็นทางการ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">จากแนวคิดดังกล่าวเราจึงได้คิดรูปแบบต่างๆมากมาย  สุดท้ายจึงคิดว่า จะจัดเป็นค่ายอาสา โดยแปลงจากค่ายอาสา มาเป็นค่ายแห่งการเรียนรู้  หลังจากนั้นทีมเราได้หาสถานที่ ที่สามารถจัดให้เป็นค่ายแห่งการเรียนรู้ในครั้งนี้ ในที่สุดเราได้เลือก สวนป่าครูบาสุทธินันท์   ปรัชญพฤทธิ์   อ.สตึก จ.บุรีรัมย์เจ้าของ คำคม   เราจะเปลี่ยนวิธีคิดๆได้อย่างไรถ้าเราไม่เปลี่ยนวิธีเรียน หรือไม่เรียนวิธีคิด จากการปรึกษาหารือกับครูบาสุทธินันท์   ปรัชญพฤทธิ์   เราได้ตกลงกันว่าจะจัดค่ายแห่งการเรียนรู้ทั้งหมด 6 รุ่น ๆล่ะ 30 คน โดยตั้งชื่อโครงการในครั้งนี้ว่า  คนพันธ์ S 2 :Life & Learn” มี  เครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ดังนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1.      เรียนรู้จากการสร้างบ้าน 1 หลังโดยแต่ละรุ่นสร้างต่อๆกันจากรุ่นก่อนๆ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.      เรียนรู้จากฐานเรียนรู้ธรรมชาติที่มีอยู่ในสวนป่าของครูบาสุทธินันท์    </p> สำหรับตอนนี้คงเล่าถึงส่วนที่มา และแนวคิดในการออกแบบการเรียนรู้ไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ ครั้งต่อไปลองติดตามต่อนะครับว่าค่ายแห่งการเรียนรู้นี้  จะเป็นอย่างไรบ้าง …………..