ทำความดีอย่างสม่ำเสมอ...พูดดี...คิดดี...ทำดี
พี่เม่ยตั้งใจไว้ตั้งแต่วันเสาร์แล้ว ว่าจะใส่บาตรในวันอาทิตย์เช้า.... อาหารที่จัดเตรียมไว้สำหรับใส่บาตรก็คือ ซี่โครงหมูต้มใบชะมวง ซึ่งเป็นอาหารที่พี่เม่ยพอจะทำได้ จากรายการอาหารไม่กี่ชนิด...
เนื่องจากเราย้ายออกมาอยู่บ้านใหม่นอกรั้วมหาวิทยาลัย จึงยังไม่รู้เส้นทางที่จะมีพระเดินบิณฑบาตในตอนเช้าๆ พี่เม่ยจึงนัดกับคุณพ่อบ้านว่าเราจะออกจากบ้านแล้วขับรถเลาะเรื่อยๆย้อนทางไปที่ วัดคลองแห  เมื่อพบเห็นมีพระบิณฑบาตที่ไหน เราก็จะจอดรถให้เลยไปด้านหน้า...แว้บ.....!
เหตุการณ์ก็เป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ค่ะ  คุณพ่อบ้านจอดรถให้เลยหน้าพระท่านสักระยะหนึ่ง  เราก็ยกจัดเตรียมข้าวของออกมา...พระท่านก็เดินมาถึงพอดี
พี่เม่ยเอ่ยว่า "นิมนต์ค่ะท่าน....."
แล้วเราสองคนก็ช่วยกันใส่อาหารหวานคาวเป็นที่เรียบร้อย
พระท่านก็ให้ศีลให้พร......
แหม! รับศีลรับพรเรียบร้อย  รู้สึกจิดใจปลอดโปร่งค่ะ  จนพี่เม่ยอดใจไว้ไม่ได้  เอ่ยปากพูดกับคุณพ่อบ้านว่า "ดีจังเนาะ!...วันนี้ได้เป็นคนดีแต่เช้าเลย.... "
ไม่มีเสียงตอบจากคุณพ่อบ้านค่ะ...เราขึ้นรถกลับบ้าน เสียงวิทยุในรถเป็นรายการเทศน์ของท่านพระอาจารย์พยอมพอดีค่ะ.......
ท่านเทศน์ว่า "คนเราเกิดมาต้องประพฤติตนเป็นคนดี การเป็นคนดีไม่ใช่เพียงแค่ไปทำบุญใส่บาตรที่วัดแล้วขอศีลขอพรจากพระมา แล้วมาบอกว่าตัวเองเป็นคนดีนะ......"
พี่เม่ยสะดุ้งโหยง....(นี่ถ้าเป็นเทปนะ จะคิดว่าคุณพ่อบ้านตั้งใจเปิดให้ฟังแน่ๆ  แต่นี่เป็นวิทยุค่ะ...) จึงตั้งใจฟังต่อค่ะ......
"เราต้องทำความดีตลอดเวลา  ทำอย่างสม่ำเสมอ  จนกระทั่งปราชญ์และบัณฑิตทั้งหลายในสังคมมองเห็น  กล่าวยกย่องนับถือและให้ศีลให้พรเรา ....อย่างนี้จึงจะนับได้ว่าเป็นคนดี..."
คุณพ่อบ้านอมยิ้ม หันมาถามพี่เม่ยว่า "อ้าว....แล้วตกลงว่าวันนี้คุณเป็นคนดีหรือยัง?..."
พี่เม่ยยิ้มแห้งๆ......"ยังเลย!...เพียงแค่ทำบุญใส่บาตร รับศีลรับพร เพื่อให้จิตใจของเราผ่องแผ้ว...พร้อมที่จะทำความดีต่อไป เท่านั้นเอง..."
ถ้าจะเป็นคนดี ต้องทำความดีอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งพูดดี...คิดดี...และทำดี
จนมีผู้กล่าวถึงว่า...เราเป็นคนดี.........
เฮ้อ! เกือบจะหลงตนว่าเป็นคนดีเสียแล้วสิเรา...