สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ทุกท่าน
วันนี้ผมได้รับเกียรติจาก ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค) ให้ร่วมการประชุมสัมมนาและบรรยายในหัวข้อ "ปรัชญาในการทำงานไปสู่ความสำเร็จของข้าพเจ้า" ให้กับบุคลากรของไบโอเทค กว่า 450 คน ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
วันนี้เป็นการเรียนรู้ที่น่าสนใจสำหรับผม และหวังว่าหลาย ๆ ท่านคงจะได้มุมมอง และแรงบันดาลใจจากผมบ้าง ผมจึงนำเนื้อหาสาระที่บรรยายวันนี้และภาพบรรยากาศมาฝากทุกท่านเช่นเคยครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
......................................................
ปรัชญาในการทำงานไปสู่ความสำเร็จ
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศและประธาน Chira Academy
วันพุธที่ 29 มิถุนายน 2554 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร
www.ChiraAcademy.com
Fact..ความจริง
หลายคนคาดหวังว่าในอนาคตประชากรโลกจะมีอายุยืนขึ้นกว่าเดิม..
ความสำเร็จในเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของท่านทั้งหลายในที่นี้
ปัญหาประชากรล้นโลก ไม่ตาย
อาจจะมาจากกลุ่มของ Biotech
Session นี้ คือ เติมเต็มให้ตัวท่าน และค้นหาตัวเองว่าเรารู้จักตัวเองหรือยัง ผมขอเสนอให้ใช้แนวคิด 2 R’s ของผม คือ
คือ มองอะไรที่สะท้อนความจริง และค้นหาประเด็นที่มี.. “Impact”
ขอขอบคุณที่กรุณาเชิญผมมาแบ่งปันความรู้ (Share)
พูดสัก 40 นาที ที่เหลือก็ช่วยกัน ถาม – ตอบ
ผมจะกลับไปจากห้องนี้ ต้องได้ Feedback จากท่าน ผมมาหาความรู้ ยิ่งมีโอกาสได้ถกเถียงกันเพื่อหามุมมอง ใหม่ ๆ ยิ่งดี
คำว่า “Impact” ในห้องนี้ น่าจะมี 4 ระดับ คือ
ผมได้ค้นข้อมูล และลอง Search เข้าไปใน Internet พบว่าองค์กรนี้มีทุนมนุษย์..
q อย่างน้อย 200 คน ระดับ Ph.D.
q Support Staff ระดับปริญญาโทกว่า 250 คน
แต่ทุนมนุษย์ในความเห็นของผมไม่ได้วัดจากปริญญา แต่วัดจากอะไรที่มองไม่เห็น ลองพิจารณาทฤษฎีทุนมนุษย์ของผม 8 K’s และ 5K’s
แต่ทุนมนุษย์ในความเห็นของผมไม่ได้วัดจากปริญญา แต่วัดจากอะไรที่มองไม่เห็น ลองพิจารณาทฤษฎีทุนมนุษย์ของผม 8 K’s และ 5K’s
ผมเคยตั้งสถาบันทรัพยากรมนุษย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อ 33 ที่แล้ว.. อนุมัติโดย ครม. เหมือนกัน แต่..
(1) ขาดเงิน
(2) ขาดคน (มีคนทำงานไม่ถึง 10 คน)
(3) ขาดสถานที่
แต่วันนี้.. คนก็ยังคงพูดถึงสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Biotech คล้าย ๆ ลูกคนรวย เรียนเก่ง แต่แรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น (ผมมักเรียกว่าความบ้าคลั่ง) ความเจ็บปวด ความพยายามเอาชนะอุปสรรคอาจจะมีไม่มากพอ เพราะอาจจะสบายเกินไปหรือเปล่า? ใครเรียนเก่ง วิจัยเก่งก็เข้าได้
แต่ถ้าผ่านไปสัก 20 ปี ให้คนข้างนอกมองเรา สังคมอาจจะมองเราไม่ดีก็ได้ เพราะเขาเปรียบเทียบกับเกาหลี หรือเยอรมัน หรือจีน ไม่ได้เปรียบเทียบกับจุฬาฯ หรือมหิดลฯ จึงขอสรุปว่า.. มีอะไรมากเกินไปก็ไม่ดี บ้างครั้งต้องต่อสู้บ้าง ค้นหาจุดแข็ง และลดจุดอ่อน
อุปสรรคของผมตอนนั้น คือ คนข้างนอกไม่มีใครเข้าใจคำว่า “ทรัพยากรมนุษย์” บางครั้งเขาบอกว่ามาจาก “กรมทรัพยากรธรณี” และผมก็ต้อง..
แต่ถ้ารู้จักกันแค่คนไม่กี่หมื่นคน ความภาคภูมิใจของพวกท่านจะอยู่ที่ไหน?
ถ้าสรุปบทเรียนชีวิตของผมเพื่อให้ท่านนำไปพิจารณา ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนก็คงทราบดีอยู่แล้ว อาจจะแบ่งเป็นหัวข้อได้ดังต่อไปนี้
13.1) สิ่งแรกถึงผมจะได้ Ph.D เป็นนักเรียนทุน เป็นศาสตราจารย์ แต่ผมไม่เคยคิดว่านั่นคือ ความสำเร็จ แต่ความสำเร็จของผม ก็คือ ถึงอายุ 66 แล้ว ก็ยังต้องใฝ่รู้ ต้องหาความรู้อย่างต่อเนื่องและข้ามศาสตร์
..... ผมชอบ Leonardo da Vinci ทำไมเขาถึงข้ามศาสตร์ได้
ผม ไม่ทำตัวเป็น Silo
คืออะไรที่ไม่รู้นอกศาสตร์ของผม ผมก็จะหาความรู้ ศึกษาด้วยตัวเอง Self Learning
ผมไม่ค่อยเชื่อคนง่ายๆ ผมมักจะทำงานแนวคิดต่างเสมอ จะหาความรู้จากชาวบ้าน เช่น ปรัชญาชาวบ้าน หรือชาวบ้านธรรมดาและศึกษาว่า..คนที่เขาต้องทำภาคเกษตรซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าพวกท่านในห้อง LAB (Controlled Experiment)
ทำไมเขายังรอดอยู่ได้?.. จุดนี้อาจจะเรียกว่า Lifelong Learning .. ผมมีความสุขที่รู้ตัวเองว่าไม่รู้มากกว่ามีความสุขที่จะคิดว่าตัวเองรู้แล้ว
Balance กับงาน และ Life กับ Work ต้องสมดุลกัน ทำอะไรให้พอดีและยั่งยืน
ผมเชื่อในทฤษฎีทุนแห่งความสุข
1. ไม่เครียด
2. มีความคิดใหม่ๆเสมอ
3. ถ้ามีปัญหาปล่อยวาง
4. ทำอะไรมี Purpose และ
Meaning
5. มี Passion ในการทำงาน
ผมไม่ทำคนเดียว
ข้างบน เป็น Mentor ผมเชื่อว่าทุกคนต้องมีพี่เลี้ยง.. ผมมีอาจารย์สัญญาและอาจารย์ป๋วย และพ่อผม
ข้างล่าง คือ ทีมงานที่ผมใช้ทฤษฎี HRDS คือ ดูแลลูกน้องแบบรักจริง
ทฤษฎี HRDS
และที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการทำงานในวันนี้ คือ แนวร่วม ต่างๆที่อยู่สายงานคือ เช่นวันนี้ผมอาจจะมีเพิ่มเป็น Biotech เพิ่มขึ้นอีก
การทำงานของผม ผมไม่เน้นเป็น จุดๆ ผมมอง Process และจะแก้ Bottle Neck มองไปที่ Final Results มองไปถึง... Customers คือสร้าง value ให้สำเร็จ
Customer หรือ Stakeholder และสำเร็จแล้ว ต่อยอด ผมชอบคำว่า Value Creation Value Innovation
ผมบริหาร Pain ได้ดี เพราะชีวิต ล้มเหลวมาก ไม่ใช่สำเร็จทั้งทันที ผมเชื่อทฤษฎี Pain is Gain. If you work hard ก็จะสามารถไปสู่ความสำเร็จได้ ผมคิดว่า เก่งและเฮง ช่วยได้มาก
Rhythm and Speed สำคัญจังหวะ ตัดสินใจอย่างไร สำคัญที่สุด คือ ฝึกการ ตัดสินใจให้ดี
ภาพบรรยากาศในการบรรยาย
สิ่งที่ได้ในวันนี้คือวิถีความสุขที่ยั่งยืน
วันนี้ได้อะไร
1. ต้องกลับไปค้นหาตัวเอง
2. จะกลับไปแบ่งเวลาระหว่างงานและครอบครัว
ได้เเรงบันดาลใจที่จะช่วยให้ผู้ร่วมงานและทีมทำงานให้มีความสุขมากขึ้น
ความสุขในการทำงานอาจจะสร้างได้ด้วยตัวเองเนื่องจากเเต่ละคนมีต้นทุนชีวิตมาไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่ต้องทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ รวมทั้งการมีภาระหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถหาเเนวทางในการส้รางความสุขได้ มีเเต่ความเครียดองค์กรจะมีส่วนช่วยได้อย่างไร
การบริหารทุนความสุขของชีวิต
Work Balance ใช้ชีวิตอย่างสมดุลและมีความสุข
เห็นด้วยกับอาจารย์ ชอบเรื่อง Work Balance และการค้นหาตัวเอง
ได้อะไรจากการฟังในวันนี้
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือดร.ยังมี ศ.ดร. ซึ่งอาจารย์พูดถึง Ph.D.และ ดร.บ่อยครั้งเพื่อให้เกิดการกระตุ้นในการทำงาน โดยการที่ท้าทายคนอื่นหรือตัวเองตลอดเวลา เเต่ในยุคสมัยนั้นอาจจะใช้แรงกระตุ้นค่อนข้างมากเพราะ resource ต่างๆยังมีน้อย
แต่ในยุคสมัยนี้มีทุกอย่างพร้อมเเล้วซึ่งไม่ต้องการความกระตือรือร้นหรือจูงใจอะไรมากมายนัก
อาจารย์มีกลยุทธ์อะไรที่จะสร้างเเรงจูงใจสำหรับคนรุ่นใหม่ครับ
ธรรมชาติของชีวติไม่มีถูก ไม่มีผิด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามจังหวะชีวิต การตัดสินใจการทำอะไรทุกคนยังต้องการเเรงกระตุ้นอย่างพอเหมาะ ความสุขน่าจะเป้นเรื่องสำคัยที่สุด
managing network
managing working
brand image ของไบโอเทค
ต้องมีความสุขในการทำงาน เพื่อคุรภาพของงานที่ดี
สำรวจตัวเอง หา work-life balance
ชีวิตต้องสู้ เเต่ควรมีความสุขกับสิ่งที่ทำ balance ชีวิตให้ดี
สิ่งที่ได้จากการบรรยาย อ. จีระ หงส์ลดารมภ์ “ปรัชญาในการทำงานไปสู่ความสำเร็จ” 29/06/54 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
การค้นหาความสุขและลดความเครียด (37)
สมดุล
- ชีวิตมองได้หลายแง่ แล้วแต่จะคิด
- เราต้องมีแรงบันดาลใจจากความเจ็บปวด
การพัฒนาตน
ได้แนวคิดในใฝ่รู้ เรียนรู้นอกกรอบ ไม่หยุดนิ่ง (17)
- แนวคิดการสร้าง Networking (3)
- เห็นด้วยกับเรื่องที่ว่าคนเราจะถูกมองว่าเก่ง ขึ้นอยู่กับสังคมและการยอมรับ
- ชอบประโยค “การเป็นคนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่มุ่งพัฒนาตนเอง ต้องเป็นการทำให้คนอื่นยอมรับตัวเรา”
- ไม่เห็นด้วยค่ะ “ไม่ขึ้นกับว่าเรารู้หรือเก่งรึเปล่า ขึ้นอยู่กับว่าคนยอมรับเรารึเปล่า” ทำไมเราต้องสนใจว่าใครยอมรับเรารึเปล่า เรารู้ก็คือรู้ มันเป็น fact มีคนยอมรับหรือไม่มี ถ้าเรารู้ก็ไม่มีใครลบตรงนั้นไปได้ แต่ขอบคุณมากที่มาแสดงมุมมอง
- Focus ในงานมากขึ้น ให้สำเร็จเร็วขึ้น
แรงบันดาลใจ แรงกระตุ้น
- ต้องมี passion ในการทำงาน (15)
ได้มุมมองและแนวทางในการทำงาน (5)
ได้ค้นหาตนเอง
- ค้นหาสิ่งที่ตัวเองให้พบ (16 )
ได้เปิดมุมมอง
- การปรับปรุงมุมมองในการทำงาน ทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและมีความสุข
- ขอบคุณอาจารย์ที่มาให้ข้อคิดในมุมมองของการทำงาน และตอนนี้คิดว่าความสุขในชีวิตคือการทำงานตามที่เราคาดหวังไว้ แล้วประสบความสำเร็จตามที่เราตั้งใจไว้ แต่เราก็พยายามที่จะ balance การทำงานกับชีวิตในด้านอื่นด้วย
- สิ่งที่ได้คือการเคารพและชื่นชมตนเอง (ภูมิใจในตัวเองอย่างที่อาจารย์เป็น) ซึ่งนำไปสู่การใช้ชีวิตกับผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ยังพบว่าสิ่งสำคัญของชีวิตการทำงานคือ “ความสุข”
- ขอบคุณอาจารย์ ในการเปิดโลกทัศน์ในการใช้ชีวิต และทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้น ในแนวทางการใช้ชีวิตของผมต่อไป หวังว่าคงจะติดตามผลงานของอาจารย์ในอนาคตต่อไป และคงจะได้มีโอกาสได้ปรึกษาอาจารย์บ้าง
- หวังว่าวิสัยทัศน์ขององค์กรจะกว้างขึ้น การเปลี่ยนแปลงของหนูคนเดียวคงจบไม่สามารถผลักดันอะไรได้ แต่ชีวิตมีความหวังอย่างน้อยองค์กรนี้เปิดโอกาสให้ทำงานที่หนูรัก
- สิ่งที่ได้รับฟังนั้นทราบอยู่แล้ว และพยายามปฏิบัติอยู่ แต่พูดง่ายทำยาก
- Vote No, คิดว่าทฤษฎีทาง HR ไม่มีความสำคัญมากมาย เข้าใจเขา ใส่ใจเขา leaning from inside not from outside
- คิดว่าวิทยากรพยายามบอกว่าการที่จบ Ph.D. นั้นอย่าหลงตัวเอง อย่าเหลิง แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้นทีเดียว เพราะการที่จะได้มาทำงานแต่ละงานนั้นก็ต้องใช้ความพยายามอุตสาหกรรมไม่ได้ง่ายและสะดวกตลอด
- ถามว่าท่านรู้ว่ากระทรวงเกษตรมีผู้ที่จบดอกเตอร์มาก แต่รู้ป่าวว่าคำพูดนี้มาจากกระทรวงเกษตรหรือยัง
- มีมากเกินไปก็ไม่ดี เก่ง+เฮง ช่วยได้มาก ทำอย่างไรให้เฮง สนุกกับการฟังบรรยายที่มีสาระประโยชน์ interactive กับผู้ฟัง
- การจัดเรียงลำดับความสำคัญในชีวิต และที่ชอบมากคือเรื่องการ re-inventing ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ ความสนใจ และความชำนาญ
- ควรเรียนรู้ที่จะทำประโยชน์ให้สังคมให้มาก, ต้องปล่อยวางกับปัญหา, ต้องสร้าง passion ในการทำงาน
- ความพยายามตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตในแต่ละช่วงเวลาชีวิต
- เมื่อเป็นเพียงลูกคนรวยรักสบายมาตลอดจะรู้ได้อย่างไรว่าควรทำอะไร และจะได้แรงผลักดัน/ แรงกระตุ้นได้อย่างไร ในเมื่อร่างกายภายนอกสุขสบายดีแต่ในใจว่างเปล่า การสู่จุดหมายต้องเตรียมตัวและฝึกฝนเมื่อไม่ฝึกฝน ก็ไม่อาจวิ่งไปได้นานและเมื่อเราถูกจำกัด และขีดกรอบของวิทยาศาสตร์มานานตั้งแต่เด็กๆ มีเส้นที่ขีดไว้ด้วยกฎและองค์กร สิ่งที่นอกเหนือจากนี้ไม่เกิดประโยชน์เพราะถูกทำให้คิดว่าประโยชน์คือเงิน=ความสุข แม้ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์หรือสายวิทย์ สายศิลป์ ค้าขายเอง ก็คิดเช่นกัน ความเข้าใจผิด, ความผิด, การปล่อยตัวตามใจเอาสบายที่สะสมมานานนี้ จะแก้ไขให้เปลี่ยนแปลงจริงๆ ได้อย่างไร สิ่งที่อาจารย์จีระพูดนั้นรู้อยู่แล้วแม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกจากการตั้งใจเรียนรู้หรือการอ่านหนังสือค้นคว้าแต่ไม่
อาจเข้าใจและทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงได้จริง ถึงอย่างนั้นก็ยังชอบที่จะฟัง เหมือนโดนเข็มทิ่มดี
- ดีใจที่มีผู้มาพูดให้ผู้บริหารของ BIOTEC ได้รู้ว่าต้อง balance ระหว่าง work life และ family life เพราะที่นี้ work life มาก่อน ทำให้เมื่อมีครอบครัวแล้ว ใช้ชีวิตที่ทำงานยากมากหัวหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ยังมองไม่เห็นทางแก้ไข เนื่องจากผู้บริหารมีหลายระดับแก้ยาก
- แนวคิดของการใช้ชีวิตแบบ happiness ของ อ. จีระ นั้น ผู้ฟังเห็นด้วยและอยากให้ผู้บริหาร สวทช. รับฟังและเข้าใจด้วยว่านักวิจัยเองก็ต้องการมีชีวิต happy เช่นเดียวกับคนอาชีพอื่นๆ แต่ผู้บริหารก็มีกรอบ KPI และอื่นๆ มาจำกัดชีวิตนักวิจัยมากพอสมควร, ชีวิตนอกกรอบคือชีวิตที่มีความสุข แต่จะสอดคล้องกับ KPI อย่างไร?
- ได้แนวคิดทางการทำงาน ได้ปรับแนวคิดให้ทำงานอย่างมีความสุขไม่เครียด อย่างมุ่งหวังเกินไป สิ่งสำคัญในการทำให้ชีวิตมีความสุข ควรจะให้เวลากับครอบครัวให้มากกว่างาน แต่ไม่ใช่ว่างานจะไม่สนใจเลย ควรทำชีวิตให้สมดุลกันระหว่างงานกับชีวิต ซึ่งอยู่กับการดำรงชีวิตของคนๆ นั้นว่า จะดำเนินชีวิตอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน
- ได้แนวคิดใหม่ๆ ในการหาตัวตนที่แท้จริงของตนเอง (คำถาม: 1. เมื่อเราเครียดหรือมีปัญหากับงานที่อาจารย์บอกว่าปล่อยวางนั้นมันควรจะไปในแนวทางไหน? 2. แล้วมีวิธีไหนบ้างที่จะค้นพบสิ่งที่ตัวเองขอบที่แท้จริง?)
- ได้ทราบทฤษฎีในปรัชญาการดำเนินชีวิต แต่บางทีก็ยากในการ apply ไปใช้จริง เพราะในชีวิตจริงมี factors หลายอย่างที่เป็นผลกระทบต่อบุคคลหนึ่ง
- อย่าทำงานเสร็จเป็น piece แต่ให้ทำงานเสร็จเป็น process ซึ่งคิดว่าสามารถปรับใช้กับปัญาหาที่กำลังเผชิญอยู่
- ได้เรียนรู้การทำงาน with passion จะเป็นประโยชน์ทั้งตัวเองและองค์กร, life balance (work & life), ชอบที่อาจารย์พูดถึงเรื่อง “Respect” เพราะเห็นว่าคนไทยชอบดูถูกคนที่มีหน้าที่ต่ำกว่าแทนที่จะเป็นคุณค่าเค้าเลย และยกย่องแล้วก้าวหน้าไปด้วยกัน
- ปรัชญา (ที่มีตัวตน) ในการทำงานเป็นนักวิจัย ช่วยทำให้มองย้อนดูตัวเองในการทำงานที่ BIOTEC ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์
- Today lecture gives too little credit to scientists, I think one primary aspect of happiness is the existence or knowledge of personal purposes, as one innate human desire is the desire for immortality, either throngh descendents or leaving something behind after they are gone, as scientists, whether our work immediate impact or not, it all joins a rest body of human knowledge that transcends personal existence.
- One of SiLo, Network outside of circle norm, work/ life balance based toward single, female demography, process/ value chair of individuals, culture of failure= entrepreneur/ innovation
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ที่เป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตและงานมากเลยค่ะ