ชื่อเรื่องงานวิจัย : การจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาการเลี้ยงปลาในกระชังตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
ชื่อผู้วิจัย : นายบรรชร กล้าหาญ นางรุ่งทิพย์ กล้าหาญ
ปีที่ทำการวิจัยเสร็จ : 2552
แหล่งทุนอุดหนุนการวิจัย : สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเลี้ยงปลาในกระชัง สภาพปัจจุบันและปัญหาการในการเลี้ยงปลาในกระชังของชุมชน ตลอดจนแนวทางพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาการเลี้ยงปลาในกระชังตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยศึกษากลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังบ้านหัวข่วง ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 20 ราย
ระเบียบวิธีการวิจัยเน้นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยผ่านเทคนิควิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ใช้เครื่องมือคือ ประเด็นการสนทนากลุ่ม การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม แบบสัมภาษณ์ การจัดเวทีเรียนรู้ร่วมกันจำนวน 6 ครั้ง สำหรับแผนการดำเนินงานการวิจัยประกอบด้วย 4 ระยะคือ ระยะก่อนทำการวิจัย ระยะการจัดทำแผน ระยะการกำหนดแผนงาน ระยะการนำแผนไปปฏิบัติ และระยะติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน
ผลการวิจัยพบว่า เกษตรกรมีการเรียนรู้เพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังมาตามลำดับเวลา โดยการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ การเรียนรู้ตามอัธยาศัย ทั้งมีการถ่ายทอดขัดเกลาเพื่อผลิตซ้ำความรู้เลี้ยงการเลี้ยงปลาให้แก่สมาชิกของครัวเรือนและชุมชน ปัญหาสำคัญที่ประสบคือ ปัญหาภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาวัชพืชทางน้ำ และปัญหาโรคปลา โดยมีการป้องกันแก้ไขปัญหาคือ การรวมกลุ่มเพื่อขอรับการช่วยเหลือสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เป็นครั้งคราวตามแต่สถานการณ์ การพยายามช่วยเหลือตนเองโดยการค้นหาศึกษาความรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทั้งภายในและภายนอกชุมชน การกำหนดแนวทางรักษาสิ่งแวดล้อมทางน้ำร่วมกัน สิ่งสำคัญที่เกษตรกรต้องการคือ การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงปลาในกระชังเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง ลดการป่วยตายของปลา และการประกันราคา
ภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาในกระชังของกลุ่มเกษตรกร มี 4 ด้านคือ 1. ภูมิปัญญาด้านการเลือกสรรปัจจัยการผลิต ประกอบด้วย การเลือกทำเลในการเพาะเลี้ยง การจัดการแหล่งน้ำในการเพาะเลี้ยง การศึกษาสภาพภูมิอากาศ การจัดหาเครื่องมือ เตรียมกระชัง 2.ภูมิปัญญาด้านการผลิตและการจัดการผลผลิตประกอบด้วยการคัดเลือกพันธุ์ปลา การดูแลให้อาหารและป้องกันโรค การป้องกันศัตรู การจับปลาและ การจัดการผลผลิต 3.ภูมิปัญญาด้านระบบสังคมและความเชื่อ ประกอบด้วย ระบบเครือญาติ มีการพึ่งพาเกื้อกูล การแบ่งสรรพื้นที่ลำน้ำร่วมดูแลกระชังการแบ่งปันความรู้การเลี้ยงปลาข้อมูลการตลาด การรวมกลุ่มเพื่อต่อรองบริษัทคู่สัญญาและแลกเปลี่ยนแรงงาน ความเชื่อพิธีกรรมต่อรองอำนาจธรรมชาติและเหนือธรรมชาติ โดยการเซ่นสรวงบนบาน ถือฤกษ์ยามและการทำบุญ 4.ภูมิปัญญาการป้องกันทรัพย์สินเนื่องจากภัยธรรมชาติ ประกอบด้วย การสังเกตธรรมชาติเช่น การไหลของน้ำ การพัดของลม สีของน้ำ ทิศทางฟ้าแลบฟ้าร้อง และการเคลื่อนที่ของผักตบชวา
แนวทางพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาการเลี้ยงปลาในกระชัง ได้แก่ 1.การสร้างความตระหนักถึงปัญหาที่สัมพันธ์กับการเลี้ยงปลาอันเกิดจากความเชื่อหรือทัศนะคาดเคลื่อนเช่นการปล่อยปลาการให้อาหารและการจัดการแหล่งน้ำ 2.การสร้างภูมิคุ้มกันตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเลี้ยงปลาในกระชัง คือ การเลี้ยงปลาแบบหมุนเวียน การหาข้อมูลเพื่อวางแผนการเลี้ยงปลา 3. การอบรมการใช้สาหร่ายเกลียวทองผสมในอาหารปลา เพื่อป้องกันปลาป่วยและให้เติบโตได้ดี การอบรมการตรวจหาปัญหาปลาป่วยเป็นโรค 4.การกำหนดแนวทางจัดการแหล่งน้ำเพื่อป้องกันโรคปลาและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการปล่อยปลาและให้อาหารปลา 5.การจดบันทึกทำบัญชีรายรับจ่ายการเลี้ยงปลาในกระชัง 6.การส่งเสริมสร้างกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงปลาในกระชัง หากแต่จากประสบการณ์เดิมที่ล้มเหลวในการรวมกลุ่มไม่สามารถสร้างอำนาจต่อรองกับบริษัทคู่สัญญาได้ และขาดการสนับสนุนจากจริงจังต่อเนื่องในระยะเริ่มต้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการรวมกลุ่มจึงเป็นลักษณะกลุ่มธรรมชาติแบบสภากาแฟ 7. การวางแผนพัฒนาสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม