....ใครหลายคนเปรียบเด็กเหมือนผ้าสีขาว ผมก็มีความคิดเห็นเหมือนกัน เพราะเด็กเขาบริสุทธิ์มาก ถ้าเราประคับประครองสั่งสอน และตอกย้ำในสิ่งที่ดีงาม เขาจะเริ่มรับรู้ว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งดี และเป็นที่ยอมรับของสังคม
...นอกจากนั้น ในมุมมองของผม ผมเปรียบเด็กเหมือนต้นกล้าอ่อน ๆ การที่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม การปรับตัวกับพื้นที่ที่อยู่ การบำรุงรักษาและถนุถนอมขัดเกลา ล้วนจะนำพาให้เด็กไปสู่การเจริญเติบโต และต้านแรงลม แรงฝน และพายุในวันข้างหน้า
...เด็กจึงมีความสำคัญกับผม และประเทศ รวมถึงโลกของเรา อย่างแน่นอนเสมอ
...ผมบอกกับแม่เสมอ ๆ ตอนมัธยมปลายว่า ผมจะเรียนครูนะแม่ และผมคิดว่า ผมเป็นครูที่ดี เหมือนที่เตี่ยและแม่ และคุณครูทุกท่าน ที่สั่งสอนให้ผมเป็นคนดี
...แต่ชีวิตรำพึงรำพันก็เท่านั้น เพราะจับพลัดจับพลู ให้มาเป็นหมออนามัย และก็นั้นแหละ ถ้าเราคิดว่า เรามีหัวใจและวิญญาณความเป็นครู การประกอบอาชีพไหน ๆ ล้วนเป็นครูได้ไม่ใช่เหรอ ?
.... งานหนึ่งของหมออนามัยที่เกี่ยวกับเด็ก คือ งานอนามัยโรงเรียน
หลังจากผม ได้ไปเยี่ยมบ้านน้องฟ้าใสแล้ว ก็จัดเตรียมอุปกรณ์ออกอนามัยโรงเรียนประมาณบ่ายสองกว่า ๆ เพราะโรงเรียนที่ไป มีเด็กนักเรียนไม่ถึง 30 คน และคุณครู 4 ท่าน
ถึงแล้วครับ...โรงเรียนประชาสามัคคี อยู่ติดถนนใหญ่ของอำเภอ แต่สภาพไม่ยิ่งใหญ่ไปด้วย ทั้งอาคาร สถานที่ และตัวเด็กเอง นาน ๆ เด็กจะเห็นคนมาเยือน และออกมาดู และตะโกนโดยพร้อมเพียงกันว่า "หมอมา หมอมา..."
ผมไปพบคุณครูและบอกเล่าว่า วันนี้ผมจะมาตรวจสุขภาพนักเรียน ให้สุขศึกษา และดูสิ่งแวดล้อมโรงเรียน คุณครูเลยให้เด็กมารวมพล และถือเอกสารสำหรับการตรวจสุขภาพ
มีน้องนักเรียนคนหนึ่งที่น่าสนใจ และเป็นรายที่ผมและคุณครูจับแม่กันที่จะแก้ไขปัญหาให้เด็ก น้องอยู่ชั้น ป.4 มีท่าการตรวจสุขภาพท่าหนึ่งคือ การตรวจมือและเล็บ เมื่อผมตรวจเด็กหลายคน แต่พอมาจับมือน้องคนนี้ มือไม่อ่อนนุ่มเหมือนเด็กคนอื่น ๆ แต่มันหยาบกร้านและสากมาก เหมือนมือผมไปจับปูนซีเมนต์ที่ยังไม่ขัด
หน้าตาน้องดูไม่ค่อยสดชื่น ซึ่งพอผมตรวจเด็กคนอื่น ๆ หมดแล้ว ผมเลยถามว่า ทำไมมือเป็นอย่างนี้ น้องบอกว่า แพ้ผงซักผ้า เพราะซักผ้าให้คุณตาและคุณยาย ตั้งแต่ ป. 1 คุณแม่ไปทำงานที่กรุงเทพ ฯ ส่วนคุณพ่อไม่ค่อยเห็นตั้งแต่เด็กแล้ว
ในฐานะที่ผมเป็นคุณพ่อ ...ผมรู้สึกสงสารน้องจัง น้องคงต้องการความอบอุ่นจากอ้อมอกพ่อ เหมือนที่ลูกชายผมเขาต้องการให้ผมกอดและหอมเขาทุกวัน
บางครั้งชะตาฟ้า...ไม่ค่อยมีความพอดีเลย และโหดร้ายต่อชีวิตของมนุษย์อยู่เสมอ....
ผมให้ยาทาและยากินให้น้อง และไปปรึกษากับคุณครู และวางแผนจะออกเยี่ยมบ้านน้องพร้อมกับแนบพี่ อสม. ไปด้วย เพื่อเรียนรู้ชีวิตน้อง ครอบครัว และแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้น้องได้บ้าง....
สำหรับน้อง ป. 5 และ ป.6 ผมให้เขาตรวจสุขภาพด้วยตนเอง ตามสมุดการตรวจ และมีการเรียนรู้กับน้องครู ที่ขันอาสามาช่วยในการอธิบาย และรวบรวมข้อมูลให้
เมื่อทำงานเสร็จ ผมได้มานั่งพูดคุยกับท่าน ผอ. และคุณครู ในการมาทำงานครั้งนี้ และผมมองลงที่อาคาร พบท่อน้ำหลายท่อเรียงราย มีน้ำขัง และมีเศษขยะมากมาย
คุณครูบอกว่า วัดเอามาให้ เป็นบ่อเลี้ยงปลาดุก แต่ให้มายังไม่ได้ทำอะไรเลย เลยมีนำขัง อาจเป็นที่เพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และเกิดไข้เลือดออกได้
คุณครูเลยมอบหมายให้นักเรียนร่วมกันรับผิดชอบ โดยครูจะหาปลาหางนกยูง และบัวมาให้ และให้นักเรียนแบ่งหน้าที่กันต่อไป
การเป็นหมออนามัยคนเล็ก ๆ ทำงานเล็ก ๆ ทำงานทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ทว่าเรามีงานที่ท้าทายอยู่เสมอ และมีความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนรอให้เราค้นพบคำตอบของความมหัศจรรย์แห่งความงดงามเสมอ ๆ
ผมยิ้มทักทายท้องฟ้า และขอโทษที่พาดพิงท่านในสิ่งไม่ดี
ท้องฟ้าครับ...บางครั้งชีวิตของเราต้องยิ้มทั้งน้ำตาใช่ไหมครับ
หรือเพราะท้องฟ้าอยากให้ผมเข้าใจสัจธรรม...
ความแตกต่างมันคือความงดงามเสมอ...
27 มิถุนายน 2554
มันเป็นความงดงามค่ะ พี่
ความงดงามที่ได้ช่วยเหลือและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ^_^
อ่านแล้วคิดถึงหลานๆที่บ้านโนนจังครับ
ภาพมือของน้อง...เล่าเรืองราวได้ไม่รู้จบ ...มือน้อยๆนี้เองดอกหรือที่ช่วยซักผ้าให้คุณตาคุณยาย ...เห็นแล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้นะครับคุณหมอ... เมื่อวานเพิ่งเจอก้อนสะอึก"แคดเมียมที่จ.ตาก"......เดี๋ยวผมไปต่อที่บล็อกพี่แดงเลยละกันครับ...เอาให้เห็น"สัจธรรม"กันไปเลยทั้งวันครับผม (....อยากจะขำให้กับมุกของตัวเอง... แต่มันหัวเราะไม่ออกนี่สิ...เหอๆ)