จุดมุ่งหมายที่ประเสริฐสุดของการมีรัก เป็นกระบวนการที่มองลึกเข้ามาในตัวเอง เพื่อค้นหาความหมายของชีวิตและเติมเต็มจุดมุ่งหมายนั้น
หนังสือเล่มนี้ เขียนโดย.........
ดาฟเน่ โรด คิงม่า
..
..
เป็นหนังสือที่พิมพ์ เมื่อ ปีพ.ศ. 2542
คำเปรยของผู้เขียนบอกไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนใบสั่งยาสำหรับผู้ที่ค้นหารักแท้ก็ว่าได้ หนังสือมุ่งเน้นที่การทะนุถนอมและปรับปรุงความรัก และเป็นแนวทางการส่งเสริมทักษะแห่งรัก ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้ดีขึ้น หรือดียิ่งขึ้นด้วยทัศนคติและแนวทางปฏิบัติจากหนังสือเล่มนี้
..
หนังสือเริ่มจากการทำความรู้จักกับความรักให้ถ่องแท้ เพราะความรักคือกระบวนการหนึ่ง มิใช่การถึงซึ่งจุดหมาย โดยที่คนส่วนใหญ่มักจะคิดกันว่า เมื่อเราตกหลุมรักกับใครสักคน และตัดสินใจที่จะร่วมชีวิตกับคนคนนั้นแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะลงตัวไปเองตามครรลองของมัน อย่างที่เราใช้คำว่า เป็นฝั่งเป็นฝา และความหมายของมันก็คือว่า เราจะอยู่กับคนที่เรารักจนกระทั่ง ความตายมาพรากเราออกจากกัน
..
..
ความรักในลักษณะนี้เรียกว่า ความรักในกล่องรองเท้า เพราะความสัมพันธ์ที่ออกมาจะเหมือนกับการใช้กล่องใส่รองเท้าเป็นที่เก็บสมบัติที่มีค่าของเรา แล้วจัดเก็บปิดฝาไว้บนชั้น มิให้ใครไปแตะต้อง จากนั้นก็เฝ้าหวังว่า สิ่งมีค่าของเราจะคงอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร์ไม่มีเปลี่ยนแปลง
..
คนส่วนใหญ่คิดกันเช่นนี้โชคร้ายมาก คือคิดว่าความรักคือสิ่งที่เก็บไว้ในกล่องได้ และมันจะยังคงอยู่ในสภาพนั้นตราบนานเท่านาน แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีงามของคน 2 คนนั้น เป็น กระบวนการ หาใช่จุดหมายปลายทาง ไม่ และในการดำเนินความสัมพันธ์นี้ เราก็ได้ทำอะไรหลายอย่างไปทั้งโดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว คือการดำเนินรอยคามประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นโดยพ่อแม่ของเราเอง รวมทั้งการเยียวยาบาดแผลที่เราได้รับมาแต่วัยเด็กด้วย ในความรักนั้นมีแรงดลใจบางอย่างที่ทำให้เราขุดเอาตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายในตัวออกมา และการเปลี่ยนแปลงบุคลิกของตัวเองไปได้อย่างน่าอัศจรรย์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อเราละทิ้งความคิดที่ว่า ความสัมพันธ์แบบหนึ่ง ๆ นั้นเป็นเสมือนอนุสาวรีย์ที่มีตัวตนซึ่งตั้งอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งในจักรวาล
..
เพราะความสัมพันธ์ของคนนั้นแท้จริงแล้วคือ การเคลื่อนไหวและเติบโต เป็นพัฒนาการในการสื่อสารที่น่าชื่นชมของดวงจิต 2 ดวง ความเปลี่ยนแปลงที่ก่อเกิดเป็นเอกลักษณ์ของมัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจเจกบุคคล สิ่งที่เราถามหาจากความสัมพันธ์ของเรา ก็คือสิ่งที่ความสัมพันธ์ของเราต้องการ และเป็นสิ่งที่แต่ละคนจะต้องเป็นต่อไปนั่นเอง
..
..
และนี่คือ ปฐมบทจากหนังสือเล่มนี้ .เป็นหนังสือที่นั่งอ่านในค่ำคืนนี้ที่. หาดใหญ่



มาเชียร์ความรักให้ลงตัว
ของทุกๆ ความรักนะครับ
ถ้าเป็นไปได้
สวัสดีค่ะ
ชอบข้อความนี้ค่ะ
"......สัมพันธ์ที่ดีงามของคน 2 คนนั้น เป็น “กระบวนการ” หาใช่ “จุดหมายปลายทาง” ไม่ ..."
เพราะกระบวนการที่มีกันและกันนั้นต่างหากคือช่วงเวลาที่มีความหมาย
ที่จะเอื้ออาทร ดูแลกัน มีความสุขไปพร้อมกัน....
ครู ป.1 ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ชีวิตคู่..จึงไม่ยืนยาว...
เพราะการจัดกระบวนการ ไม่ลงตัวอ่ะนะ
แหมเห็นภาพและหัวข้อบันทึก นึกไปเองว่าได้เข้ามาเปิดบันทึกรักของยอดรักนักร้องเสียอีกนะคะ
คุณหน้าเหมือนดารานักร้องมากคะ
สวัสดีค่ะ
กระบวนการของความรักต้องค่อยเป็นค่อยไปโดยมีคนสองคนร่วมกันทำให้มัน
เป็นไปตามขั้นตอนที่ปราศจากอุปสรรคมากที่สุด
แล้วจะพบกับจุดหมายปลายทางที่สวยงาม.....
สวัสดีครับ อาจารย์โสภณ
บันทึกนี้ผมอ้างอิงมาจากหนังสือชีวิตคู่ อยู่อย่างไร จึงยืนยาวและมีความสุข TRUE LOVE ผมอ่านแล้วโดนใจ และเห็นว่าหากท่านใด ได้อ่านประโยคบางประโยคของนักเขียนท่านนี้แล้ว โดนใจเช่นเดียวกับผม ...และสามารถนำไปใช้ในชีวิตครอบครัว ชีวิตคู่ได้
ผมคงรู้สึกยินดี แทนผู้เขียนและผู้แปล หนังสือดีดี ที่หนังสือนี้น่าจะเป็นหนังสือที่หากได้ไม่ง่ายนักในปัจจุบัน
ขอบพระคุณอาจารย์มากนะครับ
ผมลืมบอกไปนะครับ
นามปากกาของผู้แปลหนังสือเล่มนี้นามว่า...เพชรรัตน์ ครับ อาจารย์
สวัสดีค่ะ...
ในความรักนั้นมีแรงดลใจบางอย่างที่ทำให้เราขุดเอาตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายในตัวออกมา และการเปลี่ยนแปลงบุคลิกของตัวเองไปได้อย่างน่าอัศจรรย์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อเราละทิ้งความคิดที่ว่า ความสัมพันธ์แบบหนึ่ง ๆ นั้นเป็นเสมือนอนุสาวรีย์ที่มีตัวตนซึ่งตั้งอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งในจักรวาล
เป็นหนังสือที่น่าสนใจ อ่านจากบันทึกแล้วรู้สึกใกล้ชิดจังครับ
ขอบคุณ คุณลำดวนมากนะครับ
ผมก็เชื่อเช่นคุณนะครับ
สวัสดีค่ะ
ครู ป.1 ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ชีวิตคู่..จึงไม่ยืนยาว...
เพราะการจัดกระบวนการ ไม่ลงตัวอ่ะนะ
...
ครูครับ…การใช้ชีวิต บางครั้งเราต้องมองหลาย ๆ ด้าน
ไม่มีใครไม่เคยล้มเหลว หรือพลาดพลั้งในชีวิต….
หากแต่กระบวนการแห่งการใช้ความรัก เราสามารถนำไปใช้ได้ในทุก ๆ ที่ ที่เราวาดแผนที่ชีวิตไว้
ครูเชื่อมั้ยครับว่า…
“ในความรักนั้นมีแรงดลใจบางอย่างที่ทำให้เราขุดเอาตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายในตัวออกมา และการเปลี่ยนแปลงบุคลิกของตัวเองไปได้อย่างน่าอัศจรรย์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อเราละทิ้งความคิดที่ว่า ความสัมพันธ์แบบหนึ่ง ๆ นั้นเป็นเสมือนอนุสาวรีย์ที่มีตัวตนซึ่งตั้งอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งในจักรวาล”
เราเริ่มต้นกับการค้นพบตัวตนของตัวเอง และเผื่อแผ่ พลังแห่งความรักที่เราได้ค้นพบนี้ ต่อคนรอบข้างของเราได้นะครับครู
เป็นกำลังใจในการใช้ชีวิต ให้ครู นะครับ
ขอบคุณ คุณธิดา มากนะครับ
เมื่อก่อนสมัยเป็นวัยรุ่น เป็นคนหนุ่มคนสาว ผมคงรู้สึกเช่นที่คุณธิดากล่าวนะครับ
วันเวลา เปลี่ยนไป….ผมมองโลกกว้างขึ้น หากแต่เราได้ประยุกต์ความรัก ที่เราค้นหาจนเจอได้นั้น
เราจะรู้ได้ว่า …พลังแห่งความรัก นั้น มีคุณค่ามากกว่าที่จะมอบให้เพียงแค่คน 2 คน
จริง ๆ นะครับ คุณ ธิดา
สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี
ไม่ได้มาทักทายนานมากแล้ว แต่ยังคงระลึกถึงกัลยาณมิตรเสมอค่ะ
ชอบข้อความนี้ค่ะ "...ในความ รักนั้นมีแรงดลใจบางอย่างที่ทำให้เราขุดเอาตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายในตัวออกมา และการเปลี่ยนแปลงบุคลิกของตัวเองไปได้อย่างน่าอัศจรรย์..."
จริงที่สุดค่ะ
ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดี ๆ นะคะ
ด้วยความระลึกถึงค่ะ ;)
ขอบคุณคุณครู
ขอบคุณ คุณหยั่งรากมากนะครับ
"...ในความ รักนั้นมีแรงดลใจบางอย่างที่ทำให้เราขุดเอาตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายในตัวออกมา และการเปลี่ยนแปลงบุคลิกของตัวเองไปได้อย่างน่าอัศจรรย์..."
จริงที่สุดค่ะ
..
ผมก็คิดเหมือนกัน ครับ