ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณก็หมดอิสรภาพในการดำเนินชีวิตคุณ

ช่วงชีวิตนี้มีไว้แข่งกับใคร..?

การเกิดมาเป็นมนุษย์นี้แสนยากจริง  เพราะคำว่ามนุษย์สื่อถึงคนผู้มีจิตใจสูงส่งด้วยคุณธรรมศีลธรรมอันดีงาม  เมื่อย้อนมองดูทิศทางมาของคนเราเริ่มต้นจากชายหญิงมีความรักกันผูกพันกัน  เดินทางร่วมชีวิตด้วยกัน  มี 3 ประการคือ

1 . ชายกับหญิงได้ร่วมรักร่วมรสกามคุณด้วยกันฉันท์สามีภรรยา  2 . เป็นช่วงที่ฝ่ายหญิงมีฤดูด้วย

3 . เป็นช่วงที่มีจิตวิญญาณผ่านมาประจวบเหมาะ

ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้เหมาะเหม๋งโคจรมาตรงกันเลยก่อเกิดมาเป็นทารกน้อย ๆ ร้องอุแว้ ๆ ๆ ถูกอบถูกรมถูกบ่ม จากการเลี้ยงดู บวกกับสิ่งแวดล้อม เด็กน้อยค้อย ๆ เติบโตมากลายเป็นคนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ เดินไปมาอยู่ในโลกแห่งนี้

เมื่อย้อนไปดูจุดกำเนิดของคนก็มี 2 ส่วนคือส่วนที่เป็นรูปธรรม คือข้อ 1 และข้อ 2 สำหรับส่วนที่เป็นนามธรรมคือข้อ 3   คนเราจึงมีทั้งฝ่ายร่างกายและฝ่ายจิตใจ

การไม่รู้ก็ชอบวิ่งไล่ล่าหาความฝันไปทุกที่ทุกสถานที่มีการแข่งขันอย่างไม่มีวันจบสิ้น  โดยมีรางวัลเป็นสิ่งล่อใจให้หลงระเริงเพลิดเพลินในมายาภาพ  ท้ายสุดใครละที่ลิขิตวิถีชีวิตคุณ

เรามาดูต้นแบบของคนในโลกนี้  ผมยกตัวอย่างเจ้าชายสิทธัตถะก็แล้วกันคือ  ท่านทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับการทำความดับทุกข์มีความสุขที่ยั่งยืนของชาวโลก  ท่านค้นคว้าทดลองนำมาปฏิบัติจนเห็นผลแล้วปฏิบัติให้ดูเป็นอยู่ให้เห็นว่าทางแปดสายรวมเป็นสายเดียวนี้แลคือเส้นทางชีวิตชาวโลกที่เดินทางไปพบความสุขนิรันดร์หรือพบนิพพาน 

 แล้วเพราะท่านเดินทางนี้ให้ดูแล้วสำเร็จถือเป็นมนุษย์บริบูรณ์คนแรกของโลกแล้วชี้แนะชาวโลกให้เดินตามเพื่อพบความสะอาด  สว่าง  สงบ คือนิพพานนั้น

ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้นะว่า...ชีวิตนี้ไม่มีการทรงเจ้าผีเข้าผีสิงผีบอกบทผีชี้นิ้วให้คุณเดินไปตามคำสั่ง  ไม่มีเทพเจ้าองค์ใดมาสิงสู่ร่างคุณแล้วบังคับคุณให้ทำตามคำสั่งเหล่านั้น  ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณก็หมดอิสรภาพในการดำเนินชีวิตคุณ  

คำถามของผมคือ ทำไมคุณไม่เป็นตัวของตนเอง  การที่คุณวิ่งไล่ล่าแข่งขันกับผมเพื่อเอาชนะผมนั้นคุณอาจแพ้ผมหรือผมอาจแพ้คุณได้  แต่ถ้าคุณแข่งขันกันตนเองนั้นละคุณมีแต่ชนะผมก็ชนะเพราะผมวิ่งแข่งขันกับตนเอง เราต่างก็ชนะด้วยกันทั้งคู่

ผมว่าในวิถีชีวิตคนเรานี้เมื่อรู้เข้าใจแล้วลงมือกระทำการล้วนเกิดมาจากกรรมหรือการกระทำของตัวเราเอง  นั้นคือ ช่วงชีวิตนี้มีไว้แข่งขันกับจิตใจตนเองนั้นแล.