มนุษย์เรามิใช่น้อยที่ลืมนึกไปว่า ยังมีอนาคตที่สดใสรอคอยอยู่ บางคนถึงขนาดคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าชีวตินี้ไม่หลงเหลือคนที่ีรักอยู่แล้ว ทั้งที่จริงท่ามกลางสิ่งไม่ดี ยังมีสิ่งดีๆ คอยถ้าเราอยู่เสมอ

ยามเมื่อความเศร้าเข้าบดบังชีวิต มนุษย์เรามิใช่น้อยที่ลืมนึกไปว่า ยังมีอนาคตที่สดใสรอคอยอยู่ บางคนถึงขนาดคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าชีวิตนี้ไม่หลงเหลือคนที่ีรักอยู่แล้ว ทั้งที่จริงท่ามกลางสิ่งไม่ดี ยังมีสิ่งดีๆ คอยถ้าเราอยู่เสมอ บทกลอนนี้จึงน่าเตือนใจหลายท่านได้ว่า แม้สิ้นหวังกับสิ่งใดๆ อนาคตก็ยังมีให้หวังได้อีก เพียงเราตั้งสติ และเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ... และทำมันให้ดีกว่าเก่า.... (บทกลอนนี้เกิดจากการตอบจดหมายภาษากลอนให้สาวงามคนหนึ่ง..ครับ...)


ฟังสำเนียงเสียงกลอนที่เอื้อนเอ่ย 

เหมือนดังเผยความในที่ตรึงฝัง

บอกเล่าเรื่องอดีตที่รุงรัง

ยากลืมเลือนได้จริงจังแม้ชิงชัง...

 

ดอกลมแล้งบานสะพรั่งยามหน้าร้อน

เหมือนดังให้ย้อนรำลึกถึงความหลัง

ดอกลมแล้วรวยราเหมือนนกทิ้งรัง

ฉุดภวังค์ความเศร้าเข้าเคล้าใจ...

 

ดอกลมแล้งรวยโรยราทิ้งต้นแล้ว

ใยน้องแก้วยังทำใจให้หวั่นไหว

ดอกลมแล้งทิ้งเมษา ฯ ฝนโปรยปราย

แต่เอ๊ะ.. ใยใจน้องนางยังเหมือนเดิม...

 

เปลี่ยนเสียเถิดความทรงจำในอดีต

ลืมความคิดวุ่นวายไม่สร้างเสริม

ลืมความคิดไร้สาระอย่างเสริมเติม

ให้พูนเพิ่มสิ่งใหม่ในชีวี...

 

หากสีม่วงเปรียบเปรยเช่นความเศร้า

สีขาวไซร้คงจะบอกความสุขสันต์

มีมืดมิดสว่างคืนและวัน

เช่นเธอนั้นคงสดใสได้สักวัน...

 

รู้เช่นนี้จมอยู่ใยกับความหลัง

อนาคตยังมีหวังให้ใฝ่ฝัน

ใจคนเราใช่เหมือนกันเสมอนั่น

ฝันสักวันเธออาจเจอคนที่ดี

(พฤษภา 46)